
ผู้จัดการไวโอเลตคาราโอเกะโหดดอดมอบตัวแล้ว
ผู้จัดการร้านคาราโอเกะโหดดอดเข้ามอบตัวแล้ว อ้างผู้เสียหายสั่งเหล้า-ดริ้ง รวมกว่า 4 หมื่นบาท แต่ไม่ยอมจ่ายอ้างแพงเกินเหตุแถมคุยโต บอกเสียใจไม่ตั้งใจทำร้าย
จากกรณีที่นายสมพงศ์ เบญจะวงษ์ อายุ 39 ปี เหยื่อคาราโอเกะโหด ที่เข้าร้องเรียนสื่อมวลชน กรณีเข้าไปเที่ยวคาราโอเกะร้านไวโอเลตคาราโอเกะ ถูกเรียกเก็บเงินค่าอาหารเป็นเงินกว่าหนึ่งแสนบาท แต่ตนไม่ยอมจ่ายเห็นว่าเรียกเก็บเกินจริง จึงถูกเจ้าของร้านและลูกน้องรุมทำร้าย เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ แต่เรื่องไม่คืบหน้า
ขณะเดียวกันทางด้าน พ.ต.อ.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผกก.สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งได้เร่งสืบสวนเพื่อหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้กระทำผิดที่ล่าช้าเนื่องจากต้องทำเรื่องขอภาพกล้องวงจรปิดของธนาคารที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้เพื่อมาประกอบสำนวนขออนุมัติหมายจับผู้กระทำผิด
โดยเมื่อวานนี้ได้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว 2 คน คือ นายอนุสรณ์ ปัญญาดี อายุ 28 ปี ผู้จัดการร้านคาราโอเกะ และ นายส่งเสริม แย้มกลีบ อายุ 53 ปี พ่อครัว ที่ผู้เสียหายชี้ยืนยัน ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น.ของวันที่ 12 พ.ย. นี้ นายอนุสรณ์ ผู้จัดการร้านคาราโอเกะดังกล่าว หลังได้ทราบเรื่อง ทางข่าวโทรทัศน์ จึงได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.สมบัติ สืบศรี พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ เจ้าของคดีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรับทราบข้อกล่าวหา
นายอนุสรณ์ ได้ให้การว่า ในคืนที่เกิดเหตุผู้เสียหายได้เดินทางมาใช้บริการที่ร้านพร้อมกับเพื่อนชายอีก 1 คน ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.00 น. ในระหว่างที่ผู้เสียหายนั่งดื่มอยู่ในร้านได้สั่งสุรายี่ห้อ แบ๊คเรเบอร์ มาดื่มแบบดื่มเพรียว ๆ ตบท้ายด้วยน้ำเย็นและสั่งอาหารมานั่งกินพร้อมทั้งเรียกเด็กนั่งดริ้งมานั่งร่วมโต๊ะจำนวน 8 คน
จนกระทั้งเวลา 22.00 น.ตนได้ตรวจสอบบิลโต๊ะของผู้เสียหายพบว่า มียอดการสั่งอาหารและเหล้าร่วมทั้งค่าดริ้งของเด็กนั่งดริ้งสูงเกินกว่าหนึ่งหมื่นบาท ตนจึงได้นำบิลมาให้ผู้เสียหายดู แต่ผู้เสียกลับบอกว่าเรื่องเล็ก จนกระทั้งเวลา 23.00 น.ยอดค่าบริการก็มียอดสูงขึ้นอีกตนก็ได้นำบิลมาให้ผู้เสียหายดูอีก กลับถูกผู้เสียหายต่อว่า หาว่าตนดูถูกกลัวไม่มีเงินจ่ายหรืออย่างไร
พร้อมทั้งคุยโตว่า ตนเองทำงานอยู่สถานทูต ตนจึงได้นำบิลกลับมาเก็บที่เคาว์เตอร์ จนกระทั้งถึงเวลาประมาณ 01.00 น.ซึ่งเป็นเวลาที่ตนต้องปิดให้บริการ ตนจึงได้ขอเช็คบิลกับผู้เสียหาย ปรากฏว่าผู้เสียหายสั่งเหล้าแบ๊คขนาด 750 ซีซี มาดื่มหมดไปจำนวน 7 ขวด และค่าดริ้งของเด็กนั่งดริ้งรวมทั้งหมดจำนวน 104 ดริ้ง รวมทั้งค่าอาหารแลมิกเซอร์รวมแล้ว ยอดค่าบริการในบิลที่ระบุเป็นจำนวนเงิน 41,190 บาท
แต่ผู้เสียหายกลับไม่ยอมจ่ายและพยายามจะเดินหนีออกนอกร้านมานั่งที่ท้ายรถ ตนได้เดินตามออกมาพร้อมทั้งเอาบิลให้ดูอีกครั้ง แต่ผู้เสียหายกลับบอกว่าไม่จ่าย และบอกว่ารู้จักคนใหญ่คนโต และมีพี่สาวทำงานอยู่สถานทูต
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า จากนั้นตนจึงได้บอกว่าคุณจะรู้จักใครก็แล้วแต่ ช่วยติดต่อให้มาช่วยจ่ายค่าบริการให้ที ซึ่งผู้เสียหายก็ได้ติดต่อกลับพี่สาวในระหว่างที่ตนกำลังคุณโทรศัพท์กับพี่สาว ผู้เสียหายกลับพยายามวิ่งหลบหนี ตนและพนักงานในร้านได้กรูเข้ามาจับตัวเอาไว้ได้และเกิดชุลมุนกันเกิดขึ้น
"ทั้งนี้ผมขอยืนยันว่า ในขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในร้าน ทางเราไม่ได้ทำอะไรผู้เสียหายเลย และส่วนที่ผู้เสียหายแจ้งว่าที่ร้านผมคิดค่าบริการเป็นเงินกว่าหนึ่งแสนบาทนั้นไม่เป็นความจริง ยอดค่าบริการในคืนนั้นมีเพียงยอดเดียวคือ 41,190 บาท ซึ่งต่อมาในวันที่ 14 ต.ค. ภรรยาของผู้เสียหายก็นำเงินมาจ่ายให้จนครบ ซึ่งผมก็ได้ให้ภรรยาของผู้เสียหายทำหนังสือยินยอมให้ยึดรถจักรยานยนต์เอาไว้จนกว่าจะหาเงินมาจ่ายให้ครบตามจำนวน ซึ่งในหนังสือยินยอมก็มีการระบุยอดเงินเอาไว้ "นายอนุสรณ์ กล่าวและว่า
ในส่วนลูกน้องตนที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ตรงนี้รู้สึกเสียใจจริงที่ตนพยายามเข้าไปห้ามแล้วแต่ไม่ทัน ส่วนสาเหตุที่ตนต้องปิดร้านนั้นเป็นเพราะหมุนเงินไม่ทันไม่มีเงินจ่ายลูกน้องจึงต้องปิดร้าน
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายอนุสรณ์ ว่า ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ มีโทษจำคุก 5 ปี และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือ ทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือ โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น หรือไม่กระทำการนั้น หรือ จำยอมต่อสิ่งนั้น มีโทษจำคุก 5 ปี
และร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ร่วมกันทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือ จิตใจของผู้อื่นนั้น มีโทษจำคุก 2 ปี หลังรับทราบข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเอาไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ที่ร่วมกระทำผิดจะได้รวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับของศาลสมุทรปราการ เพื่อติดตามจับกุม



