ข่าว

"เกาะกง"ศูนย์กลาง"รัฐทักษิณ"พลัดถิ่นถล่มไทย

"เกาะกง"ศูนย์กลาง"รัฐทักษิณ"พลัดถิ่นถล่มไทย

13 พ.ย. 2552

ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ที่วันนี้กลายเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และรัฐบาลกัมพูชาไปแล้ว ยังคงถูกจับตามองทุกวินาที ทุกฝีก้าว

 ว่ากันว่า ก้าวย่างของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในวันนี้ย่อมไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความปั่นป่วนให้แก่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้น หากแต่เป็นการเดินเกมชนิด "หมดหน้าตัก" เพื่อหวังล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้ได้ภายใน 1-2 เดือนนี้

 โดยมีเดิมพันสูงลิ่วที่บีบให้อดีตนายกฯ ต้องเล่นเกมเสี่ยงถึงขีดสุด นั่นคือคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ที่มาถึงโค้งสุดท้าย ซึ่งเกี่ยวพันอย่างสูงกับข่าวว่าเขาจะเข้าไปรับสัมปทานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ หรืออาจจะเป็นกาสิโนคอมเพล็กซ์ริมฝั่ง จ.เกาะกง

 นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า อดีตนายกฯ ของไทยจะใช้เกาะกงเป็น "ศูนย์บัญชาการ" หรือทำเนียบของ "รัฐบาลพลัดถิ่น" เพื่อบัญชาการเกมล้มกระดานรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่มีคำสั่งกำลังลั่นกลองรบ และวางคิวให้ทัพเสื้อแดงกรีธาทัพล้มรัฐบาลตลอดทั้งเดือนธันวาคมนี้

 แม้ขณะนี้จะมีข่าวมา 2 กระแสว่า ทำเนียบรัฐบาลพลัดถิ่นวางไว้ 2 ที่ คือ 1.คฤหาสน์หรูกลางทะเลสาบที่ สมเด็จฮุน เซน ใช้ต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในกรุงพนมเปญ และ 2.จ.เกาะกง ด้านตรงข้าม จ.ตราด ของไทย ซึ่งมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไปรับสัมปทานถึง 99 ปี

 ล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงเปิดเผย "คม ชัด ลึก" โดยประเมินว่า เกาะกง น่าจะเป็นจุดที่สร้างความปั่นป่วนให้รัฐบาลได้มากกว่า เพราะเป็นจุดที่อยู่ใกล้แผ่นดินไทยมาก ทั้งยังมีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างมหาศาลระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับ สมเด็จฮุน เซน

 โดยมีตัวกลางคอยประสาน คือ นายพัด สุภาภา หรือ ลี ยง พัด ประธานบริษัท เกาะกงอินเตอร์เนชั่นแนล รีสอร์ท คลับ ซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้กว้างขวาง และร่ำรวยที่สุดในกัมพูชา เนื่องจากรับเหมาสารพัดสัมปทานจากรัฐบาลกัมพูชา โดยการสนับสนุนของสมเด็จฮุน เซน

 ที่สำคัญ ในการเดินทางเยือนกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ก็ปรากฏเงาร่างของนายพัด สุภาภา ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วยเช่นกัน จึงเชื่อได้ว่าอาจมีการเจรจาเรื่องการตั้งศูนย์บัญชาการ รวมทั้งโครงการพัฒนาเกาะกงด้วย

 แม้บางฝ่ายจะมองว่าเกาะกงใกล้เมืองไทยเกินไป จึงอาจเป็นอันตรายต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ มาก แต่ก็มีข่าวเช่นกันว่าเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ช่วงที่เสื้อแดงกำลังเผาบ้านเผาเมืองอยู่นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ก็นั่งบัญชาการอยู่ในกัมพูชานั่นเอง และน่าจะอยู่ที่เกาะกงด้วยซ้ำ

 แหล่งข่าวบอกว่า ความสำคัญของเกาะกงนอกจากจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่จะสร้างความปั่นป่วน และกระตุ้นต่อมเดือดดาลของรัฐบาลไทยได้ดียิ่งแล้ว เกาะกงยังเปรียบประดุจเพชรน้ำเอกที่รอการเจียระไนเท่านั้น

 โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลทักษิณไปสร้างถนนสาย 48 เชื่อมระหว่างเกาะกง-พนมเปญ เกาะกงก็ไม่ต่างจากสาวงามที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้ราคี โดยทุกวันนี้มีสินค้าไทยเข้าที่ท่าเรือเกาะกงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ทางบกอยู่ที่หลักพันล้านเท่านั้น

 สำหรับพิกัดที่เชื่อว่าอดีตนายกฯ ของไทยจะใช้เป็นศูนย์บัญชาการ พร้อมทั้งผุดโครงการ "เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์" หรือ "กาสิโนคอมเพล็กซ์" เทียบชั้น "เกาะมาเก๊า" น่าจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ริมทะเลตรงโรงแรม และกาสิโนที่มีอยู่เดิม

 "ส่วนอีกที่มีความสวยงามมาก คือ ตรงบริเวณ "เกาะเยาะ" ซึ่งถ้าพัฒนาเป็นกาสิโนคอมเพล็กซ์ก็จะเลิศเลอเพอร์เฟกท์เป็นอย่างยิ่ง"

 แต่จุดที่มีการคาดหมายกันมาก ก็คือ บริเวณ "นิคมอุตสาหกรรมเกาะกง" ซึ่งห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองเพียง 2 กิโลเมตร และมีพื้นที่กั้นรั้วไว้ไม่น้อยกว่า 2,000 ไร่ และมีการปรับพื้นที่ไว้บ้างแล้ว จึงมีความเป็นไปได้สูง เพราะถ้าสร้างที่อื่นก็จะต้องใช้งบในการปรับพื้นที่สูงลิ่ว

 "พื้นที่ตรงนิคมอุตสาหกรรมเกาะกง (เดิม) จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะนอกจากจะมีการปรับสภาพพื้นที่ไว้นานแล้ว ยังมีนักการเมืองระดับบิ๊กๆ ของกัมพูชาไปกว้านซื้อที่ดินไว้เพื่อเก็งกำไรกันอย่างมโหฬารด้วย"

 นอกจากนี้ กัมพูชายังมีแผนจะพัฒนา "ท่าเรือน้ำลึก" เพื่อรองรับการเกิดขึ้นของกาสิโนคอมเพล็กซ์ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มูลค่าของสินค้าที่สั่งเข้ามาที่เกาะกงพุ่งพรวดขึ้นอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

 อย่างไรก็ตาม สภาพในวันนี้ของเกาะกงยังเป็นเพียง "วิมานในอากาศ" เท่านั้น แม้จะมีถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่สร้างไว้อย่างดีในสมัยอดีตนายกฯ ของไทย และมีการขนวัสดุก่อสร้างเข้ามาสร้างบ้านแปงเมืองกันอย่างขนานใหญ่

 แต่เกาะกงก็ยังคงเป็นเมืองอันเงียบสงบอยู่มาก โดยทั้งเมืองมีที่พักเพียง 12 แห่ง ที่ยังไม่เพียงพอกับปริมาณนักท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งนักเสี่ยงโชคชาวไทย รวมทั้งจากยุโรป อเมริกา รวมถึงเวียดนาม และกัมพูชาเอง ซึ่งส่วนหนึ่งก็ถือโอกาสข้ามมาเที่ยวฝั่งไทยด้วย

 ขณะเดียวกัน รายได้หลักที่มาจากบ่อนกาสิโนยังกระจุกตัวอยู่ที่คนกลุ่มเล็กๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือคนใกล้ชิดนักการเมืองเท่านั้น

 ส่วนคนกัมพูชาที่อยู่บนเกาะกงรวมทั้งสิ้น 132,106 คน ในจำนวนนี้มี "คนกัมพูชาเชื้อสายไทย" ที่ตกค้างอยู่ในดินแดนเขมรตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสถึง 25% ยังคงยากจนไม่ต่างจากคนไทยในชนบทห่างไกล