ข่าว

เวเนซุเอลากับโคลัมเบีย

เวเนซุเอลากับโคลัมเบีย

13 พ.ย. 2552

เมื่อ ซีโมน โบลิวาร์ นำกำลังเข้าสู้รบกับกองทหารสเปนเพื่อปลดปล่อยเวเนซุเอลาจากการเป็นอาณานิคม จนประสบความสำเร็จเมื่อปี ค.ศ.1821 นั้น เขาได้รวม เวเนซุเอลา กับ เกรนาดา เข้าเป็นสาธารณรัฐโคลัมเบียและมีความคิดที่จะรวบรวมดินแดนในอเมริกาใต้ที่พูดภาษาสเปนเข้าเป็น

 เวเนซุเอลากับโคลัมเบียแม้จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดมีพรมแดนติดต่อกัน แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่สู้จะราบรื่นนัก โดยเฉพาะหลังจากที่ ฮิวโก ชาเวซ อดีตหัวหน้าคณะปฏิวัติ และผู้นำขบวนการสาธารณรัฐที่ 5 มีชัยชนะในการเลือกตั้ง ปี 1998 ก็ได้ชูแนวคิดและอุดมการณ์ของซีโมน โบลิวาร์ โดยเฉพาะความเป็นเอกราชของชาติ และความเป็นเอกภาพของประเทศในลาตินอเมริกา ที่ปลอดจากอิทธิพลและการแทรกแซงจากภายนอก ชาเวซดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจตามแบบสังคมนิยม ทั้งการยึดกิจการบริษัทน้ำมันซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศ รวมทั้งกิจการเหมืองแร่ต่างๆ เป็นของรัฐ ปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินพร้อมๆ กับลดอิทธิพลของเศรษฐีที่ดิน ปรับปรุงระบบสวัสดิการสังคม รวมทั้งปรับปรุงระบบราชการที่ล่าช้า แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจรัฐสภา และเพิ่มอำนาจประธานาธิบดี 

 ผลงานของการเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกของชาเวซเข้าตาประชาชน ทำให้ชนะการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง ในปี 2006 และตั้งเป้าหมายจะเป็นประธานาธิบดี จนถึงปี 2050 หรือจนเขาอายุได้ 95 ปี

 ชาเวซเป็นนักต่อต้านจักรวรรดินิยม และเป็นศัตรูตัวฉกาจของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐ ถึงขนาดเคยผรุสวาทว่าบุชเป็นปีศาจในที่ประชุมสหประชาชาติมาแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ ชาเวซ ขุ่นเคืองสหรัฐมาก ก็คือการที่ทางการสหรัฐใช้โคลัมเบียเป็นปลายหอกที่จ่อคอหอยเวเนซุเอลา

 โคลัมเบียได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งการเรียกค่าไถ่และลักพาตัว เพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ทำให้เกิดกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ทั้งที่นิยมมาร์กซิสม์ และขวาจัด ที่ต่างหารายได้ด้วยการเรียกค่าไถ่และค้ายาเสพติด กลุ่มที่สำคัญคือกองกำลังปฏิวัติโคลัมเบีย (The Revolutionary Armed Force of Columbia หรือ FARC) ซึ่งตั้งมาตั้งแต่ปี 1964 และว่ากันว่าปัจจุบันได้รับความสนับสนุนจากเวเนซุเอลา เมื่อนายอันวาร์ อูลิเบ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีโคลัมเบีย สมัยแรกในปี ค.ศ.2002 เขาได้ทุ่มเทการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ อย่างจริงจัง โดยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐ

 ความสัมพันธ์ระหว่างโคลัมเบีย กับเวเนซุเอลาและเอกวาดอร์ซึ่งเดินตามแนวทางของชาเวซอยู่ในสภาพลุ่มๆ ดอนๆ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เมื่อโคลัมเบียกล่าวหาว่าเวเนซุเอลาให้น้ำเลี้ยงและดินแดนเป็นที่พักพิงของกองโจรก่อการร้าย ขณะที่อีกฝ่ายก็กล่าวหาว่าโคลัมเบียละเมิดพรมแดนเข้าไปปฏิบัติการทางทหารในประเทศของตน

 สถานการณ์ระหว่างโคลัมเบียกับเวเนซุเอลาทรุดหนักลงในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ เมื่อทหารของเวเนซุเอลาถูกสังหารที่จุดตรวจใกล้ชายแดนจังหวัดทาชา และเวเนซุเอลาสั่งปิดจุดข้ามแดน ภายหลังเหตุการณ์ที่นักฟุตบอลโคลัมเบีย 10 คน ที่ถูกลักพาตัวและยิงทิ้งที่ชายแดนในจังหวัดดังกล่าว ทำให้ประธานาธิบดีอูลิเบระงับบทบาทของ ชาเวซ ในการทำหน้าที่เป็นคนกลางเจรจาปัญหาการจับตัวประกันกับกลุ่มก่อการร้ายฝ่ายซ้ายโคลัมเบีย

 รัฐบาลเวเนซุเอลาได้เรียกเอกอัครราชทูตประจำโคลัมเบียกลับ และขู่ว่าจะยกเลิกข้อตกลงทุกอย่างที่เคยลงนามกับโคลัมเบีย ทั้งกล่าวหาว่าสหรัฐอยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด รวมทั้งการที่สหรัฐเช่าฐานทัพ 7 แห่งในโคลัมเบีย เป็นเวลา 10 ปี ก็เพื่อเตรียมที่จะใช้กำลังทหารบุกยึดบ่อน้ำมันของเวเนซุเอลา

 ล่าสุด ชาเวช ได้ออกคำสั่งให้กองทัพเวเนซุเอลาเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งทางทหารซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับโคลัมเบีย และส่งทหาร 1.5 หมื่นคนไปตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนโคลัมเบีย
 
 ครับ ก็หวังว่าสถานการณ์ไทย-กัมพูชา คงไม่ถึงขนาดเวเนซุเอลากับโคลัมเบีย หรอกนะครับ