
พิษเศรษฐกิจทรุด ฉุดความเชื่อมั่น ภาคการค้าหดตัว
สสว.เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคการค้าและบริการ ลดลงต่อเนื่อง ชี้ผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว การส่งออกลดลงต่อเนื่องจนผู้ประกอบการเริ่มปลดคนงาน ผู้บริโภคลดใช้จ่าย
นายภักดิ์ ทองส้ม รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ เดือนมกราคม 2552 ว่าดัชนีปรับตัวลดลงอยู่ที่ 43.0 จากระดับ 44.4 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงเกือบทุกประเภทกิจการ ซึ่งภาคการค้าปลีกและภาคบริการ ดัชนีปรับตัวลดลงอยู่ที่ 43.1 และ 42.6 จากระดับ 44.5 และ 44.5 ส่วนภาคการค้าส่ง ดัชนีคงตัวอยู่ที่ 44.0
ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ค่าดัชนีปรับตัวลดลงมาจากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจภายในประเทศที่เริ่มได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกชัดเจนมากขึ้นผ่านการส่งออกของไทยที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กิจการที่ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกหลายแห่งมีการปลดคนงาน ประกอบกับระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และการที่รัฐบาลจะเริ่มเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นับเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนการประกอบธุรกิจในเดือนนี้ ส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาต่อผู้ประกอบการในด้านต้นทุน นอกจากนี้ การสิ้นสุดระยะเวลาของโครงการ 6 มาตรการ 6 เดือน ยังส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาของผู้บริโภคในการระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
นายภักดิ์ กล่าวอีกว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทั้งปัจจุบันและคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการในทุกประเภทกิจการยังคงมีความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจในระดับที่ไม่ดีนัก โดยเห็นว่าปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจในระดับสูง ได้แก่ ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศ และอำนาจซื้อของประชาชน รองลงมาคือ ภาวะการแข่งขันในตลาด การหดตัวของความต้องการสินค้าและบริการ รวมทั้งราคาต้นทุนสินค้าและค่าแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น



