
คลังเร่งหาช่องติดตามอปท.ใช้เงินชี้จุดอ่อนสอบไม่ได้
คลังเร่งคลอดกฎหมายการเงินการคลังภาครัฐ เพิ่มอำนาจส่วนกลางตรวจสอบการใช้เงิน อปท.ทั่วประเทศ หลังเกิดปัญหาจาก พ.ร.บ.กระจายอำนาจ ให้เงินไปทั้งก้อน แต่ติดตามการใช้เงินไม่ได้เลย ยกปัญหาผู้สูงอายุหลายแห่งยังไม่ได้รับเบี้ยรายเดือนเป็นกรณีศึกษา
นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ร้องเรียนเรื่องยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ว่า ความล่าช้าที่เกิดขึ้นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพราะในช่วงที่ผ่านมากรมบัญชีกลางโอนเงินงบประมาณของโครงการเบี้ยยังชีพไปให้ อปท.ครบหมดแล้ว ในวงเงิน 3-4 หมื่นล้านบาท ไม่มีตกค้างแต่อย่างใด ดังนั้นต้องให้คณะกรรมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นไปเร่งรัดจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุ
“รัฐบาลยืนยันว่า ส่วนกลางไม่ได้จ่ายเงินล่าช้าแต่อย่างใด และได้โอนเงินให้ อปท.ไปหมดแล้ว ดังนั้น กรณีที่เกิดความล่าช้า หรือเกิดปัญหาว่า ผู้สูงวัยได้รับเงินไม่ครบจำนวน 500 บาทนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของ อปท.ในแต่ละจังหวัดนั้นๆ เองที่จะเข้าไปบริหารจัดการ เนื่องจากขณะนี้ไม่มีกฎหมายเปิดให้กระทรวงการคลังเข้าไปตรวจสอบว่า อปท.ใช้เงินตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่ ซึ่งยอมรับว่าเป็นจุดอ่อน และหนักใจมาก ที่กรมบัญชีกลางตรวจสอบบัญชีจากหน่วยงานต่างๆ ได้หมด ยกเว้นไม่สามารถตรวจสอบบัญชีของ อปท.ทั่วประเทศกว่า 7 หมื่นแห่ง ทำให้ไม่รู้เลยว่าแต่ละโครงการที่เสนอเข้ามาและได้รับเงินไปแล้วนั้น ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ ได้งานมากน้อยเท่าใด มีประสิทธิภาพแค่ไหน” นายพฤฒิชัยกล่าว
ปัจจุบัน อปท.รับเงินโดยตรงจากรัฐบาลผ่าน พ.ร.บ.กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน ซึ่งจะโอนเงินให้ไปทั้งก้อน และต้องรอจนกว่าจะหมดปีงบประมาณ ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเข้าไปตรวจสอบ แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าล่าช้าเกินไป ขณะที่หน่วยงานส่วนกลางทุกแห่งกรมบัญชีกลางจะโอนให้ตามผลการดำเนินงาน และสามารถตรวจสอบการใช้เงินได้ทุกเดือน พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของโครงการได้อย่างใกล้ชิด ดังนั้น กรณีที่มีผู้สูงอายุร้องเรียนเข้ามาว่ายังไม่ได้รับเงินนั้น จึงไม่เข้าใจว่าเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อโอนเงินออกไปแล้วทั้งก้อน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไข พ.ร.บ.การเงินการคลังภาครัฐ ซึ่ง ครม.อนุมัติแล้ว กำลังรอเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าเมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ส่วนกลางต่อเชื่อมระบบกับ อปท.ทั่วประเทศได้ จะทำให้เห็นภาพการทำงานทั้งหมดว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งปีหน้าจะมี พ.ร.บ.ภาษีท้องถิ่น ซึ่งให้อำนาจ อปท.จัดเก็บภาษีได้มากขึ้น ขณะที่ส่วนกลางจะแบ่งสัดส่วนรายได้ให้แก่ อปท.เพิ่มขึ้นอีกด้วย ทำให้อปท.มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการติดตามดูแลการใช้เงินจึงเป็นเรื่องจำเป็นจะต้องมีระบบที่ดี ตรวจสอบได้



