
พ่อเหยื่อลักเด็กสนามหลวงโร่แจ้งจับสาวใหญ่
เหยื่อลูกหายสนามหลวงโผล่แจ้งความจับสาวใหญ่อีกราย เผย เมียหอบลูก 2 คนเข้ากรุงหางานทำก่อนพามานอนสนามหลวง แล้วปล่อยให้ลูกวิ่งเล่นถูกชายหลอกจะพาไปซื้อขนมก่อนอุ้มหายตั้งแต่กลางปี 52 ตำรวจประสานสังคมสงเคราะห์อุดรฯส่งลูกคืนสู่ครอบครัว
(13พ.ย.) เวลา 21.30 น.นายจ่อย ลากุล อายุ 48 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไปพร้อม ด.ช.สมนึก หรือน้องนึก ลากุล อายุ 10 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 71/4 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าพบพ.ต.ท.บรรยง แตงมั่งคง รองผกก.สส. สน.ชนะสงครามและพ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ สว.สส. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนางช้อน ศรีส่อง ผู้ต้องหาที่ลักพาตัว ด.ญ.ธงทอง หรือน้องส้ม อิศรางกูร อายุ 5 ขวบ และ ด.ช.เอกภพ หรือน้องขนุน อิศรางกูร อายุ 6 ขวบ บุตรสาวและบุตรชายของนางปานทิพย์ อิศรางกูร แม่ค้าขายของย่านสนามหลวงไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงครามกับสภ.ศรีธาตุ ร่วมกันจับตัวผู้ต้องหาไว้ได้ขณะที่นำตัวเด็กทั้งสองไปเพื่อเร่ขายที่ จ.อุดรธานี และทำการขยายผลช่วยเหลือด.ญ.อายุ 5 ขวบและ 8 ขวบได้อีก 2 ราย โดย 1 ใน 2 รายนั้นเป็นบุตรสาวของนายจ่อย ชื่อ ด.ญ.สมหญิง ลากุล หรือน้องหญิง ที่ถูกคนร้ายลักพาตัวไปจากสนามหลวงตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2550 ขณะนั้นอายุประมาณ 4 ขวบ
นายจ่อย ให้การว่า ก่อนหน้าที่น้องหญิงจะหายไปประมาณกลางปี 50 นางบุญนำ ทิบโสต อายุ 30 ปี ภรรยาที่แยกทางกันได้เดินทางขึ้นมากรุงเทพฯเพื่อหางานทำ ก่อนที่จะได้ไปทำงานก่อสร้างที่ จ.นนทบุรี โดยมีคนข้างบ้านเป็นผู้ชักชวน ภรรยานำตัวน้องนึกและน้องหญิง บุตรทั้งสองของตนมาด้วย ตอนแรกตนได้ห้ามปรามไว้ว่าอย่ามา หลังจากนั้นตนจึงได้ตามมาหาภรรยาที่จ.นนทบุรี แต่ไม่พบจึงกลับไปรอที่จ.อยุธยา ต่อมา ประมาณ 4 เดือน ภรรยาโทรศัพท์มาหาบอกให้ไปรับลูกที่บ้านที่ จ.พิษณุโลก ตนรีบเดินทางไปหาภรรยา แต่กลับพบเพียงลูกชายเพียงคนเดียว จึงถามภรรยาว่าลูกสาวอยู่ไหน กลับได้รับคำตอบจากภรรยาว่า ลูกสาวหายไป
นายจ่อย กล่าวต่อว่า ภรรยาเล่าให้ฟังว่าก่อนเกิดเหตุขณะที่ภรรยานอนหลับอยู่แถวสนามหลวง ได้ปล่อยให้น้องหญิงไปวิ่งเล่นกับพี่ชาย ก่อนที่จะหายตัวไป จากการสอบถามพี่ชายของน้องหญิงทราบว่าได้มีผู้ชายมาชวนน้องหญิงว่าจะพาไปกินข้าวก่อนจูงมือหายไป โดยที่ภรรยาไม่ได้แจ้งความอะไรเลย เมื่อทราบดังนั้นจึงได้รีบไปแจ้งความไว้ที่สภ.พระนครศรีอยุธยา และพยายามออกตามหาบุตรสาวในหลายๆที่ ก็ยังไม่พบหมดเงินไปหลายหมื่นบาทแต่ก็ไม่พบตัว จนคิดว่าหมดหวังแล้ว กระทั่งมาทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ว่าพบตัวบุตรสาวแล้ว จึงรีบเดินทางมาจากบ้านที่จ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อนำหลักฐานเป็นสูติบัตรด.ญ.สมหญิง รวมทั้งรูปถ่ายและทะเบียนบ้านมามอบให้เป็นหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหา
ด้าน พ.ต.ท.บรรยง กล่าวว่า ขณะนี้น้องหญิงอยู่ในความดูแลของสังคมสงเคราะห์จ.อุดรธานี ตามกระบวนการ ตนจะทำหนังสือและหลักฐานที่ทางบิดาของเด็กที่นำมามอบไว้ ประสานไปยังสภ.ศรีธาตุและสังคมสงเคาระห์จ.อุดรธานีในเรื่องขั้นตอนการขอรับตัวน้องหญิงกลับมาสู่ครอบครัวว่าต้องมีขั้นตอนเช่นไรบ้าง หากหลักฐานที่นำมามอบให้ไม่เพียงพอก็อาจจะต้องมีการเจาะพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับตัวต่อไป



