
"เมืองคอนโมเดล"รัฐแสร้งโง่ดึงเอกชนฮุบโรงนม
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวถึงผลการสุ่มตรวจสอบการทุจริตโครงการนมโรงเรียนว่า มีความไม่ชอบมาพากลโดยสรุปออกมาได้ 9 ประเด็น ดังนี้
1.ผู้เสนอราคาแก่ อปท. 2 รายฮั้วประมูล 2.คู่สัญญากับ อปท.ผูกขาด 3.กรณีไม่มีผู้เสนอราคา อปท.จัดซื้อวิธีพิเศษ 4.ผู้ประกอบการใช้คนเดินนมเสนอราคา 5.คนเดินนมพัฒนาขึ้นเป็นตัวแทนผู้ประกอบการ 6.อปท.จัดซื้อนมข้ามโซน 7.อปท.จัดซื้อนมจากผู้ไม่มีสิทธิประกอบการ 8.ผู้ชนะประมูลโอนสิทธิให้ผู้อื่น เช่น บริษัทค้าไม้ และ 9.อปท.ต้องเสียค่านายหน้าถุงละ 50-60 สตางค์
อย่างไรก็ตาม "คม ชัด ลึก" ได้หยิบยกกรณีปัญหานมโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ส่อเค้าถึงความไม่ชอบมาพากล เมื่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ยินยอมให้เอกชนเข้าบริหารโรงนม ส่วนมหาวิทยาลัยรับหน้าที่เพียงผู้รับจ้างผิดเท่านั้น ทั้งที่มหาวิทยาลัยเป็นคู่สัญญาซื้อขายนมโรงเรียนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดังนั้นรายได้ส่วนใหญ่จึงเข้ากระเป๋าเอกชนเต็มๆ
การเสียค่าโง่ของรัฐครั้งนี้ เริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2549 อธิการบดีเซ็นสัญญากับคู่สัญญาชื่อ “เจริญ” โดยสัญญาระบุว่าโรงผลิตนมดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่ให้เอกชนชื่อ “เจริญ” ดำเนินการ สิ่งสำคัญคือมหาวิทยาลัยได้ทำสัญญาจะต้องรับรายได้จากการให้เอกชนเข้าดำเนินการโรงนม โดยมีว่าปีที่ 1-3 การผลิตนมพาสเจอไรซ์จะมีรายได้ 12 สตางค์ต่อถุง นมกล่องยูเอชที 5 สตางค์ต่อกล่อง ปีที่ 4-10 จะขึ้นราคานมพาสเจอไรซ์ เป็น 15 สตางค์ต่อถุง นมยูเอชทียังคงราคาเดิมคือ 5 สตางค์ต่อกล่อง โดยยอดในการนำส่งรายได้ให้แก่มหาวิทยาลัยเมื่อเดือนธันวาคม 2551 ซึ่งเอกชนได้เข้าดำเนินการโรงนมได้ 2 ปีครึ่ง ปรากฏว่าได้นำส่งรายได้ประมาณ 2 ล้านบาท
เมื่อคิดย้อนกลับจะพบว่าเอกชนใช้โรงนมของมหาวิทยาลัยผลิตนมไปแล้วประมาณ 15 ล้านถุง ซึ่งจัดจำหน่ายให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชทั้งหมดและพัทลุงบางส่วน ถุงละ 5.14 บาท มีรายได้ 76.68 ล้านบาท นมยูเอชที ประมาณ 4.6 ล้านกล่อง กล่องละ 5.54 บาท มีรายได้ 25.47 ล้านบาท รวมรายได้ทั้งหมด 102.15 ล้านบาท จ่ายให้มหาวิทยาลัย 2 ล้านบาท เหลือเงินที่เอกชนได้รับคือ 100.15 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติของกระบวนการผลิต เนื่องจากปริมาณน้ำนมดิบที่ไหลเข้าสู่การผลิตไม่สอดคล้องกับปริมาณน้ำนมดิบจริง เพราะผลิตได้ 4.15 ตันต่อวัน แต่ปริมาณน้ำนมดิบที่ไหลเข้ามาไม่ถึง 3 ตัน ที่เหลืออาจจะเป็นนมผงหรือหางนมหรือน้ำ ซึ่งจะต้องเร่งตรวจสอบ
นี่เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งในการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กเท่านั้น



