ข่าว

"สุเทพ"จี้บัวแก้วดูแลวิศวกรไทยสู้คดีในกัมพูชา

"สุเทพ"จี้บัวแก้วดูแลวิศวกรไทยสู้คดีในกัมพูชา

15 พ.ย. 2552

"สุเทพ" จี้ กต.ดูแลวิศวกรไทยสู้คดีในกัมพูชา มั่นใจกระบวนการยุติธรรมเขมรจะเป็นไปตามหลักสากล ลั่นรบ.ไทยจะไม่ขอเข้าไปแทรกแซงกระบวนการพิจารณา มั่นใจข้อมูลหลักฐาน และบริษัทต้นสังกัดจะช่วยเหยื่อความขัดแย้งได้ ชี้“ทักษิณ"แช่งรัฐบาลอยู่ไม่เกิน ก.พ. 53 ไม่ใช่เรื่

  (15พ.ย.) เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ เจ้าหน้าที่สัญชาติไทย ประจำหน่วยงานจราจรอากาศกัมพูชา ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ว่า ได้มีการมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเข้าไปดูแลตามหลักปฏิบัติสากล และคาดว่ากระบวนการยุติธรรมในกัมพูชาต้องเป็นไปตามหลักสากล ตนได้ประสานงานไปยังบริษัทต้นสังกัดของนายศิวรักษ์แล้วในกรณีที่ต้องการเอกสารจากทางการไทยเพื่อยืนยันว่าตารางการบินขอพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ข้อมูลลับ และเป็นข้อมูลที่ทางการไทยรู้ก่อนที่นายศิวรักษ์จะถูกจับกุม โดยจะพยายามใช้หลักฐานในประเทศให้เป็นประโยชน์ ส่วนจะไปแทรกแซงกระบวนหการยุติธรรมในกัมพูชาคงทำไม่ได้ แต่เชื่อว่าด้วยพยานหลักฐานและบริษัทต้นสังกัดคงจะทำได้ดี ขณะนี้ไม่คิดว่าแนวทางการเจรจาจะสามารถหาทางออกได้ เพราะบรรยากาศของทั้ง 2 ประเทศ ทุกคนทราบดี แต่รัฐบาลจะติดตามความคืบหน้า

 นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงต่อคนไทยในกัมพูชา เชื่อว่ารัฐบาลกัมพูชาคงเคารพในหลักการ ความพอใจหรือไม่พอใจรัฐบาลไทยนั้นถือเป็นคนละเรื่อง แต่ถ้าจะไปลงที่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศถือว่าไม่ถูกต้อง รัฐบาลกัมพูชาควตตระหนักในเรื่องนี้ เพราะไทยปฏิบัติต่อคนกัมพูชาและทรัพย์สินของกัมพูชาในประเทศไทยเป็นอย่างดี ดังนั้นกัมพูชาจึงต้องปฏิบัติกับเราดีด้วย

 เมื่อถามถึงข่าวลือการจับกุมตัวเจ้าหน้าที่ศรภ.ของไทย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าไปสนใจข่าวลือ ข่าวลือก็คือข่าวลือ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือกัมพูชา เมื่อเป็นข่าวลือก็ไม่มีข้อเท็จจริง เพราะเราไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ไทยไปเป็นสายลับ ซึ่งทางศรภ.ยืนยันชัดเจนว่าชื่อบุคคลที่มีข่าวว่าถูกจับกุมนั้นไม่มีในสารระบบของศรภ.

 เมื่อถามต่อว่าบุคคลดังกล่าวและนายศิวรักษ์มีความเกี่ยวข้องกับเลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่การทูตไทยในกัมพูชา แต่เรื่องธรรมดาที่คนไทยในต่างแดนต้องรู้จักกัน อย่าไปเต้นตามจังหวะที่กัมพูชาพยายามลากเราเข้าไป ถ้าเราไปเต้นตาม จะเหนื่อยเปล่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือในการต่อสู้คดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลไทยจำเป็นต้องประท้วงและดำเนินการตามวิถีทางสากล แต่ในชั้นนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 ต่อข้อถามถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกจากกัมพูชาแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศจะดีขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อยู่ที่ทางการกัมพูชาว่าจะปรับท่าทีอย่างไร เพราะรัฐบาลยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าการที่รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจทำนโยบายเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว ไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีเรื่องที่ต้องหารือกัน ซึ่งมีมูลค่ามากกมายมหาศาลกว่าการทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว

 เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าจะเดินทางมายังกัมพูชาเป็นระยะๆ จะมีผลต่อการเมืองภายในประเทศไทยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องภายในประเทศไทยเป็นหน้าที่ของคนไทยต้องช่วยกันแก้ปัญหา ไม่มีประเทศอื่นจะมามีอิทธิพลเหนือคนในชาติ การที่พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมากัมพูชาคงจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

 ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณระบุว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่เกินเดือน ก.พ. 2553 รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคพวกได้พูดไว้อย่างนี้ตั้งแต่วันแรกที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามารับตำแหน้งนายกรัฐมนตรี โดยบอกว่าจะอยู๋ไม่เกิน 3 เดือน 5 เดือนเช่นนี้มาตลอด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่แสดงให้เห็นชัดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ และบริวารตั้งใจโค่นล้มรัฐบาลให้ได้โดยไม่เลือกวิธีการที่ถูกต้อง ไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์กติกาตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ รัฐบาลไม่เป็นห่วงต่อความเคลื่อนไหวที่อาจรุนแรงขึ้น รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องประเทศและประชาชน ก็ต้องพร้อมเผชิญกับทุกอย่าง และแก้ไขปัญหาตามกำลังความสามารถ

“สุเทพ”วอน"พธม."ปราศรัยระวังกระทบสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

 นายสุเทพ  กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ท้องสนามหลวง ว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีอะไรที่น่าเป็นกังวล แต่รัฐบาลไม่ประมาท และได้สั่งการให้ตำรวจติดตามดูแลสถานการณ์การชุมนุม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่าเป็นห่วงเนื้อหาการปราศรัยหรือไม่ เพราะอาจมีการพาดพิงถึงประเทศกัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปทำอะไรที่ทำให้สถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาตึงเครียด หรือขยายตัวรุนแรง ทุกคนต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย

 นครบาลเตรียมกำลัง1,500นายรับมือพธม.

 พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุม รอง ผบช.น. , ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (ผบก.น.1-9), ผู้บังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.ตปพ.) , ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (ผบก.อคฝ.), ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.), ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน (ผบก.สส.), ผู้บังคับการอำนวยการ (ผบก.อก.) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่จะมีการนัดรวมตัวในเวลา 16.00 น. ที่ท้องสนามหลวง

 ต่อมา พ.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบก.อก.บช.น. ในฐานะผู้ช่วยโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า การชุมนุมจะเริ่มประมาณ 16.00 น. ที่ท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ติดกับพระบรมมหาราชวัง โดยจะเริ่มในเวลา 16.00-23.00 น. โดยจะมีการปราศรัยสลับกับการเล่นดนตรี เนื้อหาส่วนใหญ่จะพูดถึงกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเรื่องของประเทศกัมพูชา อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะไม่เคลื่อนย้ายไปที่ใด เนื่องจากในเวลาประมาณ 18.00 น. ที่ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) จะมีการสวนสนามของฝ่ายทหาร

 พ.ต.อ.ปิยะ กล่าวอีกว่า ทางตำรวจยังใช้แผนกรกฎ 52 โดยใช้กำลังประมาณ 1,500 นาย แบ่งเป็นกำลัง ปจ. 7 กองร้อย เป็น ปจ.ชาย 6 กองร้อย ปจ.หญิง 1 กองร้อย จำรวจจราจร 1 กองร้อย ฝ่ายสืบสวน 1 กองร้อย และฝ่ายสอบสวน 1 กองร้อย นอกจากนี้กำชับให้รถสายตรวจของ บก.ตปพ. ออกร่วมตรวจการณ์ด้วย นอกจากนี้ให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดออกตรวจตราพื้นที่แล้ว โดยได้ประสานกับทาง กทม. ให้เตรียมเจ้าหน้าที่เทศกิจและหน่วยบรรเทาสาธารณะภัย เตรียมความพร้อม รวมถึงให้ทุก สน. ตั้งจุดตรวจในพื้นที่ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าการชุมนุมเสร็จสิ้น ส่วนเรื่องการจราจรยังไม่มีการปิดแต่จะดูสถานการณ์ในช่วงนั้นก่อน ส่วนการข่าวยังไม่พบว่าจะมีความรุนแรงแต่อย่างใด