
เอเปคกระตุ้นการค้าลงทุนโตแบบยั่งยืน
ผู้นำเอเปคได้ร่วมรับประทานอาหารเช้า พร้อมกับเจรจาหารือกันอย่างไม่เป็นทางการ โดยเน้นที่หาความคืบหน้าในข้อตกลงโลกร้อน โอกาสนี้"อภิสิทธิ์"ได้สนทนากับ"โอบามา"ด้วย
(15พ.ย.) การประชุมพร้อมรับประทานอาหารเมื่อเช้านี้ นายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ ของออสเตรเลีย และประธานาธิบดี เฟลิเป คาลเดรอน ของเม็กซิโก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจได้หารือกันถึงวิกฤติเศรษฐกิจโลก และความพยายามที่จะต่อสู้กับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ลาร์ โลเก ราสมูสเซน ของเดนมาร์ก ที่จะนั่งเป็นประธานการประชุมแก้ปัญหาโลกร้อน ที่กรุงโคเปนเฮเกนในเดือนหน้า ก็เข้าร่วมหารือเมื่อเช้านี้ด้วย
หลังเสร็จสิ้นการหารือเมื่อเช้า ไมเคิล โฟรแมน เลขานุการผู้นำสหรัฐบอกกับผู้สื่อข่าว ว่า บรรดาผู้นำเอเปคเห็นพ้องว่า ในการประชุมสุดยอดเรื่องปัญหาโลกร้อนเดือนหน้า จะเป็นขั้นตอนแรกที่จะมีการกำหนด แผนรับมือกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา และผู้นำคนอื่นตกลงว่า ในการประชุมเดือนหน้านี้จะพยายามผลักดันให้ประเทศต่างๆ ปฏิบัติตามแผนลดการปล่อยก๊าซขึ้นสู่บรรยากาศ
นอกจากความพยายามทำข้อตกลงลดโลกร้อนแล้ว บรรดาผู้นำชาติอื่นได้ช่วยกันผลักดันให้สหรัฐ ซึ่งเมินเฉยกับข้อตกลงการค้าเสรี หันมาเดินหน้าปฏิบัติตามขั้นตอนของแผนนี้ ซึ่งพรรคเดโมแครตของประธานาธิบดีโอบามารีรอที่จะผลักดันเรื่องนี้ เพราะไม่ต้องการสร้างความขุ่นเคืองให้กับสหภาพแรงงานในสหรัฐ ซึ่งเป็นฐานเสียงทางการเมืองที่สำคัญ ที่อาจตกงานกันมากขึ้นหากเดินหน้าเรื่องเขตการค้าเสรี
ขณะที่บ่ายวันนี้ มีการประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐกับอาเซียน ซึ่งประธานาธิบดีโอบามาและนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทย นั่งเป็นประธานการประชุมร่วมกัน
ผู้นำเอเปคกระตุ้นการค้า-ลงทุนโตแบบยั่งยืน
ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำเอเปคทั้ง 21 ชาติ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวแล้ว โดยมีเอเชีย แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่ฟื้นตัวก่อน ขณะที่ประเทศต่างๆ ในโลกไม่สามารถกลับไปสู่การเติบโต หรือการค้าแบบเดิมได้ ภูมิทัศน์หลังวิกฤติเศรษฐกิจโลกจึงต้องแตกต่างออกไป และโลกต้องมีกระบวนทัศน์ใหม่ด้านการเติบโต รวมถึงต้องมีรูปแบบใหม่ของการรวมตัวทางเศรษฐกิจ
ผู้นำเอเปค ระบุว่า จะคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป พร้อมทั้งเดินหน้าส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สมดุล ให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโลกาภิวัตน์ และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีแรงสนับสนุนจากนวัตกรรมและเศรษฐกิจที่เน้นความรู้ เพื่อให้แน่ใจว่า การฟื้นตัวจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างงานและเอื้อประโยชน์แก่ประชาชน
ในเรื่องการรวมตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคนั้น เอเปคจะดำเนินการอย่างครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของภาคธุรกิจ และสอดคล้องกับแนวโน้มใหม่ในการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดน นอกจากนั้น เอเปคยังต้องการให้การเจรจาการค้ารอบโดฮาได้ข้อสรุปในปี 2553 และเอเปคต่อต้านการกีดกันการค้าในทุกรูปแบบ
เอเปค รับรองเป้าหมายของกรอบการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ยั่งยืน และสมดุลของกลุ่มจี20 โดยเอเปค ซึ่งมีสัดส่วนครึ่งหนึ่งของการค้าและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก อยู่ในสถานภาพที่ดี ที่จะสร้างแรงส่งที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายเหล่านี้
ในประเด็นของการเติบโตอย่างสมดุล แข็งแกร่ง และยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อค่อยๆ ลดความไม่สมดุลในโลก และเพิ่มศักยภาพในการขยายการเติบโตของประเทศต่างๆ โดยเอเปค จะทำให้แน่ใจว่านโยบายการเงิน การคลัง การค้า และโครงสร้างของชาติสมาชิก สอดคล้องกับรูปแบบการเติบโตที่ยั่งยืนและสมดุล
นอกจากนั้น เอเปค ยังจะเสริมสร้างบรรยากาศให้แก่ธุรกิจเอกชน การลงทุน และนวัตกรรม ทั้งยังจะพัฒนาตลาดเงินให้สนองแก่เศรษฐกิจจริงมากขึ้น โดยจะทำงานใกล้ชิดกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคีต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเหล่านี้
ในการบรรลุเป้าหมายของการเติบโตแบบมีส่วนร่วมนั้น เอเปค ระบุว่า ต้องขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น รวมถึงสร้างความยืดหยุ่นให้แก่กลุ่มคนที่เปราะบางยามเกิดปัญหาเศรษฐกิจ การเติบโตแบบมีส่วนร่วมนั้น จะเพิ่มฉันทามติ สำหรับการค้าเสรีและสภาพเศรษฐกิจแบบตลาดเปิด ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับความรุ่งเรืองต่อไป
นอกจากนั้น เอเปค ยังจะช่วยเหลือบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงธุรกิจของสตรี ให้สามารถเข้าถึงตลาดและการเงินโลกมากขึ้น ทั้งยัง จะอำนวยความสะดวกในการฝึกอบรมคนงาน ยกระดับทักษะ และเคลื่อนย้ายแรงงานในประเทศ รวมถึงจะลงทุนด้านการศึกษาเพราะเป็นพื้นฐานในการเพิ่มศักยภาพของแต่ละคน ในการหางานดีๆ รวมถึงจะออกแบบโครงสร้างรองรับทางสังคมที่ให้การช่วยเหลือระยะสั้น แต่ไม่เน้นการพึ่งพาระยะยาว
การหารือระหว่างผู้นำเอเปคและเดนมาร์ก เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ข้อสรุปที่สำคัญ 2 ข้อ คือ การเชิญชวนให้ผู้นำทุกประเทศของเอเปคไปประชุมที่โคเปนเฮเกน เพื่อแสดงพลังทางการเมือง เพื่อให้การประชุมที่โคเปนเฮเกนมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม
ผลสรุปอีกประการหนึ่ง คือ ได้ตกลงในหลักการว่าในการประชุมที่โคเปนเฮเกนนั้น จะมีการดำเนินการ 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือจะออกแถลงการณ์ร่วม แสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง ว่าจะมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาโลกร้อน โดยประเทศพัฒนาแล้วจะกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ละประเทศ จัดตั้งกองทุนเพื่อจะถ่ายโอนเทคโนโลยี หรืออาจรวมถึงเรื่องของการปลูกป่า จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือในปี 2553 จะมีการดำเนินการเพื่อทำความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับโลกร้อนที่จะเป็นสนธิสัญญาอันจะมีข้อผูกมัดทางกฎหมาย
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ได้มีจดหมายถึงผู้นำชาติอาเซียน ขอให้แต่ละประเทศแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส เพื่อประสานท่าทีของอาเซียนว่าทั้ง 10 ประเทศจะไปร่วมประชุมกันที่โคเปนเฮเกนด้วยท่าทีร่วมกันอย่างไร และไทยจะเชิญประชุมเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสที่กรุงเทพฯ ในโอกาสแรก ซึ่งอาจเป็น 2-3 วันที่จะถึงนี้ และเนื่องจากไทยเป็นประธานอาเซียนไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ จึงจะไปร่วมประชุมโลกร้อนที่โคเปนเฮเกนด้วย



