
ราคาทองคำพุ่ง-หุ้นดิ่งสวนทางผู้ค้าทองชี้ราคายังทรงตัวสูง
ราคาทองคำโลกพุ่งทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง หนุนราคาทองคำแท่งในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นบาทละ 17,700 บาท ทองรูปพรรณทะลุ 18,000 บาท ด้านผู้ประกอบการค้าทองคำชี้ราคาระดับสูงถึงสิ้นปี แต่แนะควรระมัดระวังการลงทุน ขณะที่หุ้นไทยสวนทาง ดิ่ง 21 จุด เหตุจากปัจจัยการเมือง
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานกรรมการ บริษัทห้างขายทองจินฮั้วเฮ็ง และนายกสมาคมค้าทอง กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งที่ประมาณ 1,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ มีปัจจัยมาจากการที่นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงิน ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ปรับลดลง ทำให้นักลงทุนซื้อสินทรัพย์อย่างทอง เพื่อกระจายความเสี่ยง
"เรามองว่าแนวโน้มราคาทองจนถึงสิ้นปีนี้ โอกาสที่ราคาทองจะปรับตัวลดลงมีน้อย ซึ่งอาจจะเป็นการปรับฐานไม่มากนัก โดยยังมองว่าราคาทองยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนให้ระมัดระวังกับการลงทุน ซึ่งควรศึกษาให้ดีก่อน เพราะราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นมากแล้ว" นายจิตติกล่าว
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวราคาทองในประเทศ ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน มีการปรับเปลี่ยนถึง 3 ครั้ง โดยเมื่อช่วงเช้าปรับเพิ่มขึ้นมาจากวันก่อน 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งร้านค้าทองรับซื้อที่บาทละ 17,600 บาท ขายออก 17,700 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อ 17,343.04 บาท และขายออก 18,100 บาท ขณะที่ช่วงบ่ายปรับลดลง 2 ครั้ง รวม 100 บาท
ด้านนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานกรรมการบริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำภายในสิ้นปีนี้น่าจะอยู่ในกรอบ 1,150-1,170 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาในประเทศจะอยู่ที่บาทละ 18,000 บาท ภายใต้อัตราแลกเปลี่ยนที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำโลกจะขึ้นไม่ถึง 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะราคาทองที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เกิดจากความต้องการที่แท้จริง
โดยราคาทองที่ปรับขึ้นในช่วงนี้ เป็นเพราะเงินดอลลาร์อ่อนค่า ประกอบกับมีการเก็งกำไรจากที่คาดการณ์ว่าความต้องการทองคำจะมีเพิ่มขึ้น หลังจากอินเดียซื้อทองคำ รวมทั้งประเทศศรีลังกาก็เตรียมจะซื้อเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีแนวโน้มที่ว่าจีนจะหันมาซื้อทองคำเพื่อชดเชยทุนสำรองที่เกิดการขาดทุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม ราคาทองพร้อมที่จะปรับตัวลงได้ หากเศรษฐกิจสหรัฐมีความชัดเจนดีขึ้น
ด้านบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ดัชนีปิดการซื้อขาย 696.72 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของวัน ลดลง 21.18 จุด หรือ 2.95% โดยนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยร่วงแรงจากหลายปัจจัย ประกอบด้วยความสัมพันธ์ตึงเครียดจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมทั้งนักลงทุนอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าทางเอ็มเอสซีไอ ปรับลดการลงทุนหุ้นไทย ซึ่งในความเป็นจริงเพียงปรับเปลี่ยนสัดส่วนหลักทรัพย์ในการคำนวณน้ำหนักการลงทุนในบางบริษัท
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า จากการที่ ก.ล.ต.ขอข้อมูลเกี่ยวกับข่าวลือการทุบหุ้น จากโบรกเกอร์ 2 แห่ง ซึ่งได้ส่งข้อมูลเบื้องต้นให้ ก.ล.ต. ทำการวิเคราะห์แล้ว โดย ก.ล.ต.จะต้องเจาะลึกเพิ่มเติมอีก ดังนั้น จึงได้ขอให้โบรกเกอร์ทั้ง 2 แห่ง ส่งบัญชีลูกค้าที่มีการซื้อขายสูงสุดใน 10 อันดับแรก มายัง ก.ล.ต.เพิ่มเติม รวมแล้วเป็น 20 บัญชี คาดว่าจะได้รับข้อมูลเร็วๆ นี้ เพื่อทำการวิเคราะห์ต่อไป



