
เลียนแบบธิดาวานรปีนเข้าบ้านคนอื่นขโมยของ
เด็กหญิงวัย 12 ปี ชอบปีนป่ายเลียนแบบละครดัง "ธิดาวานร" ไปขโมยทรัพย์สินมีค่าตามบ้านเรือนภายในหมู่บ้านของตนเอง หวังนำเงินไปเที่ยวเตร่และซื้อเครื่องประดับแต่งตัวให้เหมือนดาราละครในดวงใจ แต่ท้ายสุดถูกตำรวจรวบเสียอนาคต
เหตุเด็กหญิงดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 13 พ.ย.โดย พ.ต.ต.ประเสริฐ ธรรมชัย สารวัตรสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้นำตัวเด็กหญิงปิ๋ม (นามสมมุติ) วัย 12 ปี มาสอบปากคำ ภายหลังจากถูกเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกันจับกุมตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะกำลังหลบซ่อนอยู่ห้องเก็บกระสอบข้าวสารภายในบ้านบ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 4 ต.หนองกุง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนายวินัย ฉันประเดิม อายุ 52 ผู้เสียหาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เชิญพ่อบุญธรรมของเด็กหญิงปิ๋ม มาร่วมรับฟังและรับรู้ในการสอบปากคำครั้งนี้ด้วย
นายวิชัย ฉันประเดิม เพื่อนบ้านและเป็นผู้เสียหาย กล่าวว่า หากรวมกับครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 8 แล้วที่บ้านของตนเองถูกขโมยเข้ามาขโมยของภายในบ้านไป ซึ่งรวมแล้วเป็นทรัพย์สินเฉพาะเงินสดก็หลายพันบาท อีกทั้งยังมีเครื่องประดับสตรีหายไปบางส่วนแต่เป็นทรัพย์ที่ไม่มีค่ามากนักจึงไม่ค่อยใส่ใจ ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งที่จับได้ว่าหัวขโมยคือเด็กหญิงปิ๋มรายนี้เป็นหัวขโมยเข้ามาแอบเอาทรัพย์สินไป ซึ่งทางผู้ปกครองของเด็กก็รับรู้จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไป ซึ่งเด็กหญิงปิ๋มพอก่อเหตุแล้วยังมาเดินเล่น เข้านอกออกในที่บ้านอยู่เป็นประจำ
กระทั่งเมื่อเช้าที่ผ่านมาตนได้ออกจากบ้านไปทำธุระ และกลับเข้ามาประมาณ 09.00 น. และมาเห็นสภาพบ้านที่ถูกรื้อค้นเละเทะจึงเดินตรวจดูรอบ ๆ บ้านและพบเด็กหญิงปิ๋มนั่งอยู่แถว ๆ กระสอบข้าวภายในบ้านจึงเข้ามาสอบถามว่าเข้ามายังไง และมาทำอะไร จากนั้นลูกสาวตนก็เห็นกำไลที่หายไป อยู่ที่ข้อมือของเด็กหญิงปิ๋มก็จำได้จึงรู้ว่าใครเป็นหัวขโมยที่เข้ามางัดบ้าน จึงได้จับตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่าเด็กหญิงปิ๋มคนนี้เป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก มีเพียงญาติมารับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งหลังจากการก่อเหตุอีกครั้ง ทางพ่อแม่บุญธรรมเด็กได้พยายามขอร้องให้ผู้เสียหายไม่เอาเรื่องแต่ทางผู้เสียหายไม่ยินยอมและพร้อมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเนื่องจากมีการว่ากล่าวตักเตือนอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่เข็ดหลาบเสียที
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวพยายามจะซักถามพฤติกรรมของเด็กหญิงปิ๋มจากพ่อบุญธรรมและพยายามจะถามชื่อของพ่อบุญธรรมแต่ได้รับการปฏิเสธ และบ่ายเบี่ยงไปมาพร้อมขอร้องสื่อไม่ต้องการให้เป็นข่าวเสียหายไม่อยากให้คนรู้ทั้งหมู่บ้านว่ามีลูกเป็นหัวขโมย
พ่อบุญธรรมของเด็กหญิงปิ๋มระบุว่า เด็กหญิงปิ๋มเริ่มดูละครเรื่องธิดาวานรตั้งแต่เป็นละครภาคค่ำทางช่อง 7 สี เมื่อปีที่ผ่านมาและเริ่มที่จะปีนป่ายต้นไม้ หรือมีพฤติกรรมคล้าย ๆ กันกับดาราในละครที่แสดงกัน จนกระทั่งมีการนำมาฉายต่ออีกภาคทำให้เด็กหญิงปิ๋มติดละครเรื่องนี้มาก และในแต่ละวันยังปีนป่ายอยู่แต่กับต้นไม้ หลังคาบ้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ จนไม่สนใจเรื่องเรียนหนังสือ และยังชอบไปหยิบเอาข้าวของ ๆ คนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นประจำแต่ชาวบ้านหรือญาติก็จะมองไปในทางเอ็นดูมากกว่า จนพักหลังเริ่มเข้าไปขโมยของที่บ้านเพื่อนบ้านหลังนี้จนถูกจับได้ซึ่งครั้งนี้เป็นการถูกจับครั้งที่สอง ก็ต้องยอมรับความผิดไป แต่ก็หวังว่าลูกสาวจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ และอยากให้ผู้ใหญ่ให้โอกาสเด็กอีกครั้ง อย่างน้อยก็ไม่เป็นการทำลายอนาคตของเด็ก
ด้านพ.ต.ท.ประเสริฐ ธรรมชัย เจ้าของคดี กล่าวว่า จากการสอบปากคำทราบว่าเด็กต้องการเครื่องประดับบางส่วนที่มีความคล้ายคลึงกับดาราในละครธิดาวานรไปแต่งตัว ขณะที่ทรัพย์สินมีค่าพวกเงินสดจะนำไปใช้ในการซื้อเครื่องแต่งตัวที่จะแต่งให้คล้ายกับดาราในละคร ซึ่งพอสอบถามไปว่าทำไมถึงได้ขโมย เด็กหญิงปิ๋มจะบอกว่า มีความชื่นชอบละครและดารานักแสดงในเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว โดยได้ใช้ความสามารถในการป่ายปีนที่สูง ปีนเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายทั้ง ๆ ที่มีความสูงกว่า 3 เมตรโดยไม่หวาดกลัว และทำอย่างนี้มาบ่อยครั้งมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาบุกรุกเคหสถานผู้อื่นและลักทรัพย์ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



