
'เทือก'รับเครื่องบิน'ทักษิณ'ผ่านน่านฟ้าไทย
สุเทพ ยันคนไทยที่ถูกกัมพูชาจับตัวไม่ใช่สายลับ พร้อมนำหลักฐานสู้คดี เชื่อไม่ส่งผลจนถึงขั้นปิดสถานทูต หากสถานการณ์รุนแรงพร้อมอพยพคนไทยกลับ ขณะเดียวกันยอมรับเครื่องบินเหมาลำทักษิณบินผ่านน่านฟ้าไทยก่อนไปพนมเปญ
(14พ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรไทย ถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาถูกจับกุมข้อหาลักลอบส่งข้อมูลตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้รัฐบาลไทย โดยนายสุเทพ ยืนยันว่า นายศิวรักษ์ไม่ได้เป็นสายลับตามที่ถูกกล่าวอ้าง เพราะตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่ความลับ เนื่องจากเป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำ และได้ขออนุญาตกรมขนส่งทางอากาศและวิทยุการบินบินผ่านประเทศไทย ซึ่งกรมขนส่งทางอากาศอนุญาตเพราะไม่มีการแจ้งว่าเครื่องบินเช่าเหมาลำดังกล่าวมีอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นผู้โดยสาร
“รัฐบาลไทยรู้ตั้งแต่เริ่มต้นบินออกจากเมืองนาฎบุระ ประเทศอินเดีย ในเวลา 06.40 น. และผ่านน่านฟ้าไทยเวลา 08.20 น. เข้าสนามบินโกเชนตงของกัมพูชา ในเวลา 08.55 น. จึงไม่จำเป็นต้องล้วงเอาข้อมูลจากสถานีวิทยุการบินในกัมพูชา และทันทีรัฐบาลไทยรู้ข้อมูล ผมในฐานะที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ได้ทำหนังสือสั่งการไปยังวิทยุการบิน ไม่อนุญาตให้เครื่องบินที่อดีตนายกรัฐมนตรีบินผ่านน่านฟ้าไทย เพราะเป็นบุคคลที่ทำผิดกฎหมายและมีข้อหากระทบต่อความมั่นคง ซึ่งหากฝ่าฝืนก็จะส่งเครื่องบินขึ้นประกบบังคับให้ลงจอดในประเทศ และดำเนินการจับกุมทันที” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า จะนำหลักฐานดังกล่าวใช้ในการต่อสู้คดี เพื่อช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ที่กัมพูชา แต่รัฐบาลไทยจะไม่เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา ซึ่งเบื้องต้นบริษัทสามารถ คอร์เปอเรชั่น ซึ่งเป็นต้นสังกัดได้จัดส่งทนายความเข้าไปช่วยเหลือแล้ว ในขณะที่รัฐบาลไทยจะให้กงสุลไทยเข้าไปติดตามและดูแล
นายสุเทพ เชื่อว่าการจับกุมคนไทยในกัมพูชาจะไม่ส่งผลให้ปิดสถานทูตไทยประจำกัมพูชา ทั้งนี้ รัฐบาลไทยจะดูแลความปลอดภัยสถานทูตกัมพูชาในประเทศไทย และเชื่อว่ากัมพูชาจะดูแลสถานทูตไทยในกัมพูชาเช่นกัน แต่หากมีการยกระดับความรุนแรงด้านความสัมพันธ์ รัฐบาลไทยก็พร้อมที่จะอพยพคนไทยออกจากกัมพูชาทันที



