
สุขเล็กๆ รอบๆ ตัว
แม้จะซื้อ อะบุ๊กคอมโบ จากค่าย A day มานาน จนผมแทบจำไม่ได้ว่าไปเอามาจากแหล่งไหน เพิ่งจะวานซืนนี้เองที่ได้ฤกษ์เปิดซิงหยิบมาอ่าน กะว่าจะคลายเครียด ปลดโซ่ตรวนความเซ็งซะหน่อย
ได้เรื่องเลยครับ ผมสะดุดกึกกับหน้าขาวดำธรรมดาๆ หน้าหนึ่ง ที่จั่วหัวว่า “Buying Happiness” พร้อมมีสองบรรทัดเล็กๆ โยงก่อนเข้าเนื้อหา ชวนให้หมั่นไส้เล็กน้อย…
…ใครที่บอกว่าความสุขเงินซื้อไม่ได้ … แสดงว่า คนนั้นใช้เงินไม่เป็น !
ผมค่อยๆ ขยับนิ้วตามไปทีละบรรทัด ตั้งใจจะเข้าให้ถึงแก่นที่นักเขียนค่ายนี้ บรรจงขยายความ บอกเล่าความสุขในแบบฉบับของตัวเองอย่างสั้นๆ
ที่สุดผมก็พบว่า สุขที่พูดถึง…มีตั้งแต่ง่ายๆ ไม่กี่บาทอย่างได้กินโกโก้เย็นสักแก้ว ก๋วยเตี่ยวหมูต้มยำสักชาม นั่งแทะป๊อกกี้อัลมอนด์จากจีนสักกล่อง ไล่ไปจนถึงการมีหมอนข้างอวบๆ ไว้กอดสักใบ จนถึงตั๋วเครื่องบินไป-กลับกรุงเทพฯ-รัสเซีย แบบเที่ยวให้อิ่มปอดสักทริป
ผมสนุกต่อและกดดันตัวเอง เปลี่ยนคำถามใหม่แบบใส่รสชาติความท้าทายเพิ่มเติม…
ความสุขที่เงินซื้อได้ แต่สนนราคาแค่ยี่สิบบาท สำหรับผมคืออะไร???
การมีเงินเป็นข้อจำกัด เล่นเอาแวบแรกผมอึ้งคิดไม่ออกเหมือนกัน แต่พอสติเริ่มมา ไอเดียความสุขก็ค่อยๆ เล็ดลอดออกมาทีละน้อย
ของผมมีตั้งแต่ได้กินเฉาก๊วยรวมมิตรใกล้ๆ ออฟฟิศ ออกไปซื้อขายหัวเราะสักเล่มมาอ่าน ซื้อซาลาเปาร้านโปรด วิ่งในสวนหมู่บ้านให้เหงื่อออก แล้วได้น้ำอัดลมไม่มีน้ำตาลเย็นๆ สักกระป๋อง
จากนั้นผมก็เริ่มแกล้งแหย่ชาวบ้าน เพื่อนร่วมก๊วนไปเรื่อยๆ ตั้งใจจะดูปฏิกิริยาโต้ตอบ และสีสันแฮปปี้ในแบบต่างๆ ที่อาจเอามาลอกเลียนเป็นของตัวเอง
หลายคนก็เป็นคล้ายๆ กัน แค่ได้ยินตัวเลขความสุขที่น้อยนิด ก็พานเหวอ?!? ตั้งตัวไม่ติด คิดไม่ทัน ต้องใจเย็นๆ ถึงจะสะกดคำตอบออกมา
เอาเข้าจริงสมัยเด็กๆ เราเองก็สามารถ “สุข” ได้กับเงินแค่บาทสองบาท กินลูกชิ้นสักไม้ น้ำหวานสักแก้ว แต่พอโตขึ้น ฐานะรายได้มากเข้า รสนิยมเสพสุขก็ค่อยๆ ผันแปรสูงเป็นเงาตามตัว
เคยกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางได้ ก็เริ่มทำไม่ได้ เที่ยวเมืองไทยไม่พอ ก็ต้องขยับไปเรื่อยๆ จากเอเชียใกล้ๆ เป็นไกลหน่อย ไล่ไปถึงยุโรป อเมริกา และบางคนถึงขนาดฝันจะไปนอกโลก
นานวันเข้า ก็เจอภาวะ “ยึดติด” เข้าครอบ จนลืมสิ่งเล็กๆ ง่ายๆ รอบตัว ทั้งที่เอาจริงๆ แล้ว อย่าว่าแต่เงินไม่กี่บาทเลย ความสุขยังมาได้จากการไม่มีเงินแม้สตางค์แดงเดียว
อาจเพราะธรรมะเป็นเรื่องไกลตัวของบางคน ผมจึงพยายามหาเหตุผลทางโลกสนับสนุน จนที่สุดก็จำได้ว่าเคยไปทะเลกับเพื่อนๆ ตอนเรียนจบใหม่ บอกได้เลยว่า นอกจากฟ้า น้ำทะเลใสๆ ทรายสวยๆ แล้ว
แสงสีเสียง บาร์ ผับ แหล่งช็อปปิ้ง อย่างเมืองพัทยาไม่มีแน่ๆ
แปลกนะ ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีอะไร เราเองก็ยังนั่งอยู่กลางธรรมชาติเป็นวันๆ อย่างมีความสุข
ลูกค้าสมาชิกสินเชื่อเล่าให้ฟังเหมือนกันว่าพอเศรษฐกิจไม่ดี แทนที่จะหันไปหาอะไรเพลินๆ นอกบ้าน ก็เริ่มกลับมามองสิ่งง่ายๆ ใกล้ตัว ทำกับข้าวกินเองที่บ้านกับเมียและลูก ใจก็เป็นสุข
มีบ้างที่ดื่ม สังสรรค์กันที่ผับ ก็เปลี่ยนเป็นชวนเพื่อนมาที่บ้านแทน ได้บรรยากาศอีกแบบ
ประหยัดเงินได้เป็นกอง ส่วนต่างยังเก็บไว้ใช้เป็นประโยชน์อย่างอื่น
ผมเองไม่ใช่คนวิเศษวิโสอะไร ยอมรับว่าเราก็ยังติดกรอบของความเคยชิน จนบางทีละเลยความสุขง่ายๆ แบบไม่มีราคาค่างวด
ทันทีที่เขียนเรื่องนี้ เลยดีใจมากที่อย่างน้อยเราพอจะมีสติกำกับ และได้เขียนอะไรที่เตือนตัวเองได้บ้าง
ถ้าเพื่อนนักอ่านคนไหน จะเอาไปใช้ ผมจะดีใจไม่น้อยครับ…
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



