
ยื่นฟ้องใหม่"ธรรมรักษ์"ทุจริตส่งพรรคเล็กสมัคร
"อัยการ"เตรียมหารือปปช.ยื่นฟ้องใหม่พล.อ.ธรรมรักษ์ อดีตรองหน.ทรท. กับพวก แก้ไขข้อมูล กกต.ทุจริตเลือกตั้งส่งพรรคการเมืองเล็กลงสมัครแข่ง ทรท. 2 เม.ย.49 หลังศาลฎีกานักการเมือง สั่งจำหน่ายคดีเหตุไม่อยู่อำนาจ ชี้ต้องฟ้องศาลอาญา
(13พ.ย.) นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงการฟ้องคดีพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม ในฐานะอดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ( ทรท.) กับพวกรวม 5 คนกรณีร่วมกันแก้ไขฐานข้อมูลทะเบียนพรรคการเมืองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้พรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 เม.ย.49 เพื่อช่วยพรรคไทยรักไทยหนีเกณฑ์ร้อยละ 20 ว่า หลังจากที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ( ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด พล.อ.ธรรมรักษ์ กับพวกแล้ว และส่งมอบสำนวนพยานหลักฐานให้อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ล่าสุดศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีดังกล่าวออกจากสารบบความ เนื่องจากเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาล แต่อยู่ในอำนาจศาลอาญาที่จะพิจารณาพิพากษา ดังนั้นหลังจากนี้อัยการจะแจ้งให้ ป.ป.ช.ทราบ พร้อมหารือกันอีกครั้งในการจะนำคดียื่นฟ้องใหม่ต่อศาลอาญา
ขณะที่แหล่งข่าวอัยการ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณาว่า การฟ้องคดีเป็นไปตามที่ ป.ป.ช. ส่งสำนวนยืนยันให้ฟ้องศาลฎีกา ฯ แต่ทั้งนี้การที่ศาลฎีกา ฯ ไม่รับคดีพิจารณา ยังไม่ใช่เป็นการวินิจฉัยว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ ไม่ผิดตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูล เพียงแต่เป็นการวินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจศาลเท่านั้น ซึ่งยังสามารถนำคดียื่นฟ้องต่อศาลอาญาที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ขณะที่สำนวนฟ้อง พล.อ.ธรรมรักษ์ ก็เห็นว่าดำเนินการในฐานะ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยที่ดูแลการเลือกตั้งพื้นที่อีสาน ไม่ใช่ดำเนินการในฐานะ รมว.กลาโหม ที่จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าวป.ป.ช.มีมติเมื่อวันที่ 25 ส.ค.52 ชี้มูลความผิด พล.อ.ธรรมรักษ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย , นายอมรวิทย์ สุวรรณผา พนักงานการเลือกตั้ง งานคอมพิวเตอร์ ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) , นายชวการ โตสวัสดิ์ , นายบุญทวีศักดิ์ อมรสินธุ์ หัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทย และนายสุขสันต์ หรือจตุชัย ชัยเทพ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคพัฒนาชาติไทย
โดยการกระทำของ พล.อ.ธรรมรักษ์, นายชวการ, นายบุญทวีศักดิ์ และนายสุขสันต์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นตัวการผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ซึ่ง พล.อ.ธรรมรักษ์ ได้มอบเงินให้นายชวการ วางแผนลบชื่อสมาชิกพรรคการเมืองอื่นบางคน เพื่อใส่ชื่อบุคคลที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เข้าไปภายใต้เลขสมาชิกเดิม ซึ่งเรียกว่าวิธีตัดต่อพันธุกรรม แก้ไขปัญหาการลงสมัครรับเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 เม.ย.49 ซึ่งนายชวการให้นายบุญทวีศักดิ์ หัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทย และนายสุขสันต์ ผอ.การเลือกตั้งพรรคพัฒนาชาติไทย ไปดำเนินการต่อ



