ข่าว

 ใช้เงินอย่างไรในคนโสด

ใช้เงินอย่างไรในคนโสด

14 พ.ย. 2552

“อยู่คนเดียวก็สบายดี” วลีที่ติดปากสำหรับคนหนุ่มสาวสมัยนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าต่างคนต่างหวงชีวิตวัยโสด รักอิสระ รักที่จะสนุกอยู่กับเพื่อนฝูง ไม่ต้องมีภาระผูกพัน บางคนอาจจะคิดไปถึงว่าถ้าหาดีไม่ได้ก็ไม่ต้องมีมันซะเลยดีกว่า

 หรือถ้าจะแต่งงานก็ขอให้อิ่มตัวกับการใช้ชีวิตโสดก่อน สุดท้ายก็จะแต่งงานช้าลงหรือแต่งงานตอนที่อายุมากแล้ว วันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเรื่องการมีคู่หรอกนะครับ แต่กำลังนึกถึงตัวเองว่าถ้าเราตัดสินใจที่จะเป็นคนโสดแล้ว เราจะวางแผนการใช้เงิน การใช้ชีวิตอย่างไรให้ไม่เดือดร้อนในอนาคต คิดไปคิดมาแล้วไม่ว่าการมีชีวิตคู่หรือการเป็นโสดมันก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกัน

 ข้อแรกเลย ผมว่าคนโสดอาจจะได้เปรียบคนที่มีครอบครัวตรงที่ไม่ต้องมีภาระเรื่องลูกเพราะการมีครอบครัวหมายถึงการที่จะต้องยอมรับที่จะมีภาระค่าเลี้ยงดูต่างๆ ทั้งค่าเทอม ค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ฯลฯ ซึ่งจะว่าไปแล้วค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านี้ในแต่ละวันแต่ละเดือนแต่ละปีรวมๆ กันแล้วก็ไม่ใช่น้อย แต่ข้อดีของคนที่มีครอบครัวหรือมีลูกก็อาจจะมีความคาดหวังที่จะได้พึ่งพาหรือได้รับการดูแลจากลูกในตอนบั้นปลายชีวิตก็ได้ แต่ก็อย่างว่านะครับพ่อแม่เองก็ไม่สามารถที่จะคาดหวังให้ลูกมาเลี้ยงดูแลตนเองเหมือนสมัยก่อนได้ เอาเป็นว่าถ้าเลือกที่จะเป็นคนโสดแล้วก็ต้องท่องให้ขึ้นใจว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนสำคัญที่สุด ดังนั้นถ้าเข้าใจในเหตุและผลดังกล่าวแล้วคนโสดจึงควรที่จะต้องเก็บเงินของตนเองเผื่อไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายเรื่องการดูแลสุขภาพให้มากกว่าคนที่มีครอบครัว หรือเลือกทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพให้อุ่นใจ และถ้าคิดให้ยาวออกไปอีกก็ต้องมีเงินพอสำหรับที่จะต้องจ้างคนมาคอยดูแลตัวเองในยามที่ไม่สามารถดูแลตัวเอง จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนคนรอบข้างในยามเจ็บป่วย

 ข้อที่สอง คนโสดมักจะใช้จ่ายตามใจตัวเองเนื่องจากไม่มีใครมาคอยห้ามหรือมาคอยทักท้วงเวลาที่ต้องการจะใช้จ่ายอะไรก็มักจะใช้จ่ายออกไปได้ง่ายๆ จะไปไหนมาไหนก็สะดวกรวดเร็วกว่าคนอื่น ดังนั้นค่าใช้จ่ายหลักๆ ของคนโสดจึงมักจะหมดไปกับการกินดื่ม ค่าเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องสำอาง โดยเฉพาะเมื่อเพื่อนซี้คนโสดสองคนมาเจอกันตามห้างสรรพสินค้าที่กำลังลดกระหน่ำเมื่อไหร่รับรองงานนี้มีช็อปกระจายกันไปข้างหนึ่ง อย่างไรก็ตามถ้าคุณเป็นคนที่มีวินัยในการใช้เงินและมีการวางแผนการใช้เงินเพื่อรองรับแผนการใช้ชีวิตแบบโสดๆ ของคุณไว้แล้วอย่างเป็นทางการก็ถือว่ากิจกรรมต่างๆ ที่จะต้องใช้เงินเหล่านี้ของคุณถูกควบคุมไว้ได้แล้ว คำว่าทางการของผมหมายถึง ทุกครั้งที่มีรายรับเข้ามาคุณก็จะกันเงินส่วนหนึ่งไว้สัก 20% เป็นเงินออมในอนาคต อีก 50-60% ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่เหลือก็ใช้จ่ายส่วนตัวบ้างหรือให้พ่อแม่บ้าง เป็นต้น ถ้าทำได้อย่างนี้ก็ไม่ต้องกังวลกับความเป็นโสด

 จะว่าไปแล้วในบางจังหวะชีวิตคนโสดก็เป็นชีวิตที่น่าอิจฉาโดยเฉพาะกับคนที่ไม่โสดแล้วอยากจะกลับไปใช้ชีวิตแบบคนโสดแต่ในบางเวลาก็เป็นชีวิตที่ดูเหมือนจะเหงาๆ อยู่บ้าง เพราะในบางเรื่องบางราวของชีวิตก็อาจจะต้องการคำปรึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรึกษากับคนที่เราไว้ใจที่สุด แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนโสดหรือคนที่แต่งงานมีครอบครัวมีลูกแล้วก็ตามไม่สำคัญเท่ากับการเป็นคนที่มีความสุขไม่มีหนี้สินและมีเงินใช้เพียงพอโดยไม่เดือดร้อน ลองคิดดูว่าหากบั้นปลายชีวิตของคุณต้องเป็นคนแก่ที่เป็นคนโสด ไม่มีลูกมีหลาน และยิ่งไม่มีเงินด้วยแล้ว ถึงเวลานั้นการใช้ชีวิตของคุณคงยุ่งยากน่าดู ยังมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนโสดกับการใช้เงินมาเล่าอีกเยอะไว้อ่านต่อฉบับหน้านะครับ

จีรวัฒน์ ชนะเสรีชัย
ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารสมาชิกและประชาสัมพันธ์ กบข.