ข่าว

รายงาน-พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

รายงาน-พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

13 พ.ย. 2552

แม้ในมุมของ "ทักษิณ-พลพรรคเพื่อไทย-กองเชียร์เสื้อแดง" จะให้เครดิตการเดินเกมรุกในทาง "ศึก" ของ "นายใหญ่ทักษิณ"

ที่ล่าสุดตั้งทีมบัญชาการชั่วคราวอยู่กัมพูชาเคียงข้าง "สมเด็จฮุน เซน" โดยห่างจากเมืองไทยแค่ปลายจมูก

 ยั่วยุอำนาจรัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ที่กำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อจับตัว "นักโทษชายทักษิณ” ให้ตกหลุมที่วางไว้ คือล่อให้มีการใช้กำลังทหาร และความรุนแรง เข้าทางตามแผนลดความน่าเชื่อถือของ ”รัฐบาลปชป.” ในสายตาโลก

 โดยถือว่าเป็นความสำเร็จตามยุทธศาสตร์ "โลกล้อมไทย" ทำผลประโยชน์ส่วนรวมชาติสะเทือนไปแบบเรียบร้อยโรงเรียนแม้ว

 เพราะเชื่อว่าสามารถสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายทางการทูตที่ผิดพลาดของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ "เกมในสภา" ก็ตอกย้ำภาพความล้มเหลวของระบบรัฐสภาภายใต้การนำรัฐบาล

 แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสบูมเมอแรงได้ตีกลับ “นักโทษชายทักษิณ” จากข้อหาแรง "ขายชาติ-ล้มเจ้า-เผาเมือง" จนตั้งตัวแทบไม่ทันเหมือนกัน !

 จนทำให้มีปฏิกิริยาหวาดผวาเกิดขึ้นภายในพรรคเพื่อไทยยามนี้ ทั้งในส่วนของแกนนำ และ ส.ส.

 ถึงขนาดมีรายงานข่าวว่า ส.ส. กทม. และ ส.ส. ภาคกลางบางส่วน ได้พยายามสะท้อนต่อแกนนำพรรคสายตรงชินวัตร ทั้ง "เจ๊ปู ยิ่งลักษณ์" และ "พายัพ ชินวัตร" ถึงความไม่สบายใจต่อสถานการณ์ที่ทำให้เรตติ้งดิ่งเหว

 ไล่ตั้งแต่แกนนำอดีตพรรคไทยรักไทย บ้านเลขที่ 111 อย่าง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง รวมถึง ส.ส. ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อกระแส อย่าง กทม. หลายคน ไม่สบายใจว่าจะกระทบต่อฐานเสียงของตัวเอง

 ต่างมองว่าต้นเหตุเนื่องมาจากการที่ ”นายใหญ่ทักษิณ” เชื่อคำแนะนำของทีมยุทธศาสตร์การเมืองชุดคู่บารมีอย่าง ยงยุทธ ติยะไพรัช, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช,พันศักดิ์ วิญญรัตน์

 บวกกับทีมจรยุทธ์ที่เพิ่งเข้ามาเสริมทัพของ ”พ่อใหญ่จิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย มากเกินไป

 โดยทีมที่ว่านี้อยู่เบื้องหลังการวาง "ยุทธศาสตร์เดินเกมแรง” ลากตัวช่วยนอกประเทศ อย่างกัมพูชามาป่วนประเทศ ตามมาด้วยการรับเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ กระทั่งมาถึงจุดแตกหักเมื่อให้สัมภาษณ์ “ไทม์ส ออนไลน์”

 จนกลายเป็นประเด็นร้อนถึงการพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยฝีมือของทีมกุนซือชุดต่างประเทศ อันได้แก่  ไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์ และ นพดล ปัทมะ ที่รับหน้าที่เป็นทีมสตาฟฟ์อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อน

 ไม่นับข้อเสนอ ”บิ๊กจิ๋ว” ที่เสนอแผนจัดตั้งนครปัตตานี จนถูกโจมตีว่าคล้ายคลึงกับแนวคิดของขบวนการโจรก่อการร้ายภาคใต้ สุ่มเสี่ยงต่อการนำไปสู่การแบ่งแยกประเทศ

 เห็นได้จากกระแสตีกลับจากผลสำรวจโพลล์ เท่ากับถลกให้เห็นธาตุแท้ "นักโทษชายทักษิณ" ที่หวังโค่นรัฐบาล ปชป. เพื่อต้องการกลับมามีอำนาจ ถึงขั้นลากศึกนอกมาป่วนบ้านเกิดเมือง

 เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคเพื่อไทยเอง จำเป็นต้องมองระยะยาวถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า และความหวังเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ได้กลับมาเป็นผู้แทนอีกครั้ง อยู่ที่คนชื่อ "นักโทษชายทักษิณ"

 ฉะนั้น แม้จะมีหลายคนในพรรคไม่เห็นด้วย แต่ก็ป่วยการขัดแข้งขัดขา !

 ขณะที่สถานการณ์กลับเป็นใจให้ฝ่ายตรงข้ามอย่าง ”ประชาธิปัตย์” พลิกกลับมาเป็นต่อ แถมยังมี "ตัวช่วย" ในประเทศอีกเยอะ

 วัดกระแสแล้วขณะนี้ "อภิสิทธิ์" ถือแต้มต่ออยู่หลายช่วงตัว จากการชิงจังหวะเกาะกระแส "รักชาติ” พร้อมๆ กับผลัก "นักโทษชายทักษิณ" ไปยืนอยู่ข้างเขมร

 ยก ”ข้อหาทรยศชาติ” ตอกฝาโลง “นักโทษชายทักษิณ-เพื่อไทย” ให้จมดิ่งแบบเต็มๆ

 ฉะนั้น ด้วยสถานการณ์ที่เจ้าตัวเองก็รู้ว่า "เดินตกหลุม" ที่ตัวเองขุดไว้เข้าอย่างจัง จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะหาวิธี "พลิกวิกฤติเป็นโอกาส" ให้ได้

 และ "ยี่ห้อนักโทษชายทักษิณ" ซึ่งขึ้นชื่อว่าถนัดในเกมการตลาด พลิกดำให้เป็นขาวได้ไม่ยาก จึงหันมาเล่นเกมทวงคืนศรัทธาคนรากหญ้าอีกครั้ง

 ด้วยการสั่งให้มีการแปลเอกสารคำสัมภาษณ์ "ไทมส์ ออนไลน์" ให้ ส.ส. ในพื้นที่ยิงตรงทุกประตูบ้าน

 โดยในคำสัมภาษณ์ที่แปลนั้น จะออกมาในโทนยกย่องเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ขณะเดียวกันก็โยนบาปให้รัฐบาลว่าใส่ร้ายป้ายสีตนเอง

 นอกจากนั้น ยังเตรียมแผน "ล้างมลทินขายชาติ" ด้วยการโชว์ศักยภาพในการเป็นกาวใจ โดยอ้างความสนิทสนมกับ "สมเด็จฮุน เซน" จนทำให้สามารถเจรจาลดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ดับอุณหภูมิการเมืองระหว่าง 2 ชาติ

 รวมถึงช่วยประคับประคองผลประโยชน์ระหว่างไทย-กัมพูชา ที่เป็นปัญหาเรื้อรังของ 2 ชาติ เช่น พื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหาร 

 อาจถึงขั้นคุยโวว่าสามารถช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขมรยอมขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารร่วมกับไทย เพื่อตบหน้ารัฐบาลประชาธิปัตย์

 ขณะที่การเคลื่อนไหวในประเทศ ก็ได้เตรียมให้กลุ่มนายทหาร "ตท.10" ที่ตบเท้าเข้าพรรคเพื่อไทย แสดงวาระจงรักภักดีต่อสถาบันด้วยเช่นเดียวกัน

 แต่กระนั้น ก็คงต้องลุ้นกันว่า "แผนพลิกวิกฤติเป็นโอกาส" ของฝ่าย "นักโทษชายทักษิณ" จะสามารถดึงเรตติ้งให้ขึ้นมาได้ทันกาลหรือไม่

 เพราะนับวันสังคมไทยจะ "รู้ทัน" ขบวนการทักษิณมากขึ้นทุกวินาที !!!

 

ณยา ใจกาวัง