ข่าว

"เอดีบี"หนุนตั้งกองทุนออมแห่งชาติ

"เอดีบี"หนุนตั้งกองทุนออมแห่งชาติ

15 พ.ย. 2552

"เอดีบี" หนุนไทยจัดตั้งกอช. พร้อมสนับสนุนเงินเร่งทำความเข้าใจประชาชน ด้านสศค. ระบุต้องรอให้ร่างกฎหมายผ่านสภาก่อนจะเดินหน้าโครงการราวกลางปี 2553 เชื่อ 1-2 ปีแรกมีแรงงานนอกระบบสมัครเข้ากองทุน 7 ล้านคน

 นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จากการหารือกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เมื่อเร็วๆ นี้ ทางเอดีบีพร้อมสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) โดยได้นำรูปแบบการตั้งกองทุนและปัญหาหลังจากดำเนินการของประเทศอินเดียมาให้กระทรวงการคลังนำไปประกอบการจัดตั้ง กอช. ที่คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณกลางปีหน้า เนื่องจากเห็นว่าเป็นนโยบายการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้หลังเกษียณ ซึ่งน่าจะมีค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 30 ปี ขณะที่มีสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพียง 1.75 ล้านคน และสมาชิกกองทุนประกันสังคมเพียง 2 ล้านคนที่ได้รับการดูแล

 ทั้งนี้ จากเป้าหมายของแรงงานนอกระบบที่มีประมาณ 24 ล้านคนนั้น กระทรวงการคลังคาดว่าภายในระยะเวลา 1-2 ปีหลังจากการจัดตั้งกองทุนจะมีแรงงานสมัครเข้ากองทุนประมาณ 7 ล้านคน ซึ่งในระยะแรกยอมรับว่าน่าจะมีผู้สมัครเข้าไม่มากนัก ดังนั้นระยะต่อไปคงต้องเน้นการทำประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญในการมีเงินสวัสดิการหลังเกษียณ

 อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้กระทรวงการคลังอาจจะยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนักรวมทั้งการทำประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบเพราะต้องรอให้ร่าง พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติผ่านสภาเรียบร้อยก่อน ซึ่งมองว่าน่าจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาได้ในสมัยหน้า หรือต้นปี 2553 เพราะระหว่างนี้รัฐบาลอาจมีเรื่องสำคัญต้องพิจารณาก่อน

 "ช่วงนี้ดูเหมือนกระทรวงการคลังยังไม่ได้เตรียมพร้อมในการจัดตั้งกอช.มากนักเพราะยังไม่มั่นใจว่าร่างกฎหมายจะผ่านสภาได้ตามที่คาดไว้หรือไม่ เกรงว่าทำไปแล้วหากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือร่างกฎหมายสะดุดก็จะต้องมาเริ่มต้นใหม่” นายสาธิต กล่าวและว่า เอดีบียังระบุว่าพร้อมจะให้เงินทุนสนับสนุนหากกระทรวงการคลังจะเริ่มทำการประชาสัมพันธ์โครงการ โดยคงต้องใช้สื่อที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงประชาชนง่ายและเร็วที่สุด

 นายสาธิตกล่าวด้วยว่า เอดีบียังสนับสนุนแผนแม่บทการเงินระยะที่ 2 และแผนพัฒนาตลาดทุนของไทยที่เพิ่งได้ข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม โดยเอดีบีมองว่ามีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนและน่าจะนำไปสู่การปฏิรูปตลาดเงินตลาดทุนและสถาบันการเงินของไทยได้ในอนาคต โดยทางเอดีบีพร้อมจะส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยวิเคราะห์ประเด็นภาษีทีเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ เพื่อขจัดปัญหาในทางปฏิบัติที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

 นอกจากนั้น เอดีบียังให้ความสนใจแนวทางการจัดตั้งกองทุนสาธารณูปโภคที่สนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจระดมทุนจากประชาชนผ่านกองทุนที่จัดตั้งขึ้นทั้งกิจการด้านไฟฟ้า ทางด่วนและสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งเห็นด้วยว่าจะช่วยลดภาระการใช้เงินงบประมาณของรัฐบาล