
"สุเทพ"จี้บัวแก้วดูแลวิศวกรไทยสู้คดีในกัมพูชา
"สุเทพ" จี้ กต.ดูแลวิศวกรไทยสู้คดีในกัมพูชา มั่นใจกระบวนการยุติธรรมเขมรจะเป็นไปตามหลักสากล ลั่นรบ.ไทยจะไม่ขอเข้าไปแทรกแซงกระบวนการพิจารณา มั่นใจข้อมูลหลักฐาน และบริษัทต้นสังกัดจะช่วยเหยื่อความขัดแย้งได้ ชี้ทักษิณ"แช่งรัฐบาลอยู่ไม่เกิน ก.พ. 53 ไม่ใช่เรื่
(15พ.ย.) เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ เจ้าหน้าที่สัญชาติไทย ประจำหน่วยงานจราจรอากาศกัมพูชา ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุม ว่า ได้มีการมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเข้าไปดูแลตามหลักปฏิบัติสากล และคาดว่ากระบวนการยุติธรรมในกัมพูชาต้องเป็นไปตามหลักสากล ตนได้ประสานงานไปยังบริษัทต้นสังกัดของนายศิวรักษ์แล้วในกรณีที่ต้องการเอกสารจากทางการไทยเพื่อยืนยันว่าตารางการบินขอพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ข้อมูลลับ และเป็นข้อมูลที่ทางการไทยรู้ก่อนที่นายศิวรักษ์จะถูกจับกุม โดยจะพยายามใช้หลักฐานในประเทศให้เป็นประโยชน์ ส่วนจะไปแทรกแซงกระบวนหการยุติธรรมในกัมพูชาคงทำไม่ได้ แต่เชื่อว่าด้วยพยานหลักฐานและบริษัทต้นสังกัดคงจะทำได้ดี ขณะนี้ไม่คิดว่าแนวทางการเจรจาจะสามารถหาทางออกได้ เพราะบรรยากาศของทั้ง 2 ประเทศ ทุกคนทราบดี แต่รัฐบาลจะติดตามความคืบหน้า
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงต่อคนไทยในกัมพูชา เชื่อว่ารัฐบาลกัมพูชาคงเคารพในหลักการ ความพอใจหรือไม่พอใจรัฐบาลไทยนั้นถือเป็นคนละเรื่อง แต่ถ้าจะไปลงที่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศถือว่าไม่ถูกต้อง รัฐบาลกัมพูชาควตตระหนักในเรื่องนี้ เพราะไทยปฏิบัติต่อคนกัมพูชาและทรัพย์สินของกัมพูชาในประเทศไทยเป็นอย่างดี ดังนั้นกัมพูชาจึงต้องปฏิบัติกับเราดีด้วย
เมื่อถามถึงข่าวลือการจับกุมตัวเจ้าหน้าที่ศรภ.ของไทย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่าไปสนใจข่าวลือ ข่าวลือก็คือข่าวลือ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือกัมพูชา เมื่อเป็นข่าวลือก็ไม่มีข้อเท็จจริง เพราะเราไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ไทยไปเป็นสายลับ ซึ่งทางศรภ.ยืนยันชัดเจนว่าชื่อบุคคลที่มีข่าวว่าถูกจับกุมนั้นไม่มีในสารระบบของศรภ.
เมื่อถามต่อว่าบุคคลดังกล่าวและนายศิวรักษ์มีความเกี่ยวข้องกับเลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่การทูตไทยในกัมพูชา แต่เรื่องธรรมดาที่คนไทยในต่างแดนต้องรู้จักกัน อย่าไปเต้นตามจังหวะที่กัมพูชาพยายามลากเราเข้าไป ถ้าเราไปเต้นตาม จะเหนื่อยเปล่า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือในการต่อสู้คดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลไทยจำเป็นต้องประท้วงและดำเนินการตามวิถีทางสากล แต่ในชั้นนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ต่อข้อถามถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางออกจากกัมพูชาแล้ว ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศจะดีขึ้นหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อยู่ที่ทางการกัมพูชาว่าจะปรับท่าทีอย่างไร เพราะรัฐบาลยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าการที่รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจทำนโยบายเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว ไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีเรื่องที่ต้องหารือกัน ซึ่งมีมูลค่ามากกมายมหาศาลกว่าการทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณเพียงคนเดียว
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าจะเดินทางมายังกัมพูชาเป็นระยะๆ จะมีผลต่อการเมืองภายในประเทศไทยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องภายในประเทศไทยเป็นหน้าที่ของคนไทยต้องช่วยกันแก้ปัญหา ไม่มีประเทศอื่นจะมามีอิทธิพลเหนือคนในชาติ การที่พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมากัมพูชาคงจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณระบุว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ไม่เกินเดือน ก.พ. 2553 รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณและพรรคพวกได้พูดไว้อย่างนี้ตั้งแต่วันแรกที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามารับตำแหน้งนายกรัฐมนตรี โดยบอกว่าจะอยู๋ไม่เกิน 3 เดือน 5 เดือนเช่นนี้มาตลอด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่แสดงให้เห็นชัดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ และบริวารตั้งใจโค่นล้มรัฐบาลให้ได้โดยไม่เลือกวิธีการที่ถูกต้อง ไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์กติกาตามระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ รัฐบาลไม่เป็นห่วงต่อความเคลื่อนไหวที่อาจรุนแรงขึ้น รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องประเทศและประชาชน ก็ต้องพร้อมเผชิญกับทุกอย่าง และแก้ไขปัญหาตามกำลังความสามารถ
“สุเทพ”วอน"พธม."ปราศรัยระวังกระทบสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ท้องสนามหลวง ว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีอะไรที่น่าเป็นกังวล แต่รัฐบาลไม่ประมาท และได้สั่งการให้ตำรวจติดตามดูแลสถานการณ์การชุมนุม ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่าเป็นห่วงเนื้อหาการปราศรัยหรือไม่ เพราะอาจมีการพาดพิงถึงประเทศกัมพูชา นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปทำอะไรที่ทำให้สถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาตึงเครียด หรือขยายตัวรุนแรง ทุกคนต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย
นครบาลเตรียมกำลัง1,500นายรับมือพธม.
พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุม รอง ผบช.น. , ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (ผบก.น.1-9), ผู้บังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.ตปพ.) , ผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (ผบก.อคฝ.), ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.), ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน (ผบก.สส.), ผู้บังคับการอำนวยการ (ผบก.อก.) และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อรับมือการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่จะมีการนัดรวมตัวในเวลา 16.00 น. ที่ท้องสนามหลวง
ต่อมา พ.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบก.อก.บช.น. ในฐานะผู้ช่วยโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า การชุมนุมจะเริ่มประมาณ 16.00 น. ที่ท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ติดกับพระบรมมหาราชวัง โดยจะเริ่มในเวลา 16.00-23.00 น. โดยจะมีการปราศรัยสลับกับการเล่นดนตรี เนื้อหาส่วนใหญ่จะพูดถึงกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเรื่องของประเทศกัมพูชา อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะไม่เคลื่อนย้ายไปที่ใด เนื่องจากในเวลาประมาณ 18.00 น. ที่ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) จะมีการสวนสนามของฝ่ายทหาร
พ.ต.อ.ปิยะ กล่าวอีกว่า ทางตำรวจยังใช้แผนกรกฎ 52 โดยใช้กำลังประมาณ 1,500 นาย แบ่งเป็นกำลัง ปจ. 7 กองร้อย เป็น ปจ.ชาย 6 กองร้อย ปจ.หญิง 1 กองร้อย จำรวจจราจร 1 กองร้อย ฝ่ายสืบสวน 1 กองร้อย และฝ่ายสอบสวน 1 กองร้อย นอกจากนี้กำชับให้รถสายตรวจของ บก.ตปพ. ออกร่วมตรวจการณ์ด้วย นอกจากนี้ให้หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดออกตรวจตราพื้นที่แล้ว โดยได้ประสานกับทาง กทม. ให้เตรียมเจ้าหน้าที่เทศกิจและหน่วยบรรเทาสาธารณะภัย เตรียมความพร้อม รวมถึงให้ทุก สน. ตั้งจุดตรวจในพื้นที่ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าการชุมนุมเสร็จสิ้น ส่วนเรื่องการจราจรยังไม่มีการปิดแต่จะดูสถานการณ์ในช่วงนั้นก่อน ส่วนการข่าวยังไม่พบว่าจะมีความรุนแรงแต่อย่างใด



