
ราชทัณฑ์แยกขังหัวโจกก่อจลาจลคุกคลองไผ่
อธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งแยกขังนักโทษหัวโจกก่อจลาจลในเรือนจำกลางคลองไผ่ เดิมหน้าคุมเข้มเพราะเป็นที่คุมขังนักโทษยาเสพติดรายสำคัญ
(14พ.ย.) นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีนักโทษเรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ก่อจลาจลเรียกร้องให้เรือนเพิ่มความสะดวกสบายว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณช่วงเที่ยงของวันที่ 13 พ.ย. ซึ่งมีนักโทษจากแดน 1 และแดน 3 ซึ่งมีจำนวนรวมกันกว่า 1,000 คน ซึ่งเรือนจำสามารถสลายการชุมนุมได้เรียบร้อยตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น.แล้ว โดยนักโทษแดน 1 ยอมสลายตัวภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุย เหลือเพียงนักโทษแดน 3 ที่ต้องใช้กำลังเข้าควบคุมและสามารถสลายการชุมนุมในเวลาเพียง 15 นาที
ทั้งนี้หลังจากคัดแยกนักโทษออกจากกันพบนักโทษหัวโจกเป็นตัวตั้งตัวตีให้เกิดเหตุจลาจลมีจำนวนกว่า 30 คน สำหรับความเสียหายมีเพียงโต๊ะ เก้าอี้ ที่นักโทษนำมากั้นเจ้าหน้าที่เสียหายเล็กน้อย
มาตรการที่ใช้ในเรือนจำนำมาใช้ในเรือนจำกลางคลองไผ่ ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง ใช้คุมขังผู้ต้องขังรายสำคัญและนักโทษคดียาเสพติดรายใหญ่ ต้องโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 20 ปี จึงต้องเข้มงวดทั้งการเข้าเรือนนอน การรับประทานอาหาร เพื่อการเฝ้าระวังไม่ให้มีการละเมิดหรือกระทำผิดเกิดขึ้นระหว่างอยู่ในที่คุมขัง โดยเฉพาะเรื่องการใช้โทรศัพท์ การเข้า-ออกของสิ่งของต่าง ๆ ที่อาจจะกระทบกับความสะดวกสบายของนักโทษบ้าง
อย่างไรก็ตามระหว่างการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการเจรจาหรือต่อรองใดๆ จากข้อเสนอของนักโทษเพราะถือว่ามาตรการทุกอย่างมีไว้เพื่อระวังไม่ให้มีการลักลอบกระทำผิดซ้ำ ต้องยอมรับว่าเรือนจำทั่วประเทศจำเป็นต้องบริหารภายใต้ข้อจำกัดเรื่องอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ โดยเรือนจำกลางคลองไผ่มีนักโทษกว่า 3,000 คน แต่มีผู้คุมกว่า 100 เท่านั้น
สำหรับเหตุจลาจลนั้น รักษาการผบ.เรือนจำกลางคลองไผ่ ได้รับแจ้งข่าวล่วงหน้าว่าจะมีนักโทษมาชุมนุมเรียกร้อง จึงได้คัดแยกนักโทษบางคนออกไปบ้างแล้ว ส่วนที่อาจจะมีเหตุการณ์คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นในเรือนจำอื่นอีกหรือไม่นั้น ยอมรับว่าเหตุการณ์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้วิตกกังวลใด ๆ เพราะเจ้าหน้าที่เรือนจำปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยขณะนี้ได้แยกนักโทษที่มีปัญหากระจายไปแยกขังยังเรือนจำอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด รวมทั้งได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว



