ข่าว

เล็งเคาะจำนำข้าวนาปรัง1.1หมื่นต่อตัน

เล็งเคาะจำนำข้าวนาปรัง1.1หมื่นต่อตัน

04 มี.ค. 2552

"พาณิชย์" เตรียมเสนอบอร์ดสรุปราคารับจำนำข้าวนาปรัง ปี 52 วันศุกร์ที่ 6 มี.ค.นี้ คาดลงตัวที่ 1.1 หมื่นบาทต่อตัน สมาคมชาวนาค้านชี้ราคาต่ำเกินไป ขณะที่ผู้ส่งออกข้าวอยากเห็น 1 หมื่นบาทต่อตัน

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่าในวันที่ 6 มีนาคมนี้ คณะอนุกรรมการสรุปราคารับจำนำข้าวนาปรัง ปี 2552 ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน จะพิจารณาราคารับจำนำข้าวที่จะใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2552 หจากนั้นจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในสัปดาห์หน้า และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์เดียวกัน เพื่อให้ทันต่อการเปิดรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังในวันที่ 16 มีนาคม โดยกำหนดเป้าหมายรับจำนำที่ 2.5 ล้านตัน
 อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาราคารับจำนำข้าวนั้น กระทรวงจะเสนอราคาข้าว 4 ระดับ ตั้งแต่รับจำนำตันละ 1 หมื่นบาท, 1.1 หมื่นบาท, 1.2 หมื่นบาท และ 1.3 หมื่นบาท ให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะเลือกราคาใด โดยกระทรวงต้องการให้รับจำนำข้าวที่ราคาตันละ 1.2 หมื่นบาท แต่ยอมรับว่าหากรับจำนำในราคาสูงเกินไป จะไม่เป็นผลดีต่อระบบข้าวไทย ทำให้แข่งขันลำบาก ดังนั้น แนวโน้มราคารับจำนำอาจสรุปอยู่ที่ตันละ 1.1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่อยู่ตรงกลางระหว่างทุกฝ่าย ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง
 นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลประกาศราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปรังตันละ 1.1 หมื่นบาท อาจส่งผลให้เกษตรกรไม่พอใจ และเตรียมรวมตัวประท้วงรัฐบาลแน่นอน เนื่องจากราคารับจำนำตันละ 1.1 หมื่นบาท เมื่อเกษตรกรนำข้าวไปรับจำนำจริงและถูกหักค่าความชื้นจะทำให้เหลือตันละกว่า 9,000 บาทเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนการปลูกข้าวของเกษตรกรอยู่ที่ 6,000-7,000 บาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้ที่ควรจะเป็น
 นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกต้องการให้รัฐบาลรับจำนำข้าวนาปรังที่ตันละ 1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่เหมาะสม เพราะจะทำให้การส่งออกข้าวไทยแข่งขันได้ในตลาด ซึ่งหากรับจำนำที่ตันละ 1.2 หมื่นบาท จะทำให้ช่องว่างระหว่างข้าวไทยและข้าวเวียดนามห่างกันถึงตันละ 150 ดอลลาร์สหรัฐ แต่หากรับจำนำที่ตันละ 1 หมื่นบาท จะทำให้ช่องว่างข้าวไทยกับข้าวเวียดนามห่างกันเหลือตันละ 120 ดอลลาร์สหรัฐ