ข่าว

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

18 พ.ค. 2562

สกลนคร - คมข่าวทั่วไทย

 

ชาวบ้านหลายครอบครัว ที่บ้านเหล่า หมู่ 2 ต.วัฒนา อ.ส่องดาว จ.สกลนคร กำลังได้รับผล กระ ทบต้องไร้ที่ดินอยู่อาศัย หลังศาลฎีกามีคำสั่งตามศาลชั้นต้น ให้ชาวบ้านจำนวน 7 ครอบครัว ออกจากพื้นที่ ตามที่มีนายทุนฟ้องร้องอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดิน นส.3 ก จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 68 ไร่ ขณะที่ชาวบ้านไม่ทราบมาก่อนว่าพื้นที่ดังกล่าวมาเจ้าของ ได้เข้าทำกินอยู่อาศัย โดยไม่มีผู้ใดมาอ้างกรรมสิทธิ์ เวลาผ่านมากว่า 40 ปี  ปัจจุบันที่ดินดังกล่าว ตั้งอยู่ริมเส้นทางสายสำคัญ ที่เชื่อมระหว่างอำเภอส่องดาว – อำเภอสว่างแดนดิน และฝั่งตรงข้ามเป็นแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติดงพันนา – ดงพระเจ้า ครอบครัว

 

 

 

เช่นเดียวกับนางใบ  ศูนยะราช อายุ 80 ปี ที่ยังสับสนไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน  ต้องช่วยกันเก็บข้าวของ เครื่องใช้ ภายในบ้านไม้ชั้นเดียวที่ปลูกอยู่อาศัยมากว่า 30 ปี บนเนื้อที่ 2 งาน  ทรัพย์สินส่วนใหญ่มีเพียงเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว ไร้ทรัพย์สมบัติที่มีค่า   เช่นเดียวกับชาวบ้านอีก 6  ครอบครัว ที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ที่อยู่ในพื้นที่ติดกัน ก็ต้องออกนอกพื้นที่เช่นเดียวกัน   โดยคำสั่งให้ย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน กำหนดสิ้นสุด มาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม  2562  ซึ่งเส้นตายให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ผ่านมาจะเข้าสู่เดือนที่ 2 แล้ว  ทำให้ทุกวันนี้ชาวบ้านคนต่างกังวลว่า จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุม หรือบังคับใช้กฎหมายให้ย้ายออกนอกพื้น ที่ ตามคำสั่งพิพากษาของศาลฎีกา   เพราะยังไม่รู่ว่าจะต้องย้ายออกไปอยู่ไหน             

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

กรณีข้อพิพาทการบุกรุกที่ดินทำกิน ระหว่างชาวบ้านกับนายทุน พื้นที่ ต.วัฒนา อ.ส่องดาว จ.สกลนคร  มีชาวบ้านถูกฟ้องร้อง รวม 23 ครอบครัว และมี  7 ครอบครัว   ศาลฎีกา ได้มีคำสั่งถึงที่สิ้นสุดให้ย้ายออกจากพื้นที่ และอีก 18 ครอบครัว กำลังรอคำสั่งศาลฎีกา  และหากมีคำสั่งให้ย้ายออกจริง จะมีผู้ได้รับผลกระทบทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และคนชรา กว่า 109 คน ขณะที่บ้านบางหลังที่ก่อสร้างอาศัยมา ชาวบ้านนำโฉนดที่นา ไปกู้เงินมาสร้างบ้านสองชั้นหลังใหญ่ หวังทำค้าขาย มีสมาชิก 7  คน ปัจจุบันย้ายออกไปแล้ว เพราะกลัวถูกจับ   

 คดีดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณปี 2556 เมื่อมีนายทุนรายหนึ่ง ได้นำเอกสาร นกส.3 ก. จำนวน 2 แปลง รวมพื้นที่ 68 ไร่   ไปยื่นต่อศาลจังหวัดแดนดิน เพื่อขอแสดงสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน และมีการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม โดยศาลชั้นต้นให้ชาวบ้านชนะคดี แต่ศาลอุทธรณ์ กลับคำตัดสิน และศาลศาลฎีกายืนตามศาลชั้นต้น ให้ชาวบ้านผู้บุกรุกออกนอกจากพื้นที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

นางใบ  ศูนยะราช ปัจจุบันอายุ 80 ปี ยืนคู่กับต้นไม้ที่ปลูกหน้าบ้าน เมื่อ 40 ปี

 

 

 

ย้อนกลับไปประมาณ ปี 2506  นางใบ ศูนยะราช ปัจจุบันอายุ 80 ปี  เป็นครอบครัวแรกๆที่ย้ายออกมาจากตัวอำเภอส่องดาว โดยบุกเบิกพื้นที่ทำกินบริเวณดังกล่าว ห่างตัวอำเภอประมาณ 5 กิโลเมตร จากนั้นมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน เริ่มเข้ามาอยู่เป็นชุมชน เขต บ.เหล่าใหญ่ ต.วัฒนา อ.ส่องดาว     “ทุกวันนี้ทุกข์ใจมาก ได้แต่เก็บข้าวของเตรียมรอว่าเมื่อไรจะมีเจ้าหน้าที่มาบอกให้ย้าย ต้องเกิดความหวาดผวาจนทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่คิดว่าที่ดินที่ตนเองอยู่มากว่า 40 ปี จนอายุ 80 ปี จะมีคนมาอ้างกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินจนถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล  ยายใบบอกว่า ต้นไม้ทุกต้น ตนเองปลูกมาจนเจริญเติบโตมา บางต้นมีอายุมากกว่า 40 ปี และที่ดินแปลงดังกล่าวหลังจากแบ่งให้ลูกหลาน ตนเหลือไว้เก็บเพียง 2 งาน หวังไว้อยู่อาศัยแค่สิ้นลมหายใจ”  นางใบกล่าว

ชาวบ้านหลายครอบครัวที่ได้รับผลกระทบเล่าว่า พื้นที่ดังกล่าวเมื่อปี 2506 ยัง เป็นป่ารกทึบ โดยมีครอบครัวยายใบ เข้ามาถากถางป่าทำกินยุคแรกๆ ไม่มีใครกล้ามาเพราะมีสัตว์ป่าชุกชุม และยังมีทหารป่า หรือ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ดงพันนา ดงพระเจ้า ที่มักจะลงมาขอข้าว สารและเสบียง จนเป็นเรื่องปกติ  เพราะชาวบ้านบอกว่าต่างคนต่างอยู่    จนเริ่มมีญาติพี่น้อง เข้ามาแบ่งปันพื้นที่ทำกิน และมีชาวบ้านเข้ามาจับจองพื้นที่ กลายเป็นชุมชนใหญ่ ตลอดเวลาเกือบ 40 ปี ไม่เคยมีใครมาแสดงตนเป็นเจ้าของ หรือขับไล่ให้ออกจากพื้นที่  

เมื่อปี 2556  มีหมายศาลจังหวัดสว่างแดนดิน ส่งมาถึงชาวบ้าน 23 ครอบครัว  ว่าได้เข้ามาทำกินในพื้นที่ของบุคคลอื่น  ชาวบ้านจึงรวมตัวกันต่อสู้จนถึงศาลฎีกา จนเมื่อมีเจ้าหน้าที่ป้าไม้มาตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และการออกเอกสารสิทธิ์จึงน่าจะไม่ถูกต้อง ทำให้ชาวบ้านเริ่มมีความหวัง  แต่ก็วิงวอนให้ส่วนราชการเข้ามาตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะมีคำสั่งศาลฎีกาออกมาแล้ว ทุกคนต้องปฏิบัติตาม  และคู่กรณีก็เป็นนายทุน ที่รู้จักข้าราชการในพื้นที่อย่างกว้างขวาง 

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

นายชูชาติ  เทพสุต ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้สกลนคร ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียน และลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งอธิบดีกรมป่าไม้ และผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พบว่า พื้นที่พิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงพันนา ดงพระเจ้า ซึ่งหากเป็นจริง การออกเอกสารสิทธิ์ นสก.3 ก จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย      “ได้นำพื้นที่ 23 ครอบครัว มาตรวจสอบแนวเขต   21 ครอบครัว พบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพันนา – ดงพระเจ้า  ทั้ง 2 แปลง มีพื้นที่รวมกัน   68 ไร่  ถ้าฟื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนการจะออกเอกสารของทางที่ดิน จะต้องมีคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายที่ดิน ฝ่ายปกครอง และฝ่ายป่าไม้ ออกมาร่วมตรวจสอบ   แต่ขั้นตอนนี้ไม่มี จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เบื้องต้นทางอำเภอ มีหนังสือแจ้งมาที่ป่าไม้ว่า พื้นที่ นสก.3 แปลงที่ราษฎรเข้าทับซ้อนอยู่  ไม่น่าจะชอบด้วย กฎหมาย  ขั้นตอนต่อไปทางที่ดิน จะต้องมีการเพิกถอนสิทธิ์” นายชูชาติ กล่าว

ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้สกลนคร ยังกล่าวต่อว่า หากกระบวนการตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตป่าสงวนจริง และการออกเอกสารสิทธิ์ไม่ถูกต้อง  พื้นที่ดังกล่าวจะกลับไปอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงพันนา – ดงพระเจ้า เหมือนเดิม  จะสามารถให้ราษฎรที่อยู่ทำกินเดิมแล้ว กลับเข้าทำกินได้  เพราะพื้นที่ที่ราษฎรครอบ ครองถ้าเป็นคนจน ทางรัฐบาล และกรมป่าไม้ อนุโลมให้ชาวบ้านอยู่ทำกินได้  ในพื้นที่ลักษณะของการรวมให้ แต่สามารถต่อถึงลูกถึงหลานได้    แต่ตอนนี้พอเพิกถอนแล้ว จะต้องสำรวจว่าใครคนจน ใครคนรวย ใครมีพื้นที่เท่าไหร่ เพื่อจะเอาข้อมูลตรงนี้ ส่งไปกรมป่าไม้และให้เจ้าหน้าที่ออกมาทำรังวัด และประกาศยื่นขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวน เพื่อให้ชาวบ้านใช้ตามระเบียบของกลุ่มเป้าหมายต่อไป และหากมีการร้องเรียนการออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบ ก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบว่า การออกเอกสารดังกล่าวมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่

 

 

 

อยู่ทำกินมากว่า 40 ปี ถูกนายทุนฟ้องไล่ที่