ข่าว

เวียดนาม-เขมร-ไทย

เวียดนาม-เขมร-ไทย

14 พ.ย. 2552

ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นั้นมีหลายแง่ หลายมุมเหลือเกิน

 มีมุมหนึ่งที่ผมได้จากการสนทนากับเพื่อนผู้ซึ่งเคยทำธุรกิจในกัมพูชามานานหลายปี เพิ่งเลิกรากลับมาทำที่บ้านเกิดก็หลังจากเหตุเผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญนั่นแหละ

 เพื่อนคนนี้เล่าใหัฟังว่า นักวิชาการที่กัมพูชาเขาจับตามองความเคลื่อนไหวของ ฮุน เซน กับเวียดนาม มานานแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า เกมที่ฮุน เซน เลือกเล่นนั้น สอดคล้องกับความต้องการของเวียดนาม โดยที่ ทักษิณ กับฮุน เซน ก็ได้ด้วยกันทั้งคู่

 คงไม่ต้องอธิบายให้มากความว่า ทั้งคู่นี้ได้อะไรบ้าง

 แต่ไหนแต่ไรมานั้น คนกัมพูชาชื่นชอบสินค้าจากไทย โดยเฉพาะเครื่องอุปโภคบริโภค เวียดนามพยายามอย่างไรก็เจาะตลาดตรงนี้ไม่ได้ ทั้งที่พื้นที่ชายแดนเวียดนามกับกัมพูชานั้นยาวกว่าชายแดนฝั่งที่ติดกับไทยเป็นไหนๆ สินค้าก็ไม่ได้มีแค่จากเวียดนาม แต่ยังมีมาจากจีน ผ่านเข้ามาอีกด้วย

 นั่นมองในแง่ของประเทศที่มีสินค้าชนิดเดียวกัน ส่วนเรื่องคุณภาพ หรือความชอบอกชอบใจ ไปว่ากันอีกเรื่องต่างหาก

 นอกจากนี้ ในแง่ของการเป็นประเทศที่มีพัฒนาการด้านเศรษฐกิจที่เรียกได้ว่า ไทยกับเวียดนามนั้น เป็นคู่แข่งในเรื่องของการเป็นประเทศที่น่าลงทุน ก็เป็นส่วนสำคัญที่หากว่าประเทศไทยเกิดมีอันระส่ำระสาย บ้านเมืองไร้เอกภาพเสถียรภาพ ก็ย่อมขาดศักยภาพ

 หายนะของประเทศไทยก็จะทำให้เวียดนามเป็นประเทศที่ถูกนักลงทุนจับตามองมากเป็นพิเศษ เพราะพม่า ลาว เขมร นั้นคงไม่ต้องไปพูดถึง

 ถึงแม้จะเป็นคำบอกเล่าถึงการวิเคราะห์ของนักวิชาการของกัมพูชาเอง และเป็นเรื่องต้องฟังหูไว้หู แต่มันก็เป็นมุมที่เรียกว่า หากเชื่อในเรื่องทุกอย่างเชื่อมต่อกัน เกี่ยวเนื่องกัน ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 ส่วนจะจริงเท็จอย่างไร ก็ต้องมองกันยาวๆ

 เช่นเดียวกับพัฒนาการทางการเมืองของกัมพูชา ที่นักวิชาการท่านนี้มองว่า ด้วยสภาพที่เป็นอยู่ น่าห่วงเหลือเกิน เพราะเส้นทางเดินนั้น กำลังย่ำรอยพัฒนาการทางการเมืองของบ้านเรา

 เพื่อนผมถึงกับฟันธงว่า ถ้านายกรัฐมนตรีกัมพูชายังชื่อ ฮุน เซน ต่อไปอีก สักวันหนึ่ง เหตุการณ์ "6 ตุลา" ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ช้าในกัมพูชาต้องเกิดขึ้นแน่ !