ข่าว

รักข้ามพรมแดน

รักข้ามพรมแดน

13 พ.ย. 2552

สองสามปีมานี้ ที่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เรามักจะได้ยินชื่อ "พญาละแวก" ผู้ทรยศหักหลัง ดังกราดเกรี้ยวมาจากฟากฝ่ายผู้รักชาติ แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงช่วงเวลาแห่งความหวานชื่นของคนสองชาติ

 วันนี้ ผมขออนุญาตเล่าประวัติศาสตร์ฉบับลูกทุ่ง ซึ่งบอกเล่าถึงความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ในยุคสงครามเย็นที่หลายคนอาจลืมไปแล้ว

 18 มีนาคม 2513 นายพลลอน นอล นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ก่อการรัฐประหารเงียบ ด้วยการใช้อำนาจสภาแห่งชาติเขมรถอดถอนสมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ ในระหว่างที่พระองค์เสด็จเยือนยุโรป รัสเซีย และจีน

 ดั่งที่ทราบกัน กษัตริย์สีหนุ แอบหนุนช่วยคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือ จึงทำให้สหรัฐไม่พอใจ และหาทางโค่นล้มเจ้าสีหนุ มานานแล้ว

 ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในกัมพูชา ส่งผลให้มีการเปิดความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาครั้งใหม่ และมีความสนิทแนบแน่นยิ่งกว่าสมัยใดๆ เพราะรัฐบาลไทยก็เป็นรัฐบาลทหาร ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐ เช่นกัน

 จำได้ว่า คนไทยที่ทราบข่าวสีหนุถูกโค่น ต่างรู้สึกดีอกดีใจ เนื่องจากไม่พอใจกษัตริย์องค์นี้มาตั้งแต่กรณีพิพาทเขาพระวิหาร

 ตอนที่ผมเข้ามาเรียนมัธยมตอนต้นในกรุงเทพฯ และได้ชมหนังจากเขมรหลายเรื่อง ส่วนใหญ่จะฉายที่โรงหนังแคปปิตอล เยาวราช นอกจากเรื่อง "งูเก็งกอง" หนังเกรดบีแต่โกยเงินล้าน ก็ยังมีนางเอกเขมร ที่กลายเป็นขวัญใจหนุ่มไทยคือ "ดี เสวต"

 ขณะเดียวกัน ผมได้ฟังเพลงลูกทุ่ง "รักข้ามพรมแดน" ร้องโดย ศรีไพร ลูกราชบุรี นักร้องดังแห่งวงสุรพล สมบัติเจริญ ซึ่งตอนที่ "ศรีไพร" อัดแผ่นเสียงเพลงนี้ได้แยกออกมาตั้งวงเป็นของตัวเองแล้ว

 "โมปีนา โอ้กานดาเนื้อทอง โทมโมติวบ้านผองจ้า นวลน้องเจ้าจำได้ไหม ขอถามเธอ เนียงซำโบทรามวัย จะตอบให้พี่ชื่นใจ โอ้ว่าไยนามสกุลน้อง..."

 คำร้องท่อนแรกก็เป็นอย่างนี้ ผมจำได้ไม่แม่นนัก แต่บอกได้คำเดียวว่า ชอบมากๆ อีกอย่างน้ำเสียงเหน่อๆ แบบ "คนราดรี" ของศรีไพรนั้น มีเสน่ห์ชวนให้ผมหลงใหลมาแต่ครั้งเขาร้องเพลง "คนดีของแม่" ที่ดังสิบทิศมาแล้ว

 เมื่อมีรักข้ามพรมแดน ก็มีเพลงร้องแก้ "รักแท้จากกัมพูชา" โดย ละอองดาว โสธรบุญ ซึ่งเธอก็เป็นศิษย์ครูสุรพลเช่นเดียวกัน

 ผมสอบถามชื่อคนแต่งสองเพลงนี้จาก "สัมพันธ์ พัทลุง" นักอนุรักษ์เพลงไทยลูกทุ่ง จึงทราบว่าเป็นนักแต่งหน้าใหม่ชื่อ "คม ประจันตคาม" เลยรู้สึกไม่แปลกที่เขาแต่งคำร้องเพลงเขมรปนไทยได้ดี

 แต่เชื่อไหมครับ สองเพลงนี้ไม่ดังระเบิดเท่ากับเพลงจีบสาวกัมพูชาอีกเพลงหนึ่ง ที่เผยแพร่ในเวลาไล่เลี่ยกันคือ "กัมพูชาที่รัก" ร้องโดย ภูษิต ภู่สว่าง และเพลง "รอพี่ที่กัมพูชา" ร้องแก้โดย ยุพิน แพรทอง

 อาจจะเป็นเพราะสองเพลงหลังนี้ แต่งโดยครูเพลงปากกาทอง ฉลอง ภู่สว่าง จึงโดนใจแฟนเพลงมากกว่า

 มันเป็นความรักความหลังช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผมยังจดจำความสัมพันธ์ของคนสองชาติได้ดี แม้ปัจจุบันจะไปมาหาสู่กันได้ แต่ก็ไม่มีใครแต่งเพลงร้องจีบสาวเขมรอีกแล้ว

 ที่สำคัญ หลังจากปี 2518 บทเพลงรักข้ามพรมแดน ก็ถูกกลบลบหายไปด้วยเพลงใหม่ๆ ที่มาแรงกว่า อาทิ "ยอมตายที่ตาพระยา", "ห่มธงนอนตาย", "ใต้ถุนธรณี" และ "หนาวใจที่ชายแดน"

 โดยเฉพาะเพลง "ยอมตายที่ตาพระยา" คนแต่งมีแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ "ผู้พันประจักษ์" นำทัพลุยทหารเขมรอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

 เพลงรักนั้นสั้นนัก...แต่เพลงรบ กลับยาวกว่าหลายเท่า !

 แคน สาริกา