ข่าว

แจ้งจับพระปลอมเรี่ยไรบังหน้าจ้องลักทรัพย์

แจ้งจับพระปลอมเรี่ยไรบังหน้าจ้องลักทรัพย์

15 พ.ย. 2552

แก๊งพระปลอมออกอาละวาดเรี่ยไร ใช้มีดขู่ชาวบ้านพร้อมลักทรัพย์ส้มในสวน เจ้าของเห็นทันขับรถไล่กวดก่อนปาดหน้าให้รถพระปลอมชนท้าย แต่ก็ยังซิ่งหนี

 เมื่อเวลา 08.00น วันนี้(15 พ.ย.) ได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.อ.ปัญญารักษ์ เปรมปรีย์ พนักงานสอบสวน สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรีว่า ได้รับแจ้งจากนายบุญญาฤทธิ กิตติภาพ อายุ 37 ปี อยู่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 3 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ว่าพบรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นบิ๊กเอ็ม สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เนื่องจากมีผ้าจีวรปิดบังไว้ หมวดจังหวัดมุกดาหาร มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบด้วย ภายหลังรับแจ้งเหตุจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจำนวนหนึ่ง

 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปแล้วอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงเพียงแค่ 5 นาที จึงได้วิทยุประสาน งานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงให้ช่วยติดตามและตั้งด่านตรวจตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ในการหลบหนี

 นายบุญญาฤทธิ กิตติภาพ เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านนั้น ก็ได้มีรถยนต์กระบะบิ๊กเอ็ม สีน้ำเงิน แล่นมาจอดอยู่บริเวณหน้าบ้าน จากนั้นก็ได้มีพระสงฆ์ 3 รูป พร้อมด้วยฆราวาส 3 คนรวมเป็น 6 คน มาทำทีฉันอาหารแต่จอดรถปิดทางเข้าออกไว้ อย่างผิดสังเกต ตนรอดูอยู่นานประมาณ เกือบ 2 ชั่วโมง ก็ยังไม่เห็นว่าคนและพระกลุ่มนั้นจะไปไหน จากนั้นพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นหลวงพ่อ ก็ได้เดินมาหยิบตะกร้าของตนที่ตั้งไว้อยู่หน้าบ้านของตนโดยไม่บอกกล่าว ตนจึงได้ตะโกนถามไปว่าเอาตะกร้าไปทำอะไร พระรูปนั้นก็ตะโกนสวนกลับมาว่า “ขอยืมหน่อย ยืมไม่ได้หรือ หวงหรืออย่างไร” ตนก็ตอบไปว่า ไม่หวงแต่จะเอาของไปก็ต้องบอกก่อนไม่ใช่หยิบไปเฉย ๆเมื่อพระเหล่านั้นได้ยินก็แสดงอาการโกรธเดินไปที่บริเวณหลังรถและหยิบมีดขึ้นมา 2 เล่ม แล้วเดินมาที่ประตูทางเข้าก่อนใช้มีดฟันไปที่ประตู 1 ครั้ง ต่อจากนั้น ก็แสดงความเหนียวด้วยการฟันไปตามตัวตั้งแต่แขนไปถึงขา เสร็จแล้วก็ไปนั่งคุยกันต่อ ตนจึงค่อย ๆ เดินไปใกล้ ๆรถยนต์ที่จอดอยู่เพื่อที่จะดูว่ามีอะไรที่หยิบไปบ้างแต่ทั้งคนและพระ ก็จะหยิบมีดขึ้นมาขู่ ซึ่งในขณะนั้นตนสังเกตเห็นพระอีกรูปหนึ่งได้ถอดจีวรกองไว้ ที่ข้าง ๆ รถ โดยที่ตัวสวมใส่กางเกงขาสั้นอยู่ ตนจึงคิดว่าเป็นพระปลอมแน่นอน จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตรวจสอบดังกล่าว

 นายบุญญาฤทธิ กิตติภาพ เล่าต่ออีกว่า ตนกลัวว่ากลุ่มพระปลอมเหล่านี้จะมาทำร้ายและอาจจะนำทรัพย์สินในสวนประมาณ 5 – 6 แสนไป เหตุที่ต้องสงสัยอย่างนั้นเพราะว่าเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีลักษณะนี้เช่นกัน เพราะเมื่อไม่นานมานี้ มีพระ 3 รูปพร้อมคนขับรถอีก 1 คน ทำทีมาเรี่ยไรขอผ้าป่ากับเพื่อนของตน ซึ่งเมื่อเพื่อนตนได้ทำบุญไปแล้ว แต่พระและคนขับรถยังไม่ยอมไปกับนั่งฉันข้าวอยู่ที่ข้างสวนผัก เพื่อนตนเห็นว่าเป็นพระ จึงไม่สนใจอะไร และขี่รถจักรยานยนต์ออกไปซื้อของที่ตลาด แต่เมื่อกลับมาถึงที่สวน ก็พบว่าของใช้ส่วนตัว เครื่องยนต์เรือและของในใช้ในสวน หายไปหมด มูลค่ากว่า 3 แสนบาท

 นายประสิทธิ โพธิถวิลเกียรติ อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 118หมู่ที่ 15 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของสวนส้ม เล่าว่า เมื่อวันที่ 13 .พ.ย. มีพระจำนวน 3 รูป พร้อมคนขับรถมาจอดและขอเรี่ยไร พอดีตนเหลือบเห็นที่บริเวณด้านหลังรถส้มอยู่ 3 ตะกล้าและตาชั่งของใช้บางอย่างอยู่ข้างหลังรถ ซึ่งตนจำได้ว่าเป็นของตน จึงได้รีบขับรถออกติดตามไป แต่เหมือนว่ารถที่มีกับพระนั้นจะรู้ตัว ได้ขับรถเร่งความเร็วขึ้น แต่ตนก็เร่งตามประกบและขับรถปาดหน้า จนรถที่มากับพระเบรกไม่ทันชนเข้าที่ท้ายรถของตน จากนั้นตนก็ตรงไปชักกุญแจรถออกมา ขณะที่ชักกุญแจออก มีพระที่นั่งมาด้วยบอกว่าอาตมาขอบิณฑบาต ตนจึงตอบว่าไม่ได้ นี่มันลักทรัพย์กันชัด จากนั้นตนก็เดินไปที่ด้านหลังเพื่อที่จะนำส้ม 3 ตะกล้าใหญ่ พร้อมของใช้ในสวนกลับ ขณะที่กำลังขนของไปที่รถ คนขับรถที่มากับพระ มีกุญแจสำรองและได้ใช้กุญแจสตาร์ทรถขับออกไป ด้วยความเร็ว ตนตามไม่ทัน แต่สามารถจำทะเบียนรถได้ คือรถหมายเลขทะเบียน บย 199 สุพรรณบุรี เมื่อเห็นว่าตามไม่ทันจึงเดินทางไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมบอกหมายเลขทะเบียนลักษณะพระและคนขับให้เจ้าหน้าที่ฟัง

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ตนทราบว่าพบรถคันดังกล่าวแล้ว โดยทางตำรวจจังหวัดสุพรรณบุรีได้จับยึดไว้แล้วและได้นัดให้ตนมาพบที่โรงพัก ตนรออยู่นานก็ไม่เห็นตำรวจพาผู้ต้องหามาพบสักที จนกระทั่งตนเห็นรถกระบะเหมือนรถที่ตนแจ้งไว้ซึ่งมีรอยเฉี่ยวชนหมายเลขทะเบียน บย 199 สุพรรณบุรี จอดอยู่ริมรั้วหน้าโรงพัก จึงเดินไปดูแต่เมื่อคนขับรถเห็นตน ก็รีบขับรถหนีไปทางจังหวัดสุพรรณบุรี ตนจึงรีบโวยกับ ร.ต.ท.ประสิทธิ เมฆษา พนักงานสอบสวน ว่าทำไมตำรวจถึงไม่นำตัวผู้ต้องหามาส่ง แต่กลับให้ผู้ต้องหามาเอง พอเห็นตนก็ขับหนีไปเลย

 ร.ต.อ.ปัญญารักษ์ เปรมปรีย์ กล่าวว่า กรณี ทั้งสองรายมีลักษณะคล้ายกัน คือแต่งกายทำทีเป็นพระมาเรี่ยไร พอเจ้าของบ้านเผลอ ก็จะลักทรัพย์สินมีค่าไป ซึ่งช่วงนี้จะมีเหตุลักษณะนี้ค่อนข้างบ่อย ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์แจ้ง ไปยังหน่วยราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.พร้อมทั้งวัดวาอารามต่างๆ ให้ช่วยสอดส่องดูแล หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ 191 ได้ทุกเวลา

 ส่วนกรณี ของนายประสิทธิ คู่กรณี คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ทราบชื่อเจ้าของรถและหมายเขทะเบียนหมดแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกหากไม่มาก็จะออกหมายจับต่อไป