ข่าว

รายงาน-เสียวยกเข่ง !

รายงาน-เสียวยกเข่ง !

04 มี.ค. 2552

ดูท่า "อดีตรัฐมนตรี" ในระบอบทักษิณจะก้นร้อนไปตามๆ กัน ภายหลังจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สับปังตอไปที่ ครม.ทักษิณ ฐาน "งาบนมเด็ก"

แม้จะไม่ได้ระบุชื่อเสียงเรียงนามว่ามีรัฐมนตรีผู้ทรงเกียรติคนใดบ้างเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม 
 แต่หากแกะรอยจากผลการสอบสวนแล้ว เห็นที "คนเหล่านี้" คงต้องวิ่งรอกชี้แจง ป.ป.ช.กันจนขาขวิด
 ลองมาย้อนดูข้อสรุปจากผลสอบของ ป.ป.ท.กันอีกรอบ
 หลังจาก ป.ป.ท.ให้เวลาคณะกรรมการ 10 ชุดลงพื้นที่ตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 84 แห่ง จาก 9 เขต รวม 15 จังหวัด ระหว่างวันที่ 16-27 กุมภาพันธ์ ก็ได้ข้อสรุปออกมาดังนี้
 -ผู้เสนอราคาแก่ อปท.2 ราย มีการฮั้วประมูล
 -มีการผูกขาดเป็นคู่สัญญากับ อปท.
 -อปท.จำเป็นต้องจัดซื้อวิธีพิเศษ กรณีไม่มีผู้เข้าเสนอราคา
 -ผู้ประกอบการใช้ "คนเดินนม" เข้ามาเป็นผู้เสนอราคา
 -"คนเดินนม" พัฒนาขึ้นมาเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการ
 -อปท.มีการจัดซื้อนมข้ามโซน
 -อปท.จัดซื้อนมจากผู้ไม่มีสิทธิประกอบการ
 -ผู้ชนะการประมูลโอนสิทธิให้ผู้อื่น เช่น บริษัทค้าไม้
 -อปท.ต้องเสียค่านายหน้าถุงละ 50-60 สตางค์
 ข้อสรุปเบื้องต้นนี้ได้มาจากการแกะรอย "ต้นตอ" ของขบวนการงาบนมซึ่งเกิดจาก "มติครม.26 พฤศจิกายน 2545" ภายหลังรัฐบาลทักษิณเข้ามาบริหารประเทศเกือบจะครบสองปี 
 เป็นมติ ครม.ที่อนุมัติหลักการเพื่อบริหารจัดการ การจัดซื้อนมโรงเรียนของ อปท.และการจัดการปริมาณน้ำนมดิบในท้องตลาด
 หลังจากนั้น สรอรรถ กลิ่นประทุม รมช.มหาดไทย ในขณะนั้นจึงได้ออกระเบียบให้มีการจัดแบ่งพื้นที่จำหน่ายนม โดยไม่มีการนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี
 กระทั่งต่อมาพบว่าการแบ่งโซนนิ่งจัดซื้อนมโรงเรียนมีปัญหาการฮั้วประมูลสมยอมราคากัน โดยที่โรงเรียนยังได้รับนมคุณภาพต่ำ ขณะที่ราคาเทียบเท่าราคากลาง
 ที่ประชุม "ครม.เดือนมีนาคม 2548" จึงมีมติห้ามแบ่งพื้นที่จำหน่ายนมโรงเรียนเพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดตลาด
 แต่ "กระทรวงเกษตรฯ" ในขณะนั้น ไม่สนใจมติคณะรัฐมนตรี และยังคงการผูกขาดตลาดจัดซื้อนมโรงเรียนอยู่
 จนกระทั่ง "เดือนพฤศจิกายน 2548" กระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้เสนอวาระเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้กลับไปเห็นชอบกับการแบ่งพื้นที่จำหน่ายนม
 ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า "มติ ครม.พฤศจิกายน 2548" จึงหมิ่นเหม่ที่จะผิดกฎหมายฐานสนับสนุนให้เกิดการสมยอมราคา
 จนมาถึงปี 2551 รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ก็ได้ผ่าน พ.ร.บ.โคนม และใช้กฎหมายตัวนี้ จำกัดสิทธิและกำหนดโซนนิ่งการจำหน่ายนมให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป  
 คำถามก็คือ...เมื่อข้อสรุปของ "ป.ป.ท." ชี้เปรี้ยงว่า "มติ ครม.เดือนพฤศจิกายน 2548" เสมือนเป็นด่านสุดท้ายที่ทำให้เกิดการฮั้วประมูล อันนำไปสู่การทุจริตจัดซื้อนมเด็ก
 แล้วใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมติ ครม.ดังกล่าว ?
  อย่างน้อยหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องก็คือ กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแล อปท. และกระทรวงเกษตรฯ
 ผู้เป็นรัฐมนตรีว่าการและช่วยว่าการของทั้งสองกระทรวงในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ได้แก่
 โภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย มีนาคม 2547-มีนาคม 2548
 พล.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รมว.มหาดไทย มีนาคม-สิงหาคม 2548
 พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย สิงหาคม 2548-กันยายน 2549
 ในส่วน "รมช.มหาดไทย" พบว่า สมบัติ อุทัยสาง อยู่ในตำแหน่ง กุมภาพันธ์ 2544-มีนาคม 2548
 สรอรรถ กลิ่นประทุม กุมภาพันธ์ 2544-กุมภาพันธ์ 2546
 ประชา มาลีนนท์ ตุลาคม 2545-มีนาคม 2548
 ประมวล รุจนเสรี ตุลาคม 2545-มิถุนายน 2547
 สุธรรม แสงประทุม ตุลาคม 2547-มีนาคม 2548
 เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช มีนาคม 2548-กุมภาพันธ์ 2549
 สมชาย สุนทรวัฒน์ มีนาคม 2548-กุมภาพันธ์ 2549
 สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีผู้ที่สับเปลี่ยนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการในช่วงคาบอยู่ 2 คน ได้แก่
 วันมูหะมัดนอร์ มะทา รมว.เกษตรฯ ตุลาคม 2547-มีนาคม 2548
 สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.เกษตรฯ มีนาคม 2548-กันยายน 2549
 ขณะที่ "รัฐมนตรีช่วยว่าการ" มี 2 คนเช่นกัน ได้แก่
 เนวิน ชิดชอบ ตุลาคม 2545-สิงหาคม 2548
 อดิศร เพียงเกษ สิงหาคม 2548-กุมภาพันธ์ 2549
 ไม่ว่าผู้ที่มีรายชื่อดังกล่าวจะเกี่ยวข้องหรือไม่กับกรณีที่เกิดขึ้น อันเป็นผลมาจากการตรวจสอบย้อนหลังของ ป.ป.ท.
 แต่รับรองว่างานนี้โดนเรียกสอบกันถ้วนหน้า หากว่าผลสอบถึงมือ ป.ป.ช.
 ส่วนจะโดนกันทั้ง ครม.หรือเปล่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจเจ้าหน้าที่
 เพราะหากเทียบเคียงจากมาตรฐานการตรวจสอบของ "คตส." แล้ว กรณีที่เป็นความผิดพลาดเชิงนโยบายนั้น ต้องเหมาเอาเป็นความผิดของ ครม.ทั้งคณะไว้ก่อน
 เห็นได้จากกรณี "หวยบนดิน" หรือ "ทุจริตกล้ายาง" ที่โดนกันยกกระบิ เว้นแต่ผู้ที่โชคช่วย ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น
 งานนี้แค่ "เสียวสันหลัง" คงยังไม่พอ !!!


 โต๊ะข่าวการเมือง