ข่าว

คนเขมรกระตุกไทยอย่าให้การเมืองบั่นสัมพันธ์

คนเขมรกระตุกไทยอย่าให้การเมืองบั่นสัมพันธ์

13 พ.ย. 2552

กลายเป็นเรื่องราวที่พูดคุยกันในวงกว้างสำหรับสามวันในกรุงพนมเปญ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ที่ชั่วโมงนี้คือนักโทษชายที่ทางการไทยต้องการตัวมากที่สุด ซึ่งหลายแง่หลายมุมที่ประชาชนคนไทยเฝ้าติดตามเรื่องราวผ่านสื่อมวลชน ร่วมกันสร้างกระแสขึ้นมา

 แท้แล้ว ต้นตอก็มาจากหลากหลายสาเหตุอาจเพราะความเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานระหว่างสองประเทศ อาจเพราะท่าทีของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่อยู่ในท่วงท่าน่าหมั่นไส้ไปหน่อยในสายตาคนไทย โดยเฉพาะในบทบาทการเลี้ยงดูปูเสื่อเพื่อนรักทักษิณ

 สุดท้ายแล้ว อยากจะบอกว่า สาเหตุหลักน่าจะมาจากความชิงชังในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ของคนไทยเอง

 อย่างไรก็ตาม กัมพูชาในวันนี้เสมือนเป็นอีกโลกหนึ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง อันเนื่องมาจากความเห็นของคนเขมรที่กรุงพนมเปญ ซึ่งเกาะติดสถานการณ์การมาเยี่ยมเยียนประเทศกัมพูชาจากแขกคนสำคัญ (สำหรับเขา) อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยความพึงพอใจและสบายอารมณ์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้นำประเทศของพวกเขา

 ต้องยอมรับว่า คนกัมพูชามีความนิยมชมชอบในตัวคุณทักษิณทั้งในฐานะที่เขาเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งร่ำรวย ทั้งยังเป็นดั่งเทวดามาโปรด เพราะสมองของเขานั้นสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนกัมพูชาเป็นอย่างสูง

 เมื่อรักชอบฝั่งหนึ่ง ความชังที่เหลืออยู่ในใจย่อมไหลไปรวมให้แก่คนที่พวกเขาเห็นว่าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แน่นอนที่สุด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยากนักที่จะหลีกหลบกระแสความชังนี้ไปได้ และดูเหมือนว่ากระแสนี้ได้พุ่งขึ้นสูงถึงขีดสุดแล้ว หลังจากที่ก่อตัวขึ้นในระยะหลัง ช่วง 2-3 เดือนที่รัฐบาล 2 ประเทศระหองระแหงกัน

 เมื่อทำใจอย่างเป็นกลาง กระแสนี้ก็เป็นกระแสที่น่ารับฟังไม่น้อยทีเดียว

ต้องบอกว่าคนกัมพูชานั้นมีโอกาสในการเลือกเสพสื่อไม่มาก โทรทัศน์ทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับถูกชี้นำโดยรัฐบาล ทำให้ชุดความคิดหลายๆ อย่างที่คนเขมรมี เป็นชุดความคิดเป็นไปตามความต้องการของรัฐบาลกัมพูชา อย่างเช่น
นายอภิสิทธิ์เป็นคนทำรัฐประหารรัฐบาลคุณทักษิณในปี 2549
นายอภิสิทธิ์กับพวกเสื้อเหลืองเป็นพวกเดียวกันแบบแยกแยะไม่ออก
ไม่เข้าใจว่าพวกพันธมิตรจะอยากได้ ปราสาทพระวิหารกลับไปทำไม
นายกฯ ทักษิณถูกกลั่นแกล้งรังแก ถูกป้ายสีว่าเป็นพวกไม่รักสถาบัน

 ที่ไม่น่าเชื่อคือชุดความคิดทั้งหมดนี้มาจากความเห็นของคนเขมรทุกระดับ ตั้งแต่เจ้าของธุรกิจไปจนถึงชนชั้นรากหญ้า ตั้งแต่ตาสีตาสาจนถึงพวกจบปริญญาจากรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งพอได้ลองฟังความคิดความเห็นที่พวกเขาเข้าใจแล้ว ความสงสัยที่ว่าทำไมคนกัมพูชาถึงนิยมชมชอบคุณทักษิณนักก็หมดไป แถมยังเข้าใจมากขึ้นด้วยว่า เพราะเหตุใดความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นหลังนายอภิสิทธิ์ก้าวเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึงได้มากนัก

 แต่กระนั้น แม้จะเป็นเรื่องยากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา แต่รัฐบาลและนายอภิสิทธิ์ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำความเข้าใจและสานสัมพันธ์ต่อไป

 ข้อมูลอีกชุดที่มีความสำคัญสำหรับประชาชนคนไทย ก็คือในท่ามกลางกระแสชาตินิยมที่เข้มข้นของพี่น้องฝ่ายไทยนั้น ในฝั่งของกัมพูชากลับแทบไม่มีให้เห็นเสียเลย

 ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเมืองก็เรื่องของการเมือง คนเขมรยังอยากคบค้าสมาคมกับคนไทยอยู่ การติดตามข่าวสารการมาของคุณทักษิณก็เป็นแบบเอนหลังนั่งฟัง ไม่เคร่งเครียดไม่จริงจัง

ที่อยากเอาข้อมูลนี้มาบอกประชาชนคนไทยก็เพราะว่า ไม่อยากให้เรามาปวดหัวกับเรื่องของคนไม่กี่คน จนพาลรังเกียจคนเขมรทั้งๆ ที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับคนไทยในแง่ลบเลยแม่แต่น้อย

นภจักษ์ อัตตนนท์ ผู้สื่อข่าวเนชั่นแชนแนล