
โอนหน้าที่ คสช. ให้ กอ.รมน. รับคำสั่ง นายกฯ
"บิ๊กตู่" เผย ถกร่วม "ครม. - คสช." จ่อแถลงผลงาน 5 ปี ระบุ เตรียมออก "คำสั่งหัวหน้า คสช." ยกเลิก "ม.44" 68 ฉบับ
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 62 เวลา 15.55 น. ที่ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช. ว่า การประชุมวันนี้เป็นการทบทวนเรื่องกฎหมายต่างๆ ที่เคยคุยกันไปแล้วว่ากฎหมายใดมีความจำเป็นที่จะยกเลิกคำสั่ง คสช. หรือ มาตรา 44 มีหลายเรื่องด้วยกัน
โดยได้มอบหมาย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงว่าเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง ทั้งนี้ ประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า รวมกันทั้งหมด 456 ฉบับ ซึ่งเคยประกาศใช้คนละวาระกัน ส่วนกฎหมายที่จะต้องคงไว้มีประมาณ 65 ฉบับ คณะทำงานกำลังทบทวนอยู่ นายกฯ กล่าวว่า รายละเอียดการดำเนินการมีการยกเลิกและอยู่ระหว่างจัดทำร่างคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อยกเลิก 68 ฉบับ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายและใช้กฎหมายใหม่ 77 ฉบับ และมีการเสนอมาตรการเพื่อรองรับในระยะยาว 65 ฉบับ ที่ยังมีประโยชน์เพื่อใช้ให้เกิดความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กฎหมายทั้ง 456 ฉบับ หากแยกออกจะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.ความสำคัญทางเศรษฐกิจ พ.ร.บ.การบริหารระบบราชการ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย พ.ร.บ.สำคัญทางสังคม
“สิ่งที่ทำมาไม่ได้มีอะไรเสียหายทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คสช. ที่ได้ทำงานมา วันนี้ได้มีการสรุปการทำงาน และจะมีการแถลงผลงาน ซึ่งรัฐบาลก็ได้เตรียมแถลงผลงานในเว็บไซต์ให้รับทราบต่อไปในอนาคต เป็นผลงานในปีที่ 5 และ คสช. 5 ปี ที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมีเสถียรภาพในการทำงานช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ตลอดจนถึงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และยังคงต้องดูแลต่อไป วันหน้ามีแผนในการปรับโอนหน้าที่ของ คสช. ให้กับ กอ.รมน. โดยมีการจัดโครงสร้างไว้รองรับแล้ว เพื่อเป็นหน่วยงานในการบูรณาการ ไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่จะไปควบคุมสั่งการใครทั้งสิ้น ต้องปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล รับคำสั่งนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ในฐานะ ผอ.รมน. ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกวันนี้จะต้องมีความระมัดระวังมากที่สุด อยากให้คนไทยทุกคนช่วยกันติดตาม มันมีปัญหาทุกประเทศ ทุกภูมิภาค การเจริญเติบโตของจีดีพีของทุกประเทศลดลงจากที่ประมาณการไว้ทั้งหมด เกือบทุกประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนต่างๆ ซึ่งหลายประเทศมีปัญหา แต่ประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถพยุงได้อยู่ สำหรับเรื่องการท่องเที่ยว ก็เป็นธรรมดาที่มีขึ้นมีลง มีช่วงไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่น ซึ่งเราได้หามาตรการเสริม เช่น การท่องเที่ยวในชุมชน หรือการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ โดยวันนี้ การท่องเที่ยวและการบริการยังเดินหน้าไปได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อย ขอขอบคุณทุกคน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน จิตอาสาทั้งหมดและคนไทยทุกคน ทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานคร ถ้ารวมกันทั้งประเทศก็หลายสิบล้านคน ในส่วนของ กทม. น่าจะมีประมาณ 2 - 3 แสนคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรายังคงมีความรัก ความสามัคคี และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างแน่นแฟ้น และสิ่งที่เราคาดหวัง สิ่งที่เราต้องทำและตั้งใจทำคือการทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และหลายพระองค์ที่ได้รับการสถาปนาทุกพระองค์ เพราะเป็นเรื่องที่น่าถวายความยินดีกับทุกพระองค์ซึ่งรัฐบาลก็จะดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หลายอย่างที่เราทำวันนี้ โดยเฉพาะพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่มีที่ไหนในโลก ขอให้ทุกคนที่เป็นคนไทยภูมิใจ สิ่งเหล่านี้คือจารีต วัฒนธรรม ประเพณี ของคนไทย ที่มีแต่มาโบราณกาล ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ประเทศไทยจะถูกเลือนหายไปจากความทรงจำของโลกใบนี้ทันที นี้คือความเป็นคนไทยของเรา ดังนั้น เราจึงควรภาคภูมิใจ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังเป็นช่วงวาระแห่งความสุขอยู่ อย่าลืมความสุขในช่วงที่ผ่านมานี้ ตนคิดว่าทุกคนก็อยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดไป ถือเป็นช่วงชีวิตและประวัติศาสตร์ของเราที่ได้ร่วมกัน ทั้งสื่อ ประชาชน และตน รวมถึงรัฐบาลและทุกคนถือว่ามีส่วนในพระราชพิธีครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตของพวกเรา ขอให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา



