ข่าว

ปธ.สภาอบต.โหดฆ่าชิงทรัพย์ตร.ชุมชน

ปธ.สภาอบต.โหดฆ่าชิงทรัพย์ตร.ชุมชน

14 พ.ย. 2552

ตำรวจนครปฐมรวบประธานสภา อบต.โหดฆ่าตำรวจชุมชน ชิงทองหนัก 21 บาท ผู้ต้องหารับสารภาพ รู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี เจอกันแทบทุกวัน แถมยังคุยข่มว่าพกปืนพร้อมอวดรวยโชว์ทองให้ดูทุกครั้ง

ความคืบหน้ากรณีนายบุญมา โสมโสภา อายุ 64 ปี คนขับรถสามล้อรับจ้างและรองประธานตำรวจชุมชน ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตขณะขับรถสามล้อบนถนนโรงหวด หมู่ 2 ต.งิ้วราย อ.นครชัยศรี และชิงสร้อยคอทองคำ 3 เส้น น้ำหนักรวม 21 บาท และปืนขนาด 38 มม.หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

  ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ สภ.นครชัยศรี พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ยงยุทธ เตียวตระกูล รอง ผบช.ภ.7 ดูแลพื้นที่ จ.นครปฐม พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ฝ่ายปราบปราม พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.วีระ เที่ยวมาพบสุข ผกก.กสส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุนทรลาภ ผกก.สภ.นครชัยศรี พ.ต.ท.ไชยศ มุกดาหาญ รอง ผกก.ปป. พ.ต.ท.ประทีป พันหว้า รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ปรีดา อิ่มเจริญ รอง ผกก.กสส.ภ.จว.นครปฐม พร้อมชุดสืบสวน สภ.นครชัยศรี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายรุ่ง คงคารัตน์ อายุ 39 ปี ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางแก้ว อ.นครชัยศรี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 1 ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี ผู้ต้องหาคดีฆ่าชิงทรัพย์ พร้อมของกลางเงินสด 2.5หมื่นบาท สร้อยคอทองคำหนัก 15 บาท 1 เส้น รถจักรยานยนต์ ทะเบียน กกฉ225 นฐ. ปืนขนาด 11 มม. 2 กระบอก กระสุนปืน 11 มม.16 นัด ปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก กระสุน 14 นัด

 พล.ต.ต.ยงยุทธ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สี่แยกท่านาในช่วงที่นายบุญมา ผู้ตาย ขับรถสามล้อผ่าน โดยคนสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบขี่รถจักรยานยนต์ติดตามอยู่ห่างๆ คาดว่าน่าจะเป็นคนร้าย ก่อนที่นายบุญมาจะถูกยิงเสียชีวิต จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนสอบปากคำญาติผู้ตาย เพื่อขอทราบเกี่ยวกับลักษณะสร้อยคอทองคำที่ผู้ตายสวมใส่อยู่ 3 เส้น หนัก 15 บาท 1 เส้น หนัก 3 บาท 2 เส้น ส่วนเลสทอง หนัก 3 บาท ที่ข้อมือของผู้ตาย คนร้ายไม่ได้เอาไป ทำให้ตำรวจมั่นใจว่าคนร้ายน่าจะรู้จักผู้ตายเป็นอย่างดีจึงรู้ว่าเลสข้อมือเป็นของปลอม เลยเอาแต่สร้อยคอไป จากนั้นจึงประสานขอความร่วมมือจากร้านทองในจังหวัด

 พล.ต.ต.ยงยุทธ กล่าวอีกว่า กระทั่งเวลา 17.00 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ตำรวจได้รับแจ้งจากร้านทองแม่สมัย อ.สามพราน ว่ามีชายนำสร้อยคอทองคำหนัก 15 บาท ซึ่งมีลักษณะตรงกับของผู้ตายไปขายที่ร้าน ทางร้านจึงได้ถ่วงเวลา โดยขอดูบัตรประจำตัวประชาชนและจดหมายเลขบัตร ทราบชื่อนายรุ่ง คงคารัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 6/1 ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี แต่นายรุ่งซึ่งพกวิทยุมือถือแบบตำรวจได้ยินตำรวจแจ้งขอกำลังไปตรวจสอบที่ร้านทองแม่สมัย นายรุ่งจึงรีบออกจากร้าน จึงกระจายกำลังตำรวจออกติดตาม กระทั่งพบนายรุ่งขี่จักรยานยนต์อยู่บริเวณหน้าโรงงานนครชัยศรี อุตสาหกรรม หมู่ 1 ต.ท่าพระยา จึงเรียกหยุดและตรวจค้นพบเงินสด 2.5 หมื่นบาท และสร้อยคอทองคำหนัก 15 บาท อยู่ในกระเป๋ากางเกง จึงนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.นครชัยศรี

 นายรุ่ง รับสารภาพรู้จักกับนายบุญมา ผู้ตายเป็นอย่างดี เพราะต้องทำงานร่วมกัน เจอหน้ากันทุกวัน เนื่องนายบุญมาเป็นตำรวจชุมชนคอยช่วยเหลืองาน อปพร.ไม่ว่าจะเป็นการช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมหรือแจกสิ่งของให้ชาวบ้าน และทุกครั้งที่เจอหน้ากัน นายบุญมามักจะใส่สร้อยทองหลายเส้นหนักหลายสิบบาท และคุยโอ้อวด ข่มตนตลอดว่าพกปืนตลอดเวลา และโชว์สร้อยทองให้ดูทุกครั้งว่าเส้นไหนปลอม เส้นไหนจริง ในวันเกิดเหตุติดตามดูพฤติกรรมของนายบุญมาตั้งแต่ขี่รถสามล้อรับผู้โดยสารไปส่งที่งิ้วราย และจะต้องกลับ ตนจึงมาดักรอที่ถนนงิ้วราย-โรงหวด หมู่ 2 ต.งิ้วราย ซึ่งเป็นเส้นทางเปลี่ยวไม่ค่อยมีรถวิ่ง

 "เมื่อเห็นนายบุญมาขี่รถกลับมา ผมจึงโบกมือเรียก นายบุญมาชะลอรถเพื่อที่จะจอด ผมก็ใช้ปืนยิงใส่ที่กระจกหน้ารถทันที 3 นัด เพราะรู้ว่านายบุญมาพกปืนตลอดเวลา นายบุญมากระโดดลงจากรถเตรียมจะวิ่งหนี ผมจึงตามไปซ้ำอีกหลายนัด เพื่อให้แน่ใจว่าตายสนิท จากนั้นก็ไปหยิบเอาปืนของนายบุญมาและปลดเอาสร้อยคอ 3 เส้น น้ำหนักรวม 21 บาทไป และในฐานะที่ผมเป็นประธานสภา อบต.ขุนแก้ว จึงมีวิทยุสื่อสาร คอยดังฟังความเคลื่อนไหวของตำรวจ รวมทั้งติดตามข่าวสารทางหนังสือพิมพ์ เห็นว่าเรื่องเงียบแล้ว จึงเอาสร้อยคอทองหนัก 3 บาท 2 เส้น ไปขายที่ตลาดกลางเมืองนครปฐม ได้เงินมาใช้จนเหลือ 2.5 หมื่นบาท วันนี้จึงเอาทองอีกเส้นหนัก 15 บาท ไปขายที่ร้านทองแม่สมัย แต่ยังไม่ทันขาย ได้ยินวิทยุสื่อสารว่าตำรวจกำลังจะมาที่ร้านจึงรีบหนีออกมา แต่ก็ถูกจับจนได้" นายรุ่ง กล่าว

 นายรุ่ง กล่าวอีกว่า ส่วนพระเลี่ยมทอง 3 องค์ ได้แกะตลับนำไปขายแยกกันเหรียญเจ้าสัว 2 เหรียญ นำไปขายให้ญาติชื่อนายสมาน บ้านอยู่ในเขต อ.สามพราน ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุและปืนของผู้ตายเอาไปฝากกับนายสมาน ส่วนเหรียญหน้าเสือนั้นเอาไปฝากไว้กับหมอนวดซึ่งเป็นเมียน้อย อยู่ที่ร้านทิพวรรณ เขต อ.นครชัยศรี