ข่าว

แม่-เมียร่ำไห้รับศพ"ร.ต.อ."เหยื่อแก๊งค้ายา

แม่-เมียร่ำไห้รับศพ"ร.ต.อ."เหยื่อแก๊งค้ายา

15 พ.ย. 2552

"แม่-เมีย"ร่ำไห้รับศพ"ร.ต.อ."เหยื่อคมกระสุนแก๊งค้ายาไฮซ์ นำศพบำเพ็ญกุศลวัดตรีทศเทพ แม่เผยเป็นลูกชายคนโต อยากให้เรียนแพทย์แต่ลูกชอบเป็นตำรวจ ไม่คิดจะจากไปเร็วขนาดนี้ แต่ภูมิใจลูกตายในหน้าที่

 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 15 พฤศจิกายน นางพิมสุภา บุบผา อายุ 56 ปี นายสุกรัณย์ บุบผา อายุ 25 ปี พร้อมด้วย นางประภาพรรณ บุบผา อายุ 27 ปี แม่ น้องชาย และภรรยาของร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา รองสว.สส.สน.หัวหมาก ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตขณะเข้าทำการล่อซื้อยาไอซ์ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เดินทางมารับศพ ร.ต.อ.อาทิตย์  ที่สถาบันนิติเวชวิทยา  รพ.ตำรวจ โดยมี พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อำนวยความสะดวกในการรับศพ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าเสียใจ ซึ่งศพของร.ต.อ.อาทิตย์ คลุมด้วยธงชาติไทย ก่อนเคลื่อนย้ายไปยังศาลา 5/1 วัดตรีทศเทพ โดยจะมีพิธีอาบน้ำศพในเวลา 17.00 น.วันนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลการชันสูตรของแพทย์ระบุว่า ร.ต.อ.อาทิตย์ เสียชีวิตจากการที่ถูกกระสุนปืนทำลายสมอง โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 11 มม.เข้าที่บริเวณหน้าใบหูขวาทะลุฐานกะโหลกทางด้านซ้าย

 ด้าน นางพิมสุภา กล่าวว่า ตนมีลูกชาย 2 คน โดยผู้ตายเป็นคนโต ซึ่งทำใจตั้งแต่ที่ลูกชายเข้าเรียนเตรียมทหารแล้ว ว่าจะต้องมีเหตุการณ์อย่างวันนี้ แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ที่ผ่านมาตนจะตั้งใจให้เรียนแพทย์ แต่ลูกชายอยากเป็นตำรวจมากกว่า ซึ่งตนก็ภาคภูมิใจที่ลูกชายปฏิบัติหน้าที่ของลูกผู้ชาย อย่างสมเกียรติยศในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

 “อยากให้ยาเสพติดหมดไปเสียที ดิฉันโทรหาลูกชายทุกครั้งก็บอกว่าจะไปจับยาเสพติด วันนี้แม้จะเสียใจกับการจากไปของลูกชาย แต่คิดว่าเขาได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว” นางพิมสุภา กล่าว

 ด้านนางประภาพรรณ ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า ตนกับผู้ตายเพิ่งจะแต่งงานไม่ทันถึง 1 ปี ปกติผู้ตายเป็นคนจริงจังกับงาน ค่อนข้างบ้าระห่ำ อาจหาญ แต่ไม่ค่อยจะบอกว่าไปทำงานอะไรมาบ้าง ก่อนเกิดเหตุเข้าเวรตั้งแต่บ่ายวานนี้ (14 พ.ย.) แต่วันเดียวกันนั้น ก็ได้ไปซื้อรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซที่ศูนย์ฮอนด้า คริสตัลปาร์ค และตนก็ขับมาส่งที่ สน.หัวหมาก กระทั่งเวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ตนโทร.ไปหาสามีซึ่งก็บอกว่าวันนี้มีงานใหญ่ สายรายงานมาแล้ว แต่ตนก็ไม่ได้ซักถามอะไรเพราะเข้าใจว่าทำงานอยู่ แต่ทราบเพียงว่างานจะเริ่มประมาณ 5 ทุ่มเศษ

 “กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ ลูกน้องของสามีโทร.มาบอกว่าสามีได้รับบาดเจ็บขาหักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3 ให้รีบมาดู ตนพร้อมญาติจึงรีบเดินทางที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงก็ทราบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว เพราะถูกยิงเข้ากกหูขวากระสุนฝังในจากการปฏิบัติหน้าที่ล่อซื้อยาเสพติดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา “นางประภาพรรณ กล่าว

 นางประภาพรรณ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีลางสังหรณ์อะไรเป็นพิเศษ แต่ก่อนที่สามีจะออกไปทำงานทุกครั้งตนได้กำชับด้วยความเป็นห่วงว่าให้ระมัดระวังตัว ซึ่งสามีเล่าให้ฟังว่าเมื่อเข้าทำการจับกุม ตัวเขามักตกเป็นเป้าของตนร้าย เนื่องจากเป็นคนตัวใหญ่ และทุกครั้งเขาจะเป็นคนแรกที่เข้าชาร์จจับกุมคนร้าย เนื่องจากเป็นนักกีฬายูโด รู้จังหวะการเข้าชาร์จเป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้กลับถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตดังกล่าว