
6เดือนขับเคลื่อนแก้ปัญหายาเสพติดของ'ป.ป.ส.'
คอลัมน์... สายตรวจระวังภัย โดย... กรกมล อักษรเดช
ยาเสพติดเป็นภัยร้ายต่อชีวิต เป็นพิษร้ายต่อสังคม และกระทบความมั่นคงของชาติ ฉะนั้นจึงต้องป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง แม้จะจับกุมเท่าไหร่แต่นับวันยิ่งเหมือนทวีความรุนแรง “ยิ่งปราบ ยิ่งเยอะ” นั่นเพราะประเทศไทยกลายเป็นเส้นทางผ่านลำเลียงยาเสพติดไปสู่ประเทศที่สามและหลายทวีปทั่วโลก
เกี่ยวกับปัญหานี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือชื่อย่อที่คุ้นหูว่า “ป.ป.ส.” ในฐานะหน่วยนโยบายและยุทธศาสตร์ในการบูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศมีการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกมิติ
ล่าสุดวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะผู้บริหาร ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงผลการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดรอบ 6 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม 2561-มีนาคม 2562 ทั้งเรื่องการปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติด การดำเนินงานระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงความคืบหน้ากฎหมายใหม่ ตลอดจน แนวทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง
นายนิยม เปิดเผยว่า จากนโยบายต่างๆ ที่เข้มข้นจากทางรัฐบาลสำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่งผลต่อการแก้ปัญหาภาพรวมของประเทศใน 6 ด้าน ดังนี้ 1.ด้านการต่างประเทศ ได้เน้นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภายใต้การประชุมระดับรัฐมนตรี การประชุมไตรภาคีระดับรัฐมนตรี การประชุมทวิภาคีและดำเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน แผนปฏิบัติการความร่วมมือ 3 ประเทศ จนส่งผลให้ประเทศในกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงสกัดกั้นยาเสพติตตามแนวชายแดนได้มากขึ้น ในส่วนของประเทศไทยจะมีปริมาณการจับกุมไอซ์ลดลง แต่การจับกุมยาบ้าและเฮโรอีนยังคงมีปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับ 6 เดือนหลังในปี 2561
2.ด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ บูรณาการร่วมกับภาคีแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พัฒนามาตรการสกัดกั้นอย่างเป็นระบบในพื้นที่ชายแดน วางระบบเครือข่ายสกัดกั้นช่องทางนำเข้าสำคัญทางภาคเหนือ จัดกำลังลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงและเสริมกำลังในพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางในอำเภอชายแดน และเสริมเครื่องมือเทคโนโลยีด้านการสกัดกั้น 3.ด้านการปราบปรามยาเสพติด มุ่งลดทอนการค้ายาเสพติดในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนและเขตเมือง โดยเน้นปฏิบัติการเชิงรุกทางสังคมและกฎหมายในพื้นที่เสี่ยง ปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมนักค้ารายย่อยในหมู่บ้านชุมชน โดยใช้มาตรการทางทรัพย์สินอย่างเข้มงวด 4.ด้านการบำบัดรักษายาเสพติด เน้นลดความต้องการใช้ยาเสพติด นำผู้เสพเข้าบำบัดอย่างเหมาะสม โดยเน้นชุมชนเป็นศูนย์กลาง (CBTx) ในการบำบัด ผู้ใช้ยาเสพติดสามารถเข้าบำบัดใกล้บ้านและช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
5.ด้านการป้องกันยาเสพติด มุ่งลดความต้องการและป้องกันคนหน้าใหม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยดำเนินการทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงวัย รวม 6.13 ล้านคนทั่วประเทศ และ 6.ด้านการขับเคลื่อนนโยบายกัญชา ได้เร่งสร้างการรับรู้เรื่องกัญชาถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่จะได้รับอนุญาตปลูกหรือผลิตกัญชาได้นั้น ต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ อย. และ 5 ปีแรกต้องดำเนินการโดยรัฐหรือร่วมกับรัฐ
ทั้งนี้ นายนิยม ระบุด้วยว่า แนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไปมุ่งเน้นการดำเนินงานลดความต้องการยาเสพติดในทุกมิติ และดำเนินงานตามแนวทางของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) โดยประสานผลักดันการแก้ไขปัญหายาเสพติดตั้งแต่ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ การบูรณาการขับเคลื่อนทุกมาตรการอย่างเป็นระบบ สอดรับแผนตำบลมั่งคงปลอดภัยยาเสพติด ภายใต้แผนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ระยะ 20 ปี เพื่อให้ประชาชน สังคม และประเทศไทยปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน



