
"ปทีป"เชิญ'ก.ตร.'ประชุมตั้งนายพล16พ.ย.
"ปทีป" ออกหนังสือเชิญ ก.ตร.ประชุม 16 พ.ย. เวลา 1300 น. โดยมีวาระแต่งตั้งตามคาด ด้าน"นพดล" ไม่เห็นด้วยบอร์ดกลั่นกรองใหม่
(14พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. มีหนังสือเชิญคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ประชุมตามระ เบียบวาระการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 15/ 2552 ในวันจันทร์ที่ 16 พ.ย. เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุม1ชั้น2 อาคาร1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยวาระที่1 เรื่องที่ประธานจะแจ้งให้ทราบ วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 14/ 2552 วาระที่3 เรื่องที่ค้างการพิจารณา ประกอบด้วย เรื่อง พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รอง.ผบช.ภ.4 ขอความเป็นธรรม เพื่อเพิ่มรายชื่อในบัญชีผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น เรื่องตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ.10) ตามมติ ก.ตร.ครั้งที่4 /2552 เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2552 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (เอกสารจะนำเสนอในที่ประชุม) วาระที่4 เรื่องที่จะเสนอให้ทราบ ประกาศ ก.ตร.เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก และสุดท้ายเรื่องอื่นๆถ้ามี
แหล่งข่าวในก.ตร.คนหนึ่ง เปิดเผยเรื่องการฝากตำรวจระดับรองผบก.ลงไปให้ ผบ.ตร.พิจารณาผลงานเพื่อหวังพิจารณาเลื่อนขั้น ซึ่งเรืองนี้ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ นำหลักฐานมาเปิดเผยกลางที่ประชุมก.ตร.เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา จนทำให้การประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อตำรวจระดับนายพลที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองมาแล้ว ไม่เสร็จสิ้นว่า ถ้าจะพูดให้ถูก การแต่งตั้งตำรวจระดับรองผบก.ลงไปเป็นอำนาจพิจารณาของ ผบ.ตร. และตำรวจบ้านนอก ที่อยู่ตามต่างจังหวัด ไม่มีนักการเมืองหนุน โอกาสที่จะนำผลงานมาให้เจ้านายที่ส่วนกลางดูก็ไม่มีโอกาส ก็ต้องมาหาก.ตร. ที่เขาเลือกขึ้นมา ขอให้ช่วยชี้แจง บอก ผบ.ตร.หน่อย
ซึ่งตำรวจเหล่านี้ เจ้านายเขาก็สนับสนุนอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้ขอหรอก แต่ก็บอกว่าเขาทำพราะผลงานน่าจะได้ผลนะ และเราก็ยืนยันเราไม่รับเงิน ก็แค่บอกเฉย ๆ และส่วนใหญ่คนทีไม่มีเส้นจะมาหาก.ตร. แต่คนที่มีเส้นมีนักการเมืองหนุน เขาก็ได้ไปอยู่พื้นที่ที่นักการเมืองต้องการอยู่ มีผลประโยชน์และเมื่อได้ก็ไปทำให้คนที่อยู่ในตำแหน่งเดิม ซึ่งบางที่อยู่ยังไม่ครบ หลักเกณฑ์ถูกเด้งออกไป และการที่ก.ตร.ฝากนั้น ก.ตร.ทุกคนไม่คิดว่าเป็นหนี้ที่ต้องมาใช้แทนกัน การฝากตำรวจบางทีมันมีวิธีที่เหมือนกันแต่คนละเหตุผล และการที่ก.ตร.ทำเช่นนั้นกลับโดนทวงถามเรื่อง จริยธรรมไป ซึ่งความจริงแล้ว ก.ตร.ก็ทำตาม กฎหมายที่ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของก.ตร. ใน ข้อ 3 ที่ระบุว่า ก.ตร.มีหน้าที่ให้คำแนะนำตำรวจระดับนายพล ซึ่งก.ตร.มีอำนาจพิจารณา แต่ระดับรองผบก.ลงไป ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณา ก.ตร.ก็สามารถให้คำแนะนำไปถึง ผบ.ตร.ได้
แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวต่อว่า ไม่รู้สึกประหลาดใจที่พรรคเพื่อใจจะนำเรืองไปไปเป็นประเด็นการเมือง ไปร้องปปช. โดยตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ต้องการดิสเครดิตรัฐบาลอยู่แล้ว และไม่เห็นว่า จะมีการแต่งตั้งตำรวจครั้งไหนที่ดีกว่าครั้งไหน เมื่อรัฐบาลไหนมาก็จะอ้างว่า การแต่งตั้งตำรวจก็เพื่อหาคนของตัวเองไปทำงานที่รัฐบาลต้องการ ไม่มีครั้งไหนที่การพิจารณาตำรวจจะยืนในหลักที่ว่าตำรวจต้องเป็นของประชาชน
พล. ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าวว่า ได้รับหนังสือเวียนว่าเห็นด้วยกับบอร์ดกลั่นกรองใหม่หรือไม่ ตนตอบ กลับไปว่าไม่เห็นด้วย เพราะบอร์ดที่ผ่านมาก็คัดกรองเรียบร้อยไปแล้ว และการที่ให้บอร์ดกลั่นกรองที่มีก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เพิ่มอีก 6 ท่านนั้นก็เพราะต้องการให้มีการแต่งตั้งไปได้ ในขณะที่ไม่มีผบ.ตร.ตัวจริง ถ้าไม่มีการแต่งตั้งระดับรองผบ.ตร.ไปถึง ผบช.จะทำให้ตำรวจเกิดความปั่นป่วน ซึ่งมติก็เห็นว่าควรมีบอร์ดกลั่นกรองเยอะ ๆ และบอร์ดก็ได้กลั่นกรองอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ในการประชุมก.ตร.ครั้งต่อไปก็เห็นว่าน่าจะมีการนำเรื่องบอร์ดกลั่นกรองใหม่เข้าที่ประชุมก.ตร.เสียก่อน



