ข่าว

เมียโต้ไม่ได้หนีไปกับชายอื่นตามที่สามีกล่าวหา

เมียโต้ไม่ได้หนีไปกับชายอื่นตามที่สามีกล่าวหา

08 พ.ค. 2562

บุรีรัมย์ - คมข่าวทั่วไทย

 

วันที่ 8 พ.ค. 2562   จากกรณีที่ นายมนตรี     อายุ 35 ปี  หนุ่มชาว ต.ช่อผกา อ.ชำนิ  จ.บุรีรัมย์ ใช้มีดอีโต้เฉือนคอและใบหูลูกสาววัย 7 ขวบได้รับบาดเจ็บสาหัส  และใช้ขวดเหล้าที่แตกทิ่มคอลูกสาวคนโตวัย 9 ขวบหวังจะฆ่าให้ตายทั้ง 2 คนแล้วจะฆ่าตัวเองตายตาม   โดยอ้างว่าน้อยใจที่ภรรยาหนีไปอยู่กับชายอื่น  จึงกินเหล้าย้อมใจแล้วลงมือก่อเหตุ เมื่อกลางดึกวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา  

 

 

 

ล่าสุด น.ส.ทา   อายุ 25 ปี  ภรรยาของนายมนตรี  ก็ได้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ  พร้อมออกมาเปิดใจและชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า  ตนเองอยู่กินกับนายมนตรีมากว่า 10 ปีแล้วมีลูกด้วยกัน 2 คน  เมื่อก่อนสามีจะชอบดื่มเหล้าไม่ค่อยทำงาน  จึงมีปัญหากันบ่อยบางครั้งทนไม่ไหวก็ต้องหนีไปทำงานที่อื่น   เมื่อสามีรับปากจะเลิกเหล้าและหางานทำจึงกลับมาอยู่ด้วยกัน   โดยล่าสุดได้เปิดร้านซ่อมรถที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ  แต่เปิดได้ประมาณ 3 เดือนก็ปิด   ไปสมัครงานไว้หลายที่แต่พอเขาเรียกไปทำงานก็ไม่ยอมไป   

 

 

 

เมียโต้ไม่ได้หนีไปกับชายอื่นตามที่สามีกล่าวหา

 

 

 

กระทั่งวันที่ 17 เม.ย. ตนจึงตัดสินใจไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อจะหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวซึ่งก่อนจะไปก็คุยกับสามีแล้ว   แต่ช่วงที่ตนเองไปทำงานกรุงเทพฯ ได้ไม่กี่วันสามีก็กลับไปดื่มเหล้าอีกและชอบโทรศัพท์ไปหาตนเองช่วงเวลาทำงาน   ตนจึงไม่ได้รับสายเพราะกลัวจะถูกต่อว่าเพราะพึ่งทำงานได้แค่ไม่กี่วัน แต่พอเลิกงานก็จะโทรวีดีคอล มาคุยกับสามีและลูกตลอด  แต่พอรู้ว่าสามีกลับมาดื่มเหล้าอีกก็ไม่อยากจะคุยด้วยก็จะคุยแต่กับลูกสาว   จึงทำให้สามีโกรธลงมือทำร้ายลูกประชดตนเอง  ซึ่งหลังเกิดเหตุตนก็โทรศัพท์มาสอบถามอาการลูกตลอดเพราะเป็นห่วง   และตั้งใจจะเดินทางกลับมาดูลูกด้วยตัวเอง  แต่ยังมาไม่ได้เพราะลางานไม่ได้ประกอบกับไม่มีเงินด้วย     กระทั่งเกิดเป็นข่าวโด่งดังก็ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก  ทั้งสังคมและกระแสโซเชียลโจมตีตนเองต่างๆ นานาหาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่อง   จนต่อมาสามารถลางานได้และพี่สาวให้เงินค่ารถ 400 บาท จึงตัดสินใจกลับมาบ้านทันที     

 

 

 

เมียโต้ไม่ได้หนีไปกับชายอื่นตามที่สามีกล่าวหา

 

 

 

ส่วนกรณีที่สามีกล่าวอ้างว่า  สาเหตุที่ทำร้ายลูกสาวเพราะประชดตนเองที่ไปมีชายคนอื่นนั้นไม่เป็นความจริง    ยืนยันว่าไม่เคยนอกใจหรือไปมีคนอื่นเลย   แต่สามีดื่มเหล้าเมาแล้วชอบคิดระแวงไปเอง    และที่สามีบอกว่าตนไม่ได้ทำงานเอาแต่เล่นเฟส เลนไลน์ ก็ไม่เป็นความจริง  เพราะตอนอยู่บ้านตนรับจ้างเลี้ยงลูกให้พี่สาวได้เดือนละ 3,500 บาท และเวลาว่างก็จะเล่นเกมส์ เพื่อหารายได้จากการขายชิฟ ก็จะได้เดือนละ 4,000 – 5,000 บาท   ทำให้มีเงินเลี้ยงครอบครัวซึ่งสามีก็รู้และคุยกันตลอด   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเกิดจากสามีดื่มเหล้าเมาหนักทำให้ขาดสติ     ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อสภาพจิตใจและการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก   จึงอยากวอนให้สังคมเห็นใจอย่าด่วนตัดสินหรือโจมตีกล่าวหา โดยที่ยังไม่ได้ฟังความจากทั้งสองด้าน 

ซึ่งหลังจากสามีถูกส่งตัวไปฝากขังที่เรือนจำ เพื่อรอการตัดสินคดี  ตนก็พาลูกเดินทางไปเยี่ยม  ซึ่งสามีก็ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำลงไป พร้อมขอโทษตนเองกับลูก  ซึ่งตนก็ให้อภัย  แต่จะกลับมาใช้ชีวิตด้วยกันเหมือนเดิมหรือไม่  ก็ต้องขึ้นอยู่กับการกระทำของสามีด้วยว่าจะปรับปรุงตัวได้หรือไม่  เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอยอีก