ข่าว

เกมข้อหาจารกรรม...ฟื้นสงครามเย็น

เกมข้อหาจารกรรม...ฟื้นสงครามเย็น

15 พ.ย. 2552

การจับตัวคนของฝ่ายตรงกันข้าม ยัดข้อหาเป็นสายลับหรือจารชนนั้น เป็นเรื่องของการทำสงครามเย็นในช่วงอดีต โดยเฉพาะระหว่างโลกเสรีกับโลกคอมมิวนิสต์

ฉะนั้นการที่รัฐบาลกัมพูชาจับวิศวกรไทยตั้งข้อหาว่าขโมยเอกสารเกี่ยวกับตารางการบินของคุณทักษิณ ชินวัตร และนายกรัฐมนตรีฮุน เซน แห่งกัมพูชา ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่งครับว่าทำเพื่ออะไร

 เพราะความจริงถ้าจะบอกว่าจับได้คาหนังคาเขาก็คงจะเป็นเรื่องแปลก เพราะเรื่องของตารางเที่ยวบินของคุณทักษิณนั้น ไม่ได้มีความลับอะไร และแม้กระทั่งเที่ยวบินของนายกฯ ฮุน เซน ก็เช่นเดียวกัน คงไม่จำเป็นจะต้องแอบไปหากระดาษของตารางบินและแอบส่งแฟกซ์ไปให้สถานทูตไทย อย่างที่รองผู้บัญชาการสำนักตำรวจแห่งชาติกัมพูชา นายสบ พัน แถลงวันก่อนว่า คุณศิวรักษ์ โชติพงษ์ อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่วิศวกร บริษัท กัมพูชา แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิส หรือ CATS เป็นผู้กระทำ

 เรื่องนี้ถ้าหากรัฐบาลกัมพูชาต้องการจะยืนยันว่าเป็นข้อหาจารกรรม ซึ่งมีโทษจำคุกถึง 15 ปี ก็ต้องแสดงหลักฐานและต้องโปร่งใส ต้องให้คุณศิวรักษ์ตั้งทนาย และให้เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยไปให้คำปรึกษาเพื่อให้แน่ใจว่ามาตรฐานความเป็นธรรมของกัมพูชาต่อผู้ต้องหานั้นไม่ผิดกติกาสากล

 ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีฮุน เซน ไม่สนใจมาตรฐานสากล เมื่อรัฐบาลไทยส่งคำขอให้ผู้ร้ายข้ามแดนที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร กลับมาประเทศไทย รัฐบาลกัมพูชาบอกปัดอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่สนใจสนธิสัญญาระหว่างสองประเทศด้วยซ้ำไป  

 ฉะนั้นการจับคุณศิวรักษ์ครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยคำถามครับว่า อะไรคือสิ่งที่รัฐบาลกัมพูชากล่าวหากันแน่

 เรื่องของการจับสปายสายลับนั้น ในอดีตถ้าเป็นสงครามเย็น พอฝ่ายหนึ่งจับคนของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นสายลับ อีกฝ่ายหนึ่งก็จะจับคนของฝ่ายนั้นด้วยข้อหาสายลับ เป็นการตอบโต้เช่นเดียวกัน เป็นการเพิ่มอำนาจต่อรอง และนี่ก็ทำท่าว่าจะคล้ายๆ ซ้ำรอยสงครามเย็นที่เคยเกิดขึ้น อย่างที่เราเคยเห็นในหนังสายลับมาตลอด

 เรื่องนี้รัฐบาลกัมพูชาต้องแสดงความชัดเจนโปร่งใสว่า คุณศิวรักษ์ทำอะไรไปแน่ และจะต้องสามารถตอบคำถามของรัฐบาลไทย ของคนไทย ว่าทั้งหมดนี้เป็นการหาเรื่อง ยัดเยียดข้อหา เพียงเพื่อจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเลวร้ายลงไปให้สอดคล้องกับที่ ฮุน เซน และ ทักษิณ วางแผนไว้หรือไม่

สุทธิชัย หยุ่น