ข่าว

ใครหัวเราะเสียงดังกว่า

ใครหัวเราะเสียงดังกว่า

14 พ.ย. 2552

เป็นสัปดาห์ของความโดดเด่นในพฤติกรรมฉาวของ “ทักษิณ” และ “ฮุน เซน” หุ้นส่วนธุรกิจการเมือง มีเดิมพันสูง มีศักยภาพในการสร้างความแตกแยกของประชาชนไทยและกัมพูชา และความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ

 ทั้งคู่กำลังแข่งขันขุดหลุมฝังศพทางการเมือง ดูว่าใครจะเสร็จก่อนกัน!

 “ทักษิณ” นั้นได้ตายทั้งเป็นในสายตาและความคิดของคนไทยซึ่งมีจิตสำนึกถูกต้องดีงาม รักชาติ และหวงแหนความเป็นเจ้าของแผ่นดินเกิด

 รับรองได้ว่า “ทักษิณ” ไม่ได้เขียนคำสอนด้านเศรษฐกิจด้วยตัวเอง เพราะความรู้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับมัธยมต้นเท่านั้น และตัวเองก็ยอมรับว่าไม่เก่งภาษา หลังจากความหายนะในการพูดพาดพิงจาบจ้วงสถาบันสูงสุด

 คงต้องเป็นมือเขียนคำปราศรัยหน้าปรุ ซึ่งนิยมฝันเฟื่อง ใช้ภาษาคำโต และนำพารัฐบาล “น้าชาติ” ไปสู่ความรุ่งโรจน์ในการปั่นฟองเศรษฐกิจสบู่

 อาศัยความสัมพันธ์ดั้งเดิมกับ “ฮุน เซน” รู้ดีว่าจะเขียนอย่างไรให้คนกัมพูชาหูผึ่ง มอง “ทักษิณ” เหมือนเซียนเศรษฐกิจเดินทางมาโปรดคนยากไร้

 “ทักษิณ” ไม่ได้ประกาศว่าจะให้ความยากจนให้หมดไปจากแผ่นดินกัมพูชา เพราะรู้ดีกว่า “ฮุน เซน” ใช้เวลาในการครองอำนาจทรราช 24 ปีในการขูดรีดทรัพยากรแผ่นดิน โกงบ้านกินเมือง จนคนเขมรอยู่ในสภาพสิ้นไร้ไม้ตอก

 ทุกวันนี้ชาวเขมรหลายล้านคนมีชีวิตอยู่ภายใต้เส้นแบ่งความยากจน ทำให้อพยพเข้ามาประกอบอาชีพขอทาน และกรรมกรค่าแรงต่ำในประเทศไทย

 “ทักษิณ” คงวาดฝันให้ชาวเขมรเห็นวิมารอยู่รำไรด้วยโครงการสารพัด แต่ผู้รู้ในกัมพูชาเองคงตระหนักว่าถ้า “ทักษิณ” เก่งจริง ใจซื่อมือสะอาด คงไม่โดนขับไล่ออกจากแผ่นดินบ้านเกิด จนอยู่ในสภาพไร้ที่อาศัยพักพิงถาวร

 การไปแสดงวิสัยทัศน์ แตกต่างจากการเนรมิตชีวิตความเป็นอยู่ในคนที่นั่นได้ลืมตาอ้าปากให้ทันที ขึ้นอยู่กับว่า “ทักษิณ” จะได้อยู่นานเพียงใด

 คนหนีคุกจากไทย กลายเป็นผู้ได้รับการยกย่องบูชาไปแล้ว!

 “ทักษิณ” คงเป็นคนไทยคนแรกที่มีอิทธิพลเหนือผู้นำ กลุ่มชนระดับบริหารปกครอง และประชาชนกัมพูชาบางส่วน สร้างประวัติศาสตร์ใหม่

 จะใช้พฤติกรรมตบตาคนได้นานอีกสักเท่าไหร่ เพราะฝ่ายค้านและผู้นำทหารกัมพูชา ซึ่งหมั่นไส้ “ฮุน เซน” คงไม่ปล่อยให้ซ่าได้นาน

 ล่าสุด ได้ยกระดับการ “ตายทั้งเป็น” ในสายตาชาวโลก หลังจากไปทำซ่า สั่งสอนผู้บริหารเศรษฐกิจของกัมพูชากว่า 300 คนว่าควรจัดการบ้านเมืองของตัวเองอย่างไร หลังจากเหยียบแผ่นดินกัมพูชาได้ไม่ถึง 48 ชั่วโมง

 การอวดรู้เรื่องของประเทศอื่น ทำให้ “ทักษิณ” ตอกย้ำความจริงที่ว่ามีความถนัดในการใช้ปากขุดหลุมฝังศพตัวเอง โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์สื่อไทม์สออนไลน์ จนหมดโอกาสที่จะได้ผุดได้เกิดอีกครั้ง

 แถมยังลากพาขบวนการเสื้อแดง นักล่าน้ำเลี้ยง และพรรคเพื่อคนหนีคุกให้จมดิ่งไปสู่ความหายนะ ตายทั้งเป็น สกัดแผนชั่วร้ายเพื่อป่วนทำลายบ้านเมือง ด้วยการนัดชุมนุมใหญ่ หวังแตกหักในเกมชิงอำนาจเดือนหน้านี้

 ใครคือผู้ที่ “ได้” จากเกมครั้งนี้ ถ้าไม่ใช่ประเทศไทย!

 เห็นได้ชัดว่าการที่ “ฮุน เซน” รับบทชาวนาอุ้มงูเห่าพิษร้ายจากไทยครั้งนี้ประสบความเสียหายมากมาย น่าจะประเมินได้ไม่นานหลังจากเลี้ยงข้าว “ทักษิณ" ไปหลายมื้อ และภูมิใจว่าได้ตบหน้าคนไทยซ้ำซาก

 “ฮุน เซน” เสียโอกาสในการฮุบแผ่นดินไทย และจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และยังเสียความได้เปรียบภายใต้เงื่อนไขของบันทึกความเข้าใจ พันธกรณีของ 2 ประเทศ ซึ่งไทยอยากยกเลิกมานานแล้ว

 ครั้งนี้เป็นโอกาสทองซึ่ง “ฮุน เซน” ได้มอบให้ไทย! รัฐบาลผู้นำมาร์คน่าจะส่งหนังสือไปบอก “ทักษิณ” ว่าการถูกกล่าวหาว่าทรยศขายชาตินั้นไม่ได้สร้างผลเสียหายเฉพาะไทย แต่ได้ขายชาติกัมพูชาโดย “ฮุน เซน” เป็นตัวช่วย

 “ทักษิณ” น่าจะสร้างจุดอ่อนให้ “ฮุน เซน” และนำไปสู่ความหายนะของความเป็นผู้นำ นอกจากสร้างความแตกแยกให้ประชาชนกัมพูชา ซึ่งอาจเปิดจังหวะให้รวมตัวกันขับไล่ผู้นำกังฉินให้ไปอยู่กับคนไร้แผ่นดินชาวไทยก็ได้

 การไปอยู่พนมเปญเพียงไม่กี่วัน ทำให้กัมพูชาถูกลดระดับเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน มนต์ “ทักษิณ” เหนือกว่า “มนต์เขมร” เพราะทำให้ “ฮุน เซน” ยอมทำทุกอย่าง แม้กระทั่งทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับคนไทยทั้งประเทศ

 การอยู่ในกัมพูชา ทำให้ “ทักษิณ” เป็นตัวดูดให้ขบวนการเสือหิวน้ำเลี้ยงยกขบวนไปทำการรีดไถอย่างเต็มที่ ไม่ต้องลงทุนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินไปดูไบ

 ต้องควักกระเป๋าไปมากเท่าไหร่ก็ไม่รู้ สำหรับจ่ายให้นักสู้เพื่อรวยเร็ว!

 ในสายตาชาวโลก “ฮุน เซน” จะกลายเป็นตัวตลก ส่วนเพื่อนตายคงต้องดิ้นรนพิสูจน์ความเก่ง และสู้กับสภาพสังขารร่วงโรยด้วยทุกข์สุมหัว รุมเร้า