
"ทักษิณ"จับมือ"ทุนตะวันออกกลาง"บูมการเกษตร...ช่วยหรือซ้ำคนเขมร?
การผนึกกำลังระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นอกจากจะเป็นการเดินเกมทางการเมือง และดีลผลประโยชน์ทางธุรกิจที่สมประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายแล้ว
ด้านหนึ่ง สมเด็จฮุน เซน ก็รู้ถึงจุดแข็งของเพื่อนทักษิณ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทั้งยังมีนโยบายที่สามารถช่วยเหลือคนยากจนในประเทศไทยได้อย่างเห็นผลในเวลาอันรวดเร็ว
นายกฯ กัมพูชาจึงดึงอดีตนายกฯ ของไทยมาช่วย "หาเสียง" ในด้านนโยบายทางเศรษฐกิจ ซึ่งนอกจากจะเป็นเรื่องธุรกิจทั่วๆ ไปแล้ว ยังมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมที่จะดึงพันธมิตรทางธุรกิจใน "ตะวันออกกลาง" เข้ามาพัฒนาการเกษตรในกัมพูชาด้วย
ส่วนทำเลที่คาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเข้าไปบุกเบิกพัฒนาทางการเกษตรก็น่าจะเป็น จ.เกาะกง ที่มีข่าวว่า เจ้าตัวได้รับสัมปทาน 99 ปี และกำลังจะเดินหน้าพัฒนาธุรกิจกาสิโนคอมเพล็กซ์ หรือธุรกิจพลังงานด้วยนั่นเอง
สำหรับสภาพภูมิประเทศของเกาะกงเป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ ของกัมพูชา แต่มีศักยภาพสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดชายทะเล ตั้งอยู่บริเวณภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา ทิศเหนือติด จ.โพธิสัตว์ ทิศตะวันออกติดกับ จ.กำปงสปือ และจังหวัดกัมปอต ทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับหมู่บ้านสีหนุวิลล์ และอ่าวไทย อยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ราวๆ 4-5 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตาม แม้สภาพธรรมชาติของเกาะกงยังมีความบริสุทธิ์ และสวยงามอยู่มาก แต่เกาะกงกลับเป็นที่รู้จักในหมู่ "นักแสวงโชค" ในบ่อนกาสิโนมากกว่า
กระนั้น กาสิโนที่เกาะกงก็ไม่ได้มีแสงสีที่ฉูดฉาดตระการตาเหมือนมาเก๊า แต่เป็นเพียงโรงแรมขนาดย่อมๆ รายล้อมด้วยชุมชนเล็กๆ อันเงียบสงบ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่มาก และคนในกาสิโนส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็น "คนไทย" แทบทั้งสิ้น
จ.เกาะกง แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 33 ตำบล และ 131 หมู่บ้าน เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 23,168 หลังคาเรือน จำนวนทั้งสิ้น 132,106 คน
ในจำนวนนี้มีคนถิ่นฐานเดิมอาศัยอยู่เพียงร้อยละ 22 ของประชากรทั้งหมด ส่วนที่เหลืออพยพย้ายถิ่นฐานมาจากจังหวัดอื่นๆ ของกัมพูชา รวมถึงคนกัมพูชาเชื้อสายไทยอีกราวร้อยละ 25 ของประชากรทั้งหมด
วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังเข้ามาเร่ "ขายฝัน" ให้แก่ชาวกัมพูชา เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเขาเคยขายฝันให้คนไทยได้สำเร็จจนคนจำนวนมากหลงใหลได้ปลื้มมาแล้ว
แต่ก็อีกมีจำนวนไม่น้อยที่ต้องสะดุ้งตื่นจากฝันดีมาเป็นฝันร้ายเมื่อรู้ซึ้งถึง "ธาตุแท้" ของคนคนนี้
นอกจากข่าวครึกโครมว่า อดีตนายกฯ ของไทยจะเข้ามาพัฒนาเกาะกงให้เป็นกาสิโนคอมเพล็กซ์ หรือเมืองท่าที่รองรับธุรกิจพลังงานที่จะมีก๊าซธรรมชาติ และน้ำมันปริมาณมหาศาลมาขนถ่ายตรงอ่าวกัมปงโสมแล้ว
อดีตนายกฯ ของไทยยังจะขายฝันด้วยการเตรียมพลิกฟื้นผืนดินเกาะกงให้เป็น "นิคมการเกษตร" ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งโครงการปลูกสินค้าเกษตรทั้งข้าว และผลไม้ต่างๆ เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่คนเกาะกง โดยมีทุนสนับสนุนไม่อั้นจากเขา และเพื่อนเศรษฐีอาหรับ
แต่อีกนัยหนึ่งก็ถือเป็นการทำธุรกิจเพื่อหวังแข่งขันกับเกษตรกรไทย โดยเฉพาะในแถบภาคตะวันออกโดยตรงนั่นเอง
แนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชัดเจนจากปาฐกถาของเขาที่กล่าวกับนักการเมือง และนักธุรกิจกัมพูชาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ตอนหนึ่งว่า
"ผมมองว่าเพื่อนบ้านที่เจริญรุ่งเรืองหมายถึงโอกาสที่ดีกว่าสำหรับพวกเราในการเติบโตไปด้วยกัน การส่งเสริมซึ่งกันและกันระหว่างประเทศของคุณกับประเทศของผม สิ่งที่ดีสำหรับคุณก็ดีสำหรับประเทศของผมด้วย
หากคุณสามารถสร้างความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นได้ กระดาษก็สามารถกลายเป็นเงินได้ แต่หากไม่มีความไว้วางใจ และความเชื่อมั่น เงินของคุณก็สามารถกลายเป็นกระดาษได้"
จะเห็นได้ว่าทั้งเนื้อหา ลีลา และระดับความมั่นใจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้แตกต่างจากเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศไทยแม้แต่น้อย แถมยังมีทีท่าเย้ยหยันคนไทยอยู่ในทีที่ปล่อยให้คนดี-มีความสามารถอย่างเขาหลุดมือไปเป็นเพชรยอดมงกุฎในแผ่นดินอื่น
แต่จะเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ ก็คงต้องรอพิสูจน์ "ความจริงใจ" ของอดีตนายกฯ คนนี้ต่อไปว่า แท้จริงแล้วเขาปรารถนาที่จะพลิกฟื้นผืนแผ่นดินกัมพูชาเพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีให้ชาวกัมพูชาด้วยน้ำใสใจจริง
หรือจะเป็นเพียงเล่ห์ในการทำธุรกิจที่สบช่องดึงกลุ่มทุนตะวันออกกลางมาร่วมฮุบที่ดินเกษตรกรรมของชาวกัมพูชา เพราะรู้ดีว่าอีกไม่กี่สิบปีน้ำมันในบ่อก็จะเหือดแห้งลงเท่านั้น !?
ทีมข่าวความมั่นคง



