ข่าว

"ฉาย บุนนาค" ที่สุดความเป็น "มาดามเดียร์" อดีตผจก.ทีมช้างศึก

"ฉาย บุนนาค" ที่สุดความเป็น "มาดามเดียร์" อดีตผจก.ทีมช้างศึก

14 พ.ค. 2562

ลึกไม่ลับฉบับ "ฉาย บุนนาค"!! ที่สุดความเป็น "มาดามเดียร์" อดีตผจก.ทีมช้างศึก ครอบครัวในธรรมคือสิ่งสำคัญชีวิต

ลึกไม่ลับฉบับ “ฉาย บุนนาค”!! ที่สุดความเป็น “มาดามเดียร์” อดีตผจก.ฟุตบอลทีมชาติไทย ครอบครัวในธรรม คือสิ่งสำคัญชีวิต

ถึงนาทีนี้จะเป็นที่รับรู้รับทราบอยู่แล้วว่า   บุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังทำให้ทีมฟุตบอลชายซีเกมส์สามารถครองเหรียญทอง  3 สมัยซ้อน  และเป็นครั้งที่ 16  ทำสถิติสูงสุดเหนือชาติใด ๆ ในอาเซียน  อย่าง “มาดามเดียร์”    วทันยา  วงษ์โอภาสี   ได้ประกาศวางมือลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ   แต่เรื่องราวชีวิตของเธอก็ยังคงถูกนำพูดถึงในหลากหลายมิติ   ทั้งกับความทุ่มเทแรงกายใจ  ไม่แพ้ชายอกสามศอก     และสิ่งที่คนทั้งโลกจะต้องจดจำในสถานะ  “ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติที่สวยที่สุด”  ไปอีกนาน  !!!

ล่าสุดในคอลัมน์ “พอเพียงอย่างพอใจ”   โดย “ฉาย  บุนนาค” ได้เขียนบทความชิ้นหนึ่ง  มีหัวข้อประเด็นน่าสนใจยิ่งว่า  “  อีกบทบาทหนึ่งของ "มาดามเดียร์" ที่ไม่ใช่ฟุตบอล…”

ก่อนอื่นต้องขอบคุณสมาคมฟุตบอล และ คุณสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ให้โอกาส มาดามเดียร์ รับใช้ชาติในการดูแลทีมฟุตบอลชายรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในช่วงปีเศษที่ผ่านมา แม้วันนี้ "มาดามเดียร์" ได้สิ้นสุดบทบาทแล้วอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไม่เป็นทางการ ก็พร้อมให้ความร่วมมืออยู่ในทุกเรื่องที่สมาคมร้องขอ....เกียรติประวัติที่ได้รับถือเป็นผลงานความสำเร็จของทุกคนในสมาคมฟุตบอล มิใช่เพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง...

สำหรับ "มาดามเดียร์" บทบาทที่ไม่มีทางสิ้นสุดและเป็นบทบาทสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งคือบทบาทของความเป็น "แม่"มาดามเดียร์ คือ คุณแม่-ลูกสอง... ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง อายุ 6 และ 8 ปีคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ลูก คือแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อและแม่ทุกคน และความสุข ความสำเร็จของลูก คือสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนปรารถนาการเลี้ยงลูก เปรียบดั่งการปลูกต้นไม้ เราต้องมีความรัก ตั้งใจ ให้เวลาอย่างเต็มที่ เพื่อวางแผน ประมวลผลอย่างละเอียดและรอบคอบความรักและความตั้งใจ คือสิ่งที่มีไม่จำกัดจากพ่อแม่ แต่เวลาคือสิ่งที่มีจำกัด - ฉาย บุนนาค กล่าว

ในพุทธศาสนา พระไตรปิฎกระบุว่า เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อได้ทราบว่าพระราชโอรสประสูติ ทรงเปล่งอุทานออกมาว่า "ราหุ ชาโต พันธนัง ชาตัง" แปลว่า ราหุ (บ่วง) เกิดขึ้นแล้ว พันธนาการเกิดขึ้นแล้ว" หมายความว่า พระกุมารที่ประสูติจะเป็นบ่วงร้อยรึงพระองค์ไว้กับภริยาและชีวิตฆราวาสโดยพระตถาคตทรงเปรียบ "ความปีติปราโมทย์" ที่บุรุษได้รับจากภริยาและบุตร คือ "ราหุ" (แปลว่า "บ่วง") ที่ร้อยรึงชีวิตครอบครัวผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าทุกข์หรือสุข ดั่งสร้อยทองคล้องใจคนทั้งสองให้อยู่ร่วมกัน

ฉาย บุนนาค กล่าวอีกว่า สำหรับเราซึ่งยังเป็นฆราวาส คงยังไม่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวพอที่ละบ่วงต่างๆ ออกจากชีวิตไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความห่วงหาอาทรและความรักที่มีต่อบุตรผมและคุณเดียร์ เราไม่เคยใฝ่ฝันที่จะให้ลูกเรียนเก่งได้ที่ 1 ของชั้น หรือเป็นนักกีฬายอดเยี่ยมของโรงเรียน หรือเติบโตมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือ ผู้นำประเทศเราหวังเพียงแค่ให้เขาเป็นคนดีที่มีคุณค่าต่อสังคม และใช้ชีวิต "มนุษย์" ในชาตินี้อย่างคุ้มค่าตามหลักพุทธศาสนาสาระสำคัญเริ่มต้นที่เราวางแผนสอนลูกไว้คือเรื่อง "หิริโอตตัปปะ” ...   "หิริ ความละอายแก่ใจในการทำบาป... โอตตัปปะ ความกลัวต่อผลแห่งบาป

เราทั้งคู่มองว่ากฎหมายนั้น บัญญัติขึ้นเพื่อควบคุมความประพฤติผิด ทางกาย กับวาจาเท่านั้น หาได้ไปควบคุมถึงใจ ซึ่งเป็นตัวควบคุมกายกับวาจาไม่...แม้ใจเด็กจะเหมือนผ้าขาว แต่สุดท้ายเมื่อเติบใหญ่ใจคงหนีไม่พ้นการผสมผสานด้วยความดีและเลวในจิตใจ จะมากหรือน้อยเท่านั้นพ่อแม่ คงไม่มีทางประคบประหงมให้ขาวผุดผ่องได้เป็นแน่แท้เราจึงต้องสอนลูกให้รู้จักการ "ฝืน" ใจตนเองให้เป็น ดั่งเช่นที่ “ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน”  เคยเทศน์ไว้

ฉาย บุนนาค กล่าวทิ้งท้ายว่า “เมื่อ กาย วาจา ใจ ถือกุมอำนาจโดยจิต ...แม้มีความต้องการจะมุ่งหาธรรมอันประเสริฐ แต่ก็ไม่ได้เดินตามนั้น เป็นเพราะคนเรามิได้ "ฝืน" จิตที่กุมอำนาจอยู่ภายในจิตใจของเรา การ "ฝืน" เพื่อเหตุเพื่อผล   เพื่อธรรมนั้นแลจึงเป็นความดีสำหรับเรา   ความมีคุณค่าของคนเรามีอยู่ที่ตรงนี้ ไม่ใช่อยู่ที่เนื้อที่หนังเหมือนสัตว์... มนุษย์เรานี้มีคุณค่าทางจิตใจ ทางความประพฤติ"

 

 

คอลัมน์ : พอเพียงอย่างพอใจ/ หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ