ข่าว

 ตอน...เจ็บอย่างมืออาชีพ

ตอน...เจ็บอย่างมืออาชีพ

04 มี.ค. 2552

มีคนถามถึงความหมายของชื่อคอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด กันมากว่ามีความหมายอย่างไรกันแน่ โดยเฉพาะน้อง ชนัญญา ที่บอกมาว่าเป็นนักเรียนชั้น ม.6 เอาไปถามครูแล้วแต่คำตอบที่ได้ก็ยังไม่แน่ใจ ผมจึงขอตอบความหมายตามที่ผมตั้งเอาไว้ว่า คำพูดตักเตือนด้วยความหวังดี บาง

 เปรียบได้กับของที่สัมผัสลิ้นแล้วรู้สึกว่าขม แต่แท้จริงรสชาติภายในของมันหรือประโยชน์ที่ได้รับนั้น หวานชื่นราวกับน้ำตาลทีเดียว และคำเยินยอสรรเสริญที่ฟังแล้วระรื่นหู เปรียบได้กับขนมที่มีรสหวานฉาบอยู่ภายนอก ซึ่งภายในนั้นมีรสขมจับจิตซ่อนอยู่ แต่รสขมดังกล่าวนั้นก็ไม่ได้มีพิษภัยอะไร มีแต่ให้ประโยชน์ทางยาดุจดั่งเช่นบอระเพ็ดนั่นเอง
 สรุปเท่ากับว่าบทความในคอลัมน์นี้ ไม่ว่าจะเขียนติติงเหน็บแนมแกมประชด หรือเขียนชื่นชมยกยอปอปั้นกันอย่างไร ก็ล้วนแต่ยังประโยชน์ให้ได้ทั้งนั้น ไม่ได้มีจิตคิดร้ายหรือไร้ประโยชน์ ต่อผู้ที่ถูกกล่าวถึงหรือผู้ที่ได้อ่านแต่อย่างใดครับ
 ดังเช่นวันนี้ที่ผมอยากจะให้คำแนะนำ ต่อท่านที่ต้องประสบภัยจากเศรษฐกิจทั้งหลาย ไม่ว่าท่านจะต้องถึงขั้นถูกปลดออกจากงาน หรือต้องหยุดกิจการไปในกรณีที่เป็นเจ้าของกิจการเอง ว่าอย่าด่วนท้อแท้หรือคิดว่าตนเองหมดหนทางสิ้นหวังไปแล้ว ให้ค่อยๆ พิจารณาหาช่องทางแก้ไข หรือหันไปหาการสร้างรายได้จากช่องทางอื่นๆ ดู
 จงทำตัวแบบนักกีฬาอาชีพในต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ไทเกอร์ วู้ด หรือ เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา นักเตะของ อาร์เซนอล โดยเฉพาะรายหลังที่ถูกเสียบจนข้อเท้าหักพับน่าสยดสยอง ใครต่อใครคิดว่าหมดอนาคตตั้งแต่อายุยังน้อยๆ เพราะกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความมหัศจรรย์แห่งข้อเท้า เป็นตัวเสริมสร้างมูลค่า
 แต่หลังจากที่ ดา ซิลวา พักรักษาตัวอย่างเงียบเชียบไร้ข่าวคราวและข่าวคาว จนเกือบหนึ่งปีผ่านไปเมื่อเขาหวนคืนกลับมาสู่สนามอีกครั้งหนึ่ง เขาก็แสดงให้เห็นว่าความเป็นมืออาชีพที่ไม่หมดหวัง ไม่ย่อท้อ คร่ำเคร่งกับการรักษาความบาดเจ็บ หมั่นทบทวนและฝึกซ้อม เขาก็สามารถคืนกลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่
 ต่างไปจากนักกีฬาอาชีพของไทยเราบางคน ตัวอย่างเช่น ภราดร  ศรีชาพันธุ์ ที่ก้าวขึ้นไปสู่ระดับหนึ่งในสิบของโลกเทนนิส แต่หลังจากที่มีข่าวการบาดเจ็บข้อมือ ซึ่งถือเป็นอาการของนักเทนนิสส่วนใหญ่ ที่ฟิตซ้อมไม่พอ ต้องพบกับอาการนี้เสมอๆ ภราดร หายหน้าจากสนามแข่งเพื่อมารักษาข้อมือ ท่ามกลางข่าวคราวและคาวที่มีออกมาบ่อยครั้ง
 แถมยังมีข่าวออกไปขี่มอเตอร์ไซค์แข่งจนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งคนทั้งหลายรู้ดีว่าการแข่งมอเตอร์ไซค์เป็นกีฬาที่มีอันตรายอย่างยิ่ง และใครที่เคยขี่มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่มาก่อนย่อมรู้ดีว่า ข้อมือที่แข็งแรงมีความสำคัญต่อการควบคุมรถมาก ดังนั้น ภราดร ที่ซุ่มรักษาข้อมือเพื่อกีฬาเทนนิส จึงไม่ควรจะไปเกี่ยวข้องกับกีฬาที่อันตรายต่อตนเองและข้อมือเช่นนั้น
 ส่งผลให้ท้ายที่สุดแล้วคงเป็นที่แน่นอนว่า ภราดร ไม่มีโอกาสหวนกลับมายิ่งใหญ่ หรือแม้แต่ใกล้เคียงกับอดีตในกีฬาเทนนิสได้อีกแน่นอน เช่นเดียวกันกับคนที่บาดเจ็บจากพิษเศรษฐกิจ หากหลบพักและรักษาบาดแผลให้ถูกวิธีเช่น เอดูอาร์โด้ ดา ซิลวา  ก็ย่อมมีโอกาสหวนกลับมายืนอย่างแข็งแรงได้ในโอกาสต่อไปครับ