
ชทพ. นัดถกจุดยืนร่วมรัฐบาล 14 พ.ค.
"นิกร จำนง" ยอมรับผลคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ แม้ทำเก้าอี้ ส.ส.ชาติไทยพัฒนา หาย 1 ที่นั่ง เผย 14 พ.ค. นัดถกจุดยืนร่วมรัฐบาล
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 9 พ.ค. 2562 นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางเข้ารับหนังสือรับรองการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า วันนี้ตนได้เดินทางมารับหนังสือด้วยตนเอง เพื่อเป็นการให้เกียรติต่อระบบการเลือกตั้ง ซึ่งอย่างน้อยก็ดีใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ล้ม มีการประกาศตามเวลา และสามารถไปต่อได้ ส่วนจะไปแบบไหนนั้นก็ต้องดูกันอีกที ส่วนผลการคำนวณสูตรส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ก็ยังยืนยันว่าติดตามมาตั้งแต่ตอนร่างกฎหมาย ตนก็ยังมองว่ามีปัญหา เพราะคำนวณแล้วพรรคชาติไทยพัฒนามีโอกาสจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน แต่ตอนนี้เหลือ 4 คน ก็ยอมรับตามนี้ การที่มีปัญหาตรงนี้ส่วนตัวคิดว่ากฎหมายลูกมีปัญหา แต่ที่ศาลชี้ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าขัดรัฐธรรมนูญกฎหมายต้องเอาไปทำใหม่ การเลือกตั้งจะล่มสลาย ไปต่อไม่ได้ ดังนั้นไม่ขัดก็ไม่ได้แปลว่าสมบูรณ์ มันมีปัญหาภายใน ตอนนี้ก็ให้ผ่านไปก่อน พรรคเล็ก ๆ ก็เพื่อนกันทั้งนั้น
นายนิกร กล่าวว่า ต่อจากนี้ก็ต้องใช้สามัญสำนึกพิจารณาดูว่าจะเป็นอย่างไร สมมุติตนออกไปตั้งพรรค แล้วลงเลือกตั้งที่ จ.สงขลา เพียงจังหวัดเดียว ให้ได้เสียง 3 หมื่นเสียง ตนก็ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว มันมีผลทางการเมืองตามมาจากการตัดสินใจแบบนี้ ยอมรับว่าระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมครั้งนี้ ไม่เคยมีที่ใดใช้มาก่อน ประเทศไทยเป็นประเทศแรกและก็มีปัญหาแล้ว ก็ต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป กฎหมายลูกแก้ไขได้ แต่รัฐธรรมนูญแก้ยากมาก
เมื่อถามว่า พรรคการเมืองที่เสียประโยชน์ หาช่องทางที่จะเอาผิดทางกฎหมาย นายนิกร กล่าวว่า ยากมาก การจะยื่นทำได้อย่างเดียวคือต้องดูว่ามีการทุจริตหรือไม่ ก็ไม่มี ซึ่งมันเป็นข้อขัดข้องทางกฎหมาย เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลก็จะชี้แล้วว่าไม่ขัด ส่วนเราคงไม่ยื่นแม้จะเสียไป 1 ที่นั่งก็ยอมรับ
เมื่อถามถึงจุดยืนในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายนิกร กล่าวว่า เราเป็นพรรคเล็ก จะไปรายงานตัวพร้อมกันในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ในเรื่องนี้ยอมรับว่ามีการประสานมาในหลาย ๆ ทาง การตัดสินใจขณะนี้ยังไม่ชัดเจน จะมีการคุยกันในวันที่ 14 พ.ค.นี้ สถานการณ์ตอนนี้ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง ร่วมแรงปฏิรูปประเทศ เวลาตัดสินใจแต่ละครั้ง ไม่ได้มองว่าเอาตำแหน่งโน้นตำแหน่งนี้มาแลก แต่ตัดสินใจว่ามันจะเกิดผลอะไรต่อบ้านเมือง พรรคชาติไทยพัฒนาอยู่ตรงไหนก็แล้วแต่ จะต้องมีรัฐบาล จะอยู่สั้นอยู่ยาวก็เป็นไปตามกรรม
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการจัดพรรคชาติไทยพัฒนาไปรวมกับขั้วพรรคพลังประชารัฐแล้ว นายนิกร กล่าวว่า ก็รวมกันไป เราเป็นกลางตั้งแต่ก้าวแรกที่เราเดินแล้ว เราเป็นห่วงเสถียรภาพของรัฐบาล ตอนที่นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคฯ ตัดสินใจรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตนไม่รับ เพราะเห็นว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหา ท่านก็บอกตนว่าท่านจะรับร่างรัฐธรรมนูญไปก่อน เพื่อให้ประเทศมีการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีเลือกตั้ง ประเทศไปต่อไม่ได้ เมื่อเลือกแล้วก็ให้มีรัฐบาลไป ส่วนจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ก็ว่ากันต่อไปแล้วแต่สถานการณ์
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่การโหวตเลือกนายกฯ ของส.ส.ในพรรคฯอาจจะแตกต่างกัน นายนิกร กล่าวว่า ไม่น่า เพราะเราไม่ค่อยมีลักษณะแบบนั้น ทุกคนต้องแสดงตัวหมด



