ข่าว

"เตีย บัน":กองทัพกัมพูชาไม่ปรารถนาสงคราม

"เตีย บัน":กองทัพกัมพูชาไม่ปรารถนาสงคราม

15 พ.ย. 2552

แม้ระดับผู้นำของทั้งสองประเทศทั้ง สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย จะฟาดฟันกันผ่านบทสัมภาษณ์ และมาตรการทางการทูตอย่างหนักโดยไม่มีทีท่าจะลดราวาศอกต่อกันแม้แต่น้อย

 แต่ในระดับกองทัพของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะผู้นำกองทัพอย่าง พล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหมกัมพูชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมของไทย ยังย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันจนส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองชาติ

 ล่าสุด พล.อ.เตีย บัน ก็ย้ำชัดๆ กับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" อีกรอบว่า กองทัพกัมพูชาไม่ต้องการสงครามกับกองทัพไทยแม้แต่น้อย

@ ในฐานะที่ดูแลงานด้านความมั่นคงในประเทศกัมพูชา ได้มีการเสนอแนะอะไรเป็นพิเศษกับสมเด็จฮุน เซน บ้างหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของประชาชนคนไทยที่อยู่ในประเทศกัมพูชา?
 เรื่องความมั่นคงภายในประเทศไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เราไม่มีจุดประสงค์ที่จะทำให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะคนไทยที่อยู่ในประเทศกัมพูชาก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยังสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ตามปกติ ทำมาหากินได้อย่างผาสุก

@ ได้มีการเสนอแนวทางอะไรให้แก่สมเด็จฮุน เซน บ้าง เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ?
 ไม่มีอะไรที่จะต้องไปเสนอท่าน เพราะเราทำกันมาเรียบร้อยทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่จะต้องน่าเป็นห่วง เพราะนโยบายของรัฐบาลกัมพูชามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วมีความชัดเจนทุกอย่าง ดังนั้นด้านความมั่นคงจึงไม่ต้องไปเสนอเปลี่ยนแปลง เพราะเราปฏิบัติอย่างพึงพอใจของประชาชน และทุกฝ่ายในประเทศอยู่แล้ว

@ ทำไมถึงมีการปรับเปลี่ยนกำลังทางทหารใหม่บริเวณปราสาทพระวิหาร เกรงหรือไม่จะเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากทหารที่ปรับเปลี่ยนยังไม่คุ้นเคยกับทหารในพื้นที่?
 โอ๊ย! อย่าไปวิตกกังวลเลย เพราะกองทัพกัมพูชามีการปรับเปลี่ยนกำลังทหารตามปกติอยู่แล้ว ขณะนี้เรามีการถอนกำลังบริเวณดังกล่าวออกนอกพื้นที่บ้างแล้ว ให้เหลือแต่กำลังที่พอเหมาะพอควรในการติดต่อประสานงานกัน

@ จะมีการหารือกับกองทัพไทยหรือไม่เกี่ยวกับการลดกำลังทางทหารเพื่อลดภาวะตึงเครียดกับสถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้?
 กองทัพทั้งสองประเทศสามารถพูดคุยกันในทุกระดับต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแนวชายแดน เราได้พูดจากันตลอด อย่างไรก็ตามผมยืนยันได้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์สงครามเกิดขึ้น หรือการสู้รบกับกองกำลังทหารไทย สิ่งที่ผ่านมาทั้งสองกองทัพพยายามสร้างอะไรดีๆ ไว้เยอะ คงไม่มีอะไรที่จะมาสามารถทำให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะแน่นอน
 ผมเชื่อว่ากองทัพไทยก็ไม่อยากเห็นเหตุการณ์การสู้รบกันของทั้งสองประเทศ เพราะไม่ได้เป็นเป็นผลดี และกองทัพกัมพูชาเองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะทำสงคราม หรือสู้รบกับกองทัพไทยเลยแม้แต่นิดเดียว ในช่วงที่สถานการณ์ไม่เป็นปกติผมก็พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร มาตลอด ผมเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศไทย หลังจากการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนเมื่อสัปดาห์ก่อนก็พูดคุยกัน ไม่มีปัญหาอะไรกันทั้งสิ้น เราบอกว่าจะต้องช่วยกันดูแลเพื่อให้เกิดความสุขในภูมิภาคอาเซียน

@ ยืนยันได้หรือไม่ว่ากองทัพไทยกับกองทัพกัมพูชาจะไม่มีการถอนผู้ช่วยทูตทางทหารกลับประเทศ แม้ว่ารัฐบาลทั้งสองประเทศจะมีการถอนเอกอัครราชทูต และเลขานุการทูตไปแล้ว?
 ผมคิดว่าคงไม่มีเช่นนั้น และจะไม่มีเหตุการณ์ในลักษณะนั้น ผมคิดว่าสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งของทั้งสองประเทศจะคลี่คลายดีขึ้น

@ การตัดสัมพันธ์ทางการทูตของทั้งสองประเทศจะเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดปัญหาบานปลายหรือไม่?
 มีบางปัญหาที่ไม่ค่อยดี ต่างฝ่ายต่างก็พยายามยับยั้งไม่ให้เกิดปัญหา หรือเกินเลยไปมากมายกว่านี้ เพราะมีเรื่องราวไม่พึงที่จะกระทำ หากไปทำแล้วอาจจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้

@ ความสัมพันธ์ทางด้านการทหารยังคงเหนียวแน่น แต่ดูเหมือนว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย และสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยังมองหน้ากันไม่ติด และแทบจะกินเลือดกินเนื้อกันแล้ว?
 เรื่องนี้ผมไม่สามารถวิจารณ์แทนนายกรัฐมนตรีทั้งสองคนได้ ผมไม่รู้ถึงความรู้สึกนึกคิดว่าเป็นอย่างไร

@ มองอย่างไรที่ขณะนี้นานาประเทศต่างจับจ้องการแก้ไขปัญหาขัดแย้งของผู้นำทั้งสองประเทศ?
 ผมก็บอกไม่ได้เช่นกัน ส่วนที่จะมีประเทศที่สาม หรือประเทศมหาอำนาจเข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหาความขัดแย้งนั้น ก็ไม่สามารถไปวิจารณ์หรือให้ข้อคิดเห็นอะไรได้เช่นกัน เพียงแต่พยายามแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดบานปลาย

@ สาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาตัดความสัมพันธ์ เกิดจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยใช่หรือไม่?
 แล้วแต่คนมอง แล้วแต่คนคิด จะไปให้ตามใจทุกคนคงไม่ได้ หรือจะไปตีราคาแทนคนอื่นที่มองแบบนี้ไม่ได้

@ รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาจะมีโอกาสกลับมาเป็นมิตร เป็นเพื่อนบ้านที่ดีเหมือนเดิมได้หรือไม่?
 เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาลไทยหรือรัฐบาลกัมพูชาเท่านั้น ไม่ว่าประเทศไหนก็แล้วแต่ก็จะต้องมีความสัมพันธ์ และมีการติดต่อกันระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่นานาประเทศในโลกต่างพึงกระทำอยู่แล้ว โดยไม่มีใครต้องการไปสร้าง และทำให้เกิดปัญหาความแตกหัก
 ดังนั้นเราต้องนึกถึงตอนที่ประเทศมิตรต่างๆ ที่เราเข้ามาในยุคนั้น ต้องการร่วมมือกันทุกๆ ด้าน เพื่อแก้ไขปัญหา หรือสางปัญหาที่ใหญ่ๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความยากจนของประชาชน

@ รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาควรถอยหลังกันคนละก้าวเพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นไหม ?
 เรื่องถอย หรือเรื่องก้าว ผมไม่ทราบว่าควรจะถอย หรือจะก้าวไปไหน ผมไม่สามารถบอกได้ว่าจะถอยหรือไม่

@ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลกัมพูชาจะยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับไทย?
 ผมจะพูด หรือแสดงข้อคิดเห็นต่อนายกรัฐมนตรีกัมพูชาไม่ได้ เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเพียงผู้เดียว

@ รัฐบาลกัมพูชาจะส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ทางการไทยหรือไม่ ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน?
 เป็นเรื่องของกฎหมาย ซึ่งทางกัมพูชาก็มีกฎหมาย กัมพูชาทำอย่างถูกต้อง

@ รู้สึกเสียใจต่อปัญหาความขัดแย้งของทั้งสองประเทศหรือไม่ ทั้งๆ ที่เราก็เหมือนเป็นเมืองพี่เมืองน้องกัน?
 เป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว ไม่เฉพาะแต่ผม แต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่น้อยก็ไม่อยากเห็นความขัดแย้งของทั้งสองประเทศ ควรจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่น่าจะให้เกิดปัญหา แต่เมื่อมีปัญหาแล้วก็จะต้องแก้ไข เพราะเราไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดปัญหาขึ้น เราอยากให้ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือกันเหมือนในอดีต แต่เมื่อมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราก็ไม่ได้พึงปรารถนาอะไรทั้งสิ้น

@ หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลกัมพูชาเลือก พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่าเลือกการเป็นมิตรกับประเทศไทย?
 เป็นสิ่งที่คนจำนวนหนึ่งให้ความหมายอันนั้น แต่มันไม่ใช่เรื่องจริง หรือความจริง ข้อเท็จจริงมันไม่ได้มีความเกี่ยวพันเรื่องนั้นเลย มันไม่เกี่ยวกับเรื่องตัวบุคคล หรือเกี่ยวกับเรื่องประเทศ

@ ดูแล้วสถานการณ์การเมืองไทย-กัมพูชาจะเกิดความขัดแย้งกันอีกนานไหม?
 คงไม่นานหรอก แต่ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่เข้าใจกัน ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ลำบากที่จะพูดหรือวิเคราะห์ได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศจะลุกลามบานปลายหรือไม่ ก็ได้แต่ภาวนา ไม่อยากให้เกิดปัญหากัน

@ จะมีโอกาสเห็นภาพสมเด็จฮุน เซน กอดกับนายอภิสิทธิ์ เหมือนกับกอด พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่?
 (หัวเราะ) ผมไม่รู้หรอก หรือจะไปวัดจิตใจของพวกท่านไม่ได้ แต่ก็ภาวนาไม่อยากให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกันเนิ่นนาน ส่วนจะจำเป็นต้องให้ประเทศที่สามเข้ามาไกล่เกลี่ยหรือไม่นั้น คงไม่ต้อง เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ


ทีมข่าวความมั่นคง