ข่าว

ควงปืนปลอมจี้ร้านทองกลางตลาดปากน้ำ

ควงปืนปลอมจี้ร้านทองกลางตลาดปากน้ำ

15 พ.ย. 2552

บุกร้านทองจี้ชิงทรัพย์ เจ้าของร้านพบพิรุธ คนร้ายไม่กล้าเอาปืนออกมาให้เห็น ตัดสินใจแย่งพบเป็นปืนปลอม สุดท้ายคนร้ายเผ่นหนีโดยที่ไม่ได้อะไรไป

 เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ร.ต.อ.พีระ ราศรี ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งจากนายศุภพิชญ์ ทรัพย์สงเคราะห์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/2 ถนนศรีสมุทร ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เจ้าของร้านทองแหลมทอง 2 ตั้งอยู่กลางตลาดปากน้ำใกล้สี่แยกธนาคารกรุงเทพ สาขาสมุทรปราการ เลขที่ 30/10 ถ.ประโคนชัย ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมหลักฐานอาวุธปืนปลอมขนาด .38 ที่ทำด้วยพลาสติกสีบรอนซ์ 1 กระบอก และซีดีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในร้านทองที่บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อ ใช้อาวุธปืนปลอมบุกเข้าจี้เพื่อจะชิงทรัพย์ แต่ยังไม่ทันได้ทรัพย์สินไปถูกแย่งปืนเอาไว้ได้ ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป

 นายศุภพิชญ์ เจ้าของร้านทองที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เมื่อเวลา 16.30 น. ขณะที่ตนนั่งอยู่ในร้าน มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอม สูงประมาณ 170-175 ซม. สวมเสื้อแขนยาวสีครีม กางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้าผ้าใบไม่ทราบสี สวมหมวกแบบมีปีกสีครีม และมีผ้าปิดคลุมตั้งแต่ด้านหลังมาจนถึงใบหูทั้งสองข้าง แบบเดียวกับที่คนขายลอตเตอรี่ชอบใส่กันแดด ได้เดินเข้ามาในร้านก่อนจะชักอาวุธปืนออกมาจี้บังคับตนพร้อมทั้งข่มขู่ไม่ให้ส่งเสียงร้อง และเดินตรงเข้ามาทางด้านหลังเคาน์เตอร์ตู้เก็บทองรูปพรรณ ตนสั่งเกตเห็นว่าคนร้ายไม่ค่อยแสดงปืนให้เห็นนานๆ จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นปืนปลอม

 จึงได้ตัดสินใจกระโดดเข้าแย่งปืนจากคนร้ายกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่ตนจะแย่งปืนของคนร้ายเอาไว้ได้ ส่วนคนร้ายได้รีบวิ่งหลบหนีออกจากร้านไปโดยที่ยังไม่ได้ทรัพย์สินสิ่งใดไป หลังเกิดเหตุตนได้ปิดร้านพร้อมทั้งนำภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ลงแผ่นซีดี เอาไว้เป็นหลักฐานก่อนปรึกษามารดาและพากันเข้าแจ้งความร้องทุกข์

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความและลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ในการติดตามจับกุมคนร้าย และเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในละแวกใกล้เคียง จากการสอบถามพยานในละแวกที่เกิดเหตุ มีผู้พบเห็นชายฉกรรจ์รูปร่างและการแต่งกายคล้ายกับคนร้าย ที่เห็นในภาพมานั่งอยู่ที่หน้าธนาคารกรุงเทพ ใกล้ร้านทองที่เกิดเหตุตั้งแต่ช่วงเช้า จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาจนกระทั่งสบโอกาสเห็นร้านทองดังกล่าวปลอดคน ไม่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการจึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป