ข่าว

ตีกันในโรงพยาบาลโทษสูงสุดถึงประหาร

ตีกันในโรงพยาบาลโทษสูงสุดถึงประหาร

10 พ.ค. 2562

คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน [email protected]

 

 

          ‘อ๊อด เทอร์โบ’ มีข่าวที่น่าสนใจ หลังจากมีแก๊งวัยรุ่นตีกันในโรงพยาบาลหลายแห่ง–หลายโรงพยาบาล จนสร้างความตื่นตระหนก และเป็นการกระทำที่เลวร้ายอย่างมาก

 

          พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่าสำนักงานอัยการสูงสุดประกาศว่า พวกบุกรุกทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินในโรงพยาบาล ยันเป็นการกระทำอุกอาจ ท้าทายกฎหมาย ลั่นสั่งฟ้องทุกคดีโทษหนักประหารชีวิตและยึดทรัพย์
  

 

 


          ทั้งนี้ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ห้ามเข้าตามกฎหมายอยู่แล้ว หากใครฝ่าฝืนเข้าไปถือว่าเป็นการบุกรุก จะมีโทษทางอาญา โทษสูงสุดจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี เพื่อให้เกิดความหลาบจำ และไม่ให้เกิดการกระทำลักษณะนี้

          การบุกรุกโรงพยาบาลเป็นพฤติกรรมอุกอาจ ท้าทายกฎหมายเพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษสูงสุดคือ 15 ปี
 
          หากมีการทำร้ายร่างกายผู้ป่วยขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ให้การรักษาอยู่ จะถือเป็นการกระทำที่มีเจตนา มีโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต นอกจากคดีอาญาแล้วยังจะมีการฟ้องทางเพ่งด้วย เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งทางร่างกายและทรัพย์สิน เนื่องจากอุปกรณ์ทางการแพทย์ค่อนข้างราคาแพง
   
          หากไม่มีเงินมาชดใช้จะตามยึดทรัพย์ ยึดบ้าน ยึดที่ดิน หากไม่มีเงินต้องถูกนำทรัพย์สินมาขายทอดตลาด แต่หากไม่มีทรัพย์สินจะยังคงมีโทษติดตามเพื่อยึดทรัพย์ในอนาคตจนกว่าอายุความจะสิ้นสุด
   

          พื้นที่อื่นๆ ของโรงพยาบาล ถึงแม้จะเป็นพื้นที่สาธารณะที่ใครๆ สามารถเข้าไปได้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเห็นว่ามีพฤติกรรมอันตรายอาจจะก่อความรุนแรงจำเป็นต้องเข้าห้ามปรามและเชิญออกจากพื้นที่

 

          ถ้าผู้บุกรุกถูกเชิญออกแล้วมีการขัดขืน ไม่ทำตาม จะถือเป็นการบุกรุกทันที มีโทษเช่นเดียวกับการบุกรุกห้องฉุกเฉิน และถือเป็นความผิดทางอาญาที่ยอมความไม่ได้ แม้ว่าจะมีการยกกระเช้าขอโทษกันแล้ว ก็ถือว่าเป็นการขอโทษส่วนบุคคล

          ในทางกฎหมายจะต้องมีการดำเนินคดีจนถึงที่สุด ถึงแม้จะมีการขอโทษกันในชั้นศาล จะช่วยได้เพียงพิจารณาลดโทษเท่านั้น แต่ไม่สามารถพ้นโทษทั้งหมด

          นี่คือโทษสำหรับผู้บุกรุกหรือก่อเหตุในเขตโรงพยาบาลที่สมควรได้รับโทษสูงสุด
อ๊อด เทอร์โบ




  
 


          ส่งท้ายด้วยสิ่งดีๆ จาก ‘นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน’ ผู้อำนวยการ โรพงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ ที่ขอเป็นสื่อกลางนำเสนอให้ทราบ
  
          ขอบคุณคำแนะนำดีๆ ซึ่งนำมาปฏิบัติใช้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องเสียเงิน
  
          ทุกวันนี้คนเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้าและสภาพจิตใจไม่ดี-โปรดนำไปทดลองปฏิบัตินะครับ
อ๊อด เทอร์โบ


 


 อาบน้ำร้องเพลงลดความเครียด
          สภาพสังคมเทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะเรื่องของความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต และสามารถส่งผลให้เกิดเจ็บป่วยทางกาย
  
          โดยสามารถจัดการกับความเครียดได้หลายวิธี แต่วิธีที่แสนง่าย ไม่ต้องเสียเงิน เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย และอยู่ใกล้ตัวทุกคน ก็คือร้องเพลงหรือฮัมเพลงขณะอาบน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปเราจะอาบน้ำวันละ 2 ครั้งคือเช้ากับเย็นอยู่แล้ว การร้องเพลงขณะอาบน้ำ จึงสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือดูแลสุขภาพใจและกายได้ทุกวัน โดยไม่ต้องกังวลว่าร้องถูกหรือร้องผิด หรือร้องเป็นทำนองหรือไม่

          ข้อดีของการร้องเพลงขณะอาบน้ำ นอกจากจะทำให้เราสนุกเพลิดเพลินกับการอาบน้ำแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างน้อยอีก 5 ประการ ดังนี้
   
          ประการแรกคือ ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้ปอด ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดในร่างกายไปเลี้ยงสมองดีขึ้นจึงช่วยลดความเครียดได้
   
          ประการที่ 2 หลั่งสารแห่งความสุข การร้องเพลงเป็นการเบี่ยงเบนความคิดของเราจากเรื่องที่เราเครียด เพลงที่เราร้องหรือฮัมในเวลาที่ผ่อนคลายมักจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่ทำให้เรามีความสุข เช่น ทำให้นึกถึงเพื่อน หรือนึกถึงงานบุญแถวบ้าน เป็นต้น
   
          ประการที่ 3 ช่วยเพิ่มความจำ ในประเทศญี่ปุ่นมีการฝึกสมองด้วยการทำกิจกรรมง่ายๆ ซ้ำ ๆ เช่น บวกเลขง่ายๆ การร้องเพลงตอนอาบน้ำเป็นอีกวิธีที่สามารถใช้หลักการเดียวกันนี้ได้ ช่วยให้สมองเราได้ใช้งานได้ดีขึ้น
   
          ประการที่ 4 เพิ่มความยับยั้งชั่งใจ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บ่งบอกว่า การทำกิจกรรมเกี่ยวกับดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง ฟังเพลงหรือเล่นดนตรี ทำให้ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีขั้น มีความยับยั้งชั่งใจในการตัดสินใจกระทำสิ่งต่างๆ
  
          ประการสุดท้าย การร้องเพลงคือรางวัลทางใจของตัวเอง ถึงแม้ว่าเสียงเราจะไพเราะหรือไม่ก็ตาม การร้องเพลงสามารถเพิ่มความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตัวเอง ซึ่ง 2 สิ่งนี้จะช่วยเราสามารถต่อสู้กับความวิตกกังวล ความรู้สึกเศร้า และความเหงาได้เป็นอย่างดี
