
ประเวศเตือนอภิสิทธิ์อย่าหลงกลทักษิณ-ฮุนเซน
หมอประเวศเตือน "มาร์ค" อย่าหลงกล "ทักษิณ-ฮุนเซน" หวั่นรวมหัวทิ้งไพ่ใบสุดท้ายก่อสงครามระหว่างไทย-กัมพูชา ยกไทยเป็นผู้ใหญ่กว่า อย่ารังแกเด็ก
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวถึงกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่า ประเทศไทยใหญ่ มีประชากรมากกว่า กองทัพก็มีศักยภาพสูงกว่า รวมทั้งอำนาจทางเศรษฐกิจก็มากกว่ากัมพูชา ซึ่งไทยเป็นเสมือนผู้ใหญ่ ส่วนกัมพูชาก็เป็นเด็ก ดังนั้นเราต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อย่าไปท่าตี เพราะเด็กมีกำลังน้อยกว่า และจะถูกมองว่าไปรังแกเด็ก แต่ต้องระวังอย่าไปหลงกลเด็ก เพราะบางครั้งเด็กก็หลอกผู้ใหญ่ได้ และอาจทำให้ผู้ใหญ่เพลี้ยงพล้ำได้เหมือนกัน แต่ก็อยากให้เชื่อมั่นว่าความชอบธรรมจะอยู่ในสายตาของคนทั้งโลก ซึ่งพวกเขารู้ดีว่าใครมีความชอบธรรมมากว่ากัน ดังนั้นไทยต้องมองกัมพูชาด้วยความเมตาและอยู่ร่วมกันแบบเกื้อกูล
ศ.นพ.ประเวศ กล่าวว่า อยากให้แยกความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับสมเด็จฮุน เซนออกจากภาคประชาชน อย่านำเอาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไปรวมกับประชาชนชาวกัมพูชา เนื่องจากมองว่าเรื่องที่ขึ้น เพราะสมเด็จฮุน เซนและพล.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการร่วมกันมือกันทำอะไรบ้างอย่างเพียงชั่วคราวเท่านั้น จึงไม่อยากให้รัฐบาลหลงเข้าไปเป็นเหยื่อ เพราะเวลานี้เข้าใจว่าสิ่งที่สมเด็จฮุน เซน กับพล.ต.ท.ทักษิณ ต้องการนั้นมีสองเรื่อง เรื่องแรกเป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายที่อยากให้เกิดสงครามระหว่างสองประเทศ เพื่อต้องการจะกลบเรื่องบางเรื่องของสมเด็จฮุน เซน และอีกเรื่องเป็นอารามณ์ที่ต้องการทำให้เกิดความสะใจและเกิดความเจ็บปวด ส่วนที่รัฐบาลต้องการปลุกกระแสชาตินิยม อยากแนะนำว่าจะไม่เป็นเรื่องที่ดีกับทั้งสองประเทศ เนื่องจากเวลาเกิดชาตินิยม เกิดง่าย แต่จะให้หยุดยาก และในที่สุดจะนำไปสู่การหมดสิ้นอำนาจของทั้งสองฝ่าย
ศ.นพ.ประเวศ กล่าวอีกว่า การเสนอนำข่าวสารความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา อยากให้ระมัดระวังมากกว่านี้ และเสนอความจริง ไม่อยากให้ใช้ข่าวสารในการโหมอารมณ์ประชาชนทั้สองประเทศ ให้เกิดอารมณ์โกรธ และเกลียดกัน อยากให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องชั่วคราวของนักการเมือง นอกจากนี้ต้องยอมรับว่าสาเหตุที่ประชาชนทั้งสองประเทศไม่เป็นมิตรก็เพราะนักการเมือง อย่างเช่น ในวรรณกรรมสามก๊ก ที่คนในแคว้นโจโฉกับแคว้นเล่าปี่ ทำสงครามกัน ซึ่งที่จริงแล้วไม่ได้โกรธกัน แต่เป็นเพราะมีคนมือที่สาม ทำให้สองฝ่ายฆ่ากัน
ดังนั้นอยากให้ประชาชนทั้งสองประเทศระมัดระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของนักการเมือง และอยากฝากบอกไปยังนักการเมืองว่าจะต้องไม่พาประชาชนไปตาย อย่างไรก็ตามการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชา แม้ว่าจะเป็นการแสดงออกท่าทีของรัฐบาล แต่อยากฝากเตือนรัฐบาลว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือของสมเด็จฮุน เซน และพล.ต.ท.ทักษิณ



