ข่าว

"ฉาย บุนนาค" ทำวงการหุ้นเหลียวมอง เปิดตัว "ตราสารบุญ"

"ฉาย บุนนาค" ทำวงการหุ้นเหลียวมอง เปิดตัว "ตราสารบุญ"

21 พ.ค. 2562

"ฉาย บุนนาค" ทำวงการหุ้นเหลียวมอง เปิดตัว "ตราสารบุญ" ฟันธงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด !?!

“ลึกซึ้ง  ถึงแก่นแท้ชีวิต”  ..  ถือเป็นจุดเด่นสำหรับคอลัมน์ “พอเพียง อย่างพอใจ”  ของ “ฉาย บุนนาค”   ที่ตั้งใจถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตทั้งสุขและทุกข์    บนเส้นทางที่ก้าวเดินจากจุดเริ่มต้นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แบบฉบับอนุบาล   จนวันนี้ผ่านมานานถึง  12  ปี  “ฉาย บุนนาค”  ถือเป็นนักลงทุนหุ้นคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับเรื่องมุมมองและผลสำเร็จในแง่การตัดสินใจลงทุน

ล่าสุด “ฉาย  บุนนาค”  ถ่ายทอดอีกหนึ่งบทเรียนการลงทุนตลาดหลักทรัพย์ในหัวข้อ “การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด”  มีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจดังนี้... 

“การลงทุน คือการใช้สอยทรัพยากรในวันนี้ เพื่อผลตอบแทนที่มากกว่าในวันข้างหน้า” ในเชิงพาณิชย์ การลงทุนคือการซื้อสินทรัพย์บางอย่างเพื่อหวังผลตอบแทนในอนาคต ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม เนื่องจากมนุษย์มีความต้องการที่หลากหลายและความพึงพอใจที่แตกต่างตามสถานะที่ไม่เหมือนกัน สินค้าเพื่อการลงทุน (Investment Products) มากมาย จึงถูกคิดค้นขึ้นเพื่อจับคู่กับความต้องการของนักลงทุน

ยกตัวอย่างเช่น ตราสารทุน (Equity Instruments) คือ ตราสารสิทธิ์ในกิจการ โดยผู้ถือตราสารทุนจะมีฐานะเป็น “เจ้าของกิจการ” ซึ่งจะมีส่วนได้เสียหรือมีสิทธิในทรัพย์สินและรายได้ของกิจการ แบ่งแยกได้หลายประเภทเช่น หุ้นสามัญ (Common Stock), หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock), ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือวอแรนท์ (Warrant) และอื่นที่สามารถแปลงเป็นหุ้นหรือสิทธิ์การเป็นเจ้าของ

ตราสารหนี้ (Debt Instruments) คือ ตราสารทางการเงิน ในรูปของสัญญาทางการเงินระหว่างผู้ออกตราสารหนี้ และผู้ถือตราสารหนี้ จะเรียกง่ายๆ ก็คือสัญญากู้ยืมเงินที่ผู้ออกตราสารอยู่ในฐานะ “ลูกหนี้” เนื่องจากผู้ออกตราสารต้องการนำเงินไปลงทุน ส่วนผู้ซื้อจะอยู่ในฐานะ “เจ้าหนี้” แบ่งแยกได้หลายประเภทเช่น พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) หุ้นกู้ (Corporate Bond) และตั๋วแลกเงิน (Bills of Exchange หรือ ตั๋ว B/E)

ฉาย บุนนาค กล่าวต่อว่า ก่อนที่ท่านจะเบื่อ ผมคงจะไม่อภิปรายลงลึกในรายละเอียดไปไกลกว่านี้ เพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าการลงทุนมีได้หลายรูปแบบ ใครชอบเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย ลุ้นมากลุ้นน้อย ใครถนัดแบบไหน คุ้นเคยแบบไหนก็เลือกกันเอา…

ส่วนตัวผมผ่านร้อนผ่านหนาวในทุกรูปแบบการลงทุน ประสบการณ์ที่ดีและร้ายมากมายที่เคยเล่าไปก่อนหน้า … ผ่านจุดตกต่ำและสูงสุดขีด  ผมเสียเวลากว่า 12 ปี ตามหาหาสูตรสำเร็จของการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยงและให้ผลลัพท์ที่น่าพอใจ … สุดท้ายเพียงเส้นผมที่บังภูเขา …

ผมในฐานะพุทธศาสนิกชน ผมเชื่อในกฏแห่งกรรม บาปบุญคุณโทษ เรื่องภพชาติในอดีตและอนาคต ผมโชคดีมีโอกาสได้ฟังธรรมจากหลวงพ่อทิวา อาภากโร เรื่องการลงทุน … ใจความคำสอนกล่าวว่า นักธุรกิจที่ดี ที่ฉลาด นอกเหนือจากค้าขาย ก็ควรเร่งทำความดี มีสติ รักษาศีล หมั่นภาวนา และไม่เบียดเบียนผู้อื่น เพื่อสะสมบุญพร้อมเดินทางสู่ชาติหน้าและเข้าสู่กระแสของโลกุตรภูมิ

ผมไม่ได้หมายความให้นักลงทุนผู้อ่าน ทุ่มทำทานบริจาคทรัพย์จนเกินตัว เพื่อหวังว่าชาติหน้าจะเกิดเป็นมหาเศรษฐี… หากแต่หวังในผู้อ่านอย่ามุ่งเน้นผลตอบแทนการลงทุนด้านวัตถุจนลืมคุณธรรม ศีลธรรมและจริยธรรม… หากมองรอบตัวท่านในแวดวงการลงทุน สิ่งที่หายากรองจากความยุติธรรมของผู้คุมกฏคือศีลธรรมในใจ … พูดได้ว่าหานักลงทุนรักษาศีล 5 บริสุทธิ์ นั้นยากจริงๆในวันนี้…

โดยสรุป การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของฉาย บุนนาค คือลงทุนในตราสารบุญ และละเว้นหลีกเลี่ยงการลงทุนในตราสารบาป … แน่นอน อดีตแก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบันเราเลือกได้ในการลงทุนเพื่ออนาคตในวันข้างหน้า