
ช้างพลายสุรินทร์ตกมันเหยีบชายนิรนามร่างเละ
พลายปุ้มปุ้ยกำลังตกมัน ชายนิรนามสติเพี้ยนเข้าใกล้ใช้งวงฉีกร่างแหลกเหลว ควาญช้างเห็น ใช้งวงจับขา-แขนยกขึ้นไป-มาแทบช็อค นายอำเภอชุมพลบุรี ทราบเรื่องรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งห้ามควาญช้างนำพลายปุ้มปุ้ยเข้าร่วมงานแสดงช้างโดยเด็ดขาด รวมช้าง300เชือก โชว์งา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 พ.ต.ท.ทศพล เหลือกล้า สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ชุมพลบุรี ได้รับแจ้งเหตุ ว่าที่ทุ่งนาบ้านกระเบื้องน้อย ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ มีคนถูกช้างเหยียบตายกลางทุ่งนา ใกล้กับวัดบ้านกระเบื้องน้อย จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งรุดมายังที่เกิดเหตุ พร้อมกับแพทย์ประจำ รพ.ชุมพลบุรี
ในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้านกระเบื้องน้อย ใกล้รั้ววัดบ้านกระเบื้องน้อย พบช้างพลายปุ้มปุย อายุ 13 ปี ถูกล่ามโซ่ ไว้กลางทุ่งนา ใกล้กับที่พบศพคนถูกช้างเหยียบ และได้พบควาญช้างชื่อ นายฉลอง วงศ์คำหาญ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 2 บ้านกระเบื้องน้อย ต.กระเบื้อง อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยบรรดาญาติพี่น้อง ช่วยกันเก็บเศษร่างกายของศพผู้เสียชีวิตใส่ถุงปุ๋ย เพื่อนำไปฌาปณกิจ ที่วัดบ้านกระเบื้องน้อย
นายฉลอง ควาญช้าง ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อเวลา 06.00 น.วันนี้ ตนได้เดินมายังที่ล่ามโซ่ช้างไว้ ใกล้กับวัดบ้านกระเบื้องน้อย ขณะที่ตนเองกำลังเดินทางเข้าไปใกล้พลายปุ้มปุย ก็ตกใจแทบช็อค เพราะพลายปุ้มปุย ได้ใช้งวงของตนเอง หยิบเอาขาของผู้ตายยกส่ายไปมา ซึ่งตนยังไม่กล้าเข้าใกล้พลายปุ้มปุย จึงได้ไปตามญาติๆ ในหมู่บ้าน มาช่วยกันระงับอารมณ์พลายปุ้มปุย และช่วยกันเก็บเอาเศษเนื้อของผู้ตายใส่ถุง
ส่วนสาเหตุ คาดว่าน่าจะมาจากการที่ผู้ตายน่าจะมาหยอกล้อเล่นกับพลายปุ้มปุ้ย ซึ่งช่วงนี้พลายปุ้มปุ้ยตกมันมาได้ 3 วัน กำลังกลัดมัน และดุมาก คนอื่นๆ เข้าใกล้ไม่ได้เลย นอกจากควาญช้าง ซึ่งเข้าใจว่าผู้ตายเข้ามาใกล้ช้างมาก ช้างจึงใช้งวงดึงร่างของผู้ตายเข้าไป และใช้งายาวประมาณ 80 เชนติเมตร แทงเข้าตามร่างกาย และใช้เท้าเหยียบ ใช้งวงฉีกร่างกายออกเป็นชิ้นๆ ซึ่งชิ้นเนื้อที่พบเป็นส่วนท่อนล่างของร่างกาย ส่วนบน ซึ่งได้แก่ ใบหน้า อก ศรีษะไม่พบ เหลือเพียง แขน และเศษผมเท่านั้น นอกจากนี้ยังเศษเนื้อถูกช้างเหยียบจมโคลนดิน
สำหรับศพผู้ตาย ควาญช้าง และคนในหมู่ ตลอดทั้งหลวงพ่อพรหมมา จันทสาโร เจ้าอาวาสวัดบ้าน กระเบื้องน้อย บอกว่า เป็นชายนิรนาม อายุประมาณ 46-47 ปี สติไม่สมประกอบ รูปร่างสูงขาว ผอม ผมมัดเป็นก้อน ไม่ได้ตัดผมมานาน รองเท้าไม่ใส่
โดยหลวงพ่อพรหมมา บอกว่า ชายนิรนามที่เสียชีวิตมาอาศัย อยู่ที่วัด ได้ประมาณ 5 วัน ทางวัดให้กินข้าว ให้ที่พักหลับนอนภายในวัด พอถามว่าชื่ออะไร ก็ไม่บอก ชอบเดินเข้าออกหมู่บ้านอยู่เป็นประจำ วันหนึ่งๆ เดินเข้า ออกในหมู่บ้านไม่รู้กี่เที่ยว แต่ไม่พูดกับใคร ไปที่ไหน ร้านค้าไหนในหมู่บ้าน ชาวบ้านก็จะสงสารให้อาหารกินทุกวัน มาอยู่ใหม่ๆ เสื้อผ้าขาด ชาวบ้านก็ให้เสื้อผ้าให้ใส่
ส่วนสาเหตุที่ถูกช้างเหยียบฉีกร่างกาย เสียชีวิตอนาถ เข้าใจว่า เข้าไปอยู่ใกล้ช้างมากเกินไป โดยไม่ทราบว่าช้างกำลังตกมันและอยู่ในอาการดุมาก อาจเป็นสาเหตุให้ช้างใช้งวง ดึงเอาร่างกายไปเหยียบจนกระทั่งเสียชีวิตดังกล่าว
ต่อมา นายนครินทร์ กองทุน นายอำเภอชุมพลบุรี ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากเจ้าอาวาสวัดบ้านกระเบื้องน้อยพร้อมกับได้มอบเงิน จำนวน 1,000 บาท ร่วมกับเงินของชาวบ้านที่ได้บริจาคเงินคนละเล็กละน้อยในการทำบุญ ฌาปณกิจศพชายนิรนาม ที่ถูกช้างเหยียบตาย
นายนครินทร์ กล่าวว่า ชายนิรนามคนดังกล่าวตนเองก็เคยเห็นเดินตามถนนสายชุมพลบุรี อยู่เป็นประจำ เมื่อสอบถามจากผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร มาจากไหน ชื่ออะไรก็ไม่ทราบ
สำหรับศพชายนิรนามคนดังกล่าว ชาวบ้านก็จะนิมนต์พระสงฆ์ทำบุญฌาปณกิจศพในวันนี้เลย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาตรวจสอบ และลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ตำรวจอนุญาตให้ชาวบ้านฌาปณกิจศพ ได้ เพราะศพอยู่ในสภาพแหลกเหลวมาก ส่วนช้างพลายปุ้มปุย ซึ่งอยู่ในช่วงตกมัน ทางอำเภอชุมพลบุรี ก็จะไม่อนุญาต ให้นำช้าง เข้าไปร่วมงานกาชาดและงานแสดงของช้าง จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 14-25 พ.ย.นี้ ที่สนามแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ โดยเด็ดขาด เพราะเกรงว่าจะเป็นอันตรายของผู้ร่วมชมการแสดงของช้างได้
รวมช้าง300เชือก โชว์งานช้างสุรินทร์
นายสัตวแพทย์อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ประจำสำนักพระราชวัง กล่าวว่า หลังจากที่จังหวัดสุรินทร์เตรียมจัดงานช้าง ระหว่างวันที่ 17-22 พ.ย. โดยจะมีการรวมช้างกว่า 300 เชือก ซึ่งถือว่ามากกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา ทำให้เป็นที่จับตามองถึงการดูแลช้างที่จะมาอยู่รวมกันจำนวนมาก ทางจังหวัดจึงได้ประสานขอความร่วมมือจากทีมสัตวแพทย์ ให้เข้ามาดูแลสุขภาพช้าง ซึ่งจะใช้ทีมสัตวแพทย์ประมาณ 10 กว่าคน เพื่อเข้ามาช่วยตรวจโรคของช้างอย่างละเอียด เบื้องต้น จะมีการแยกเพศผู้และเพศเมียออกกจากกันก่อน และช้างทุกตัวที่มาจะมีควานช้างมาคอยดูแลทุกตัว ส่วนการดูแลรักษาร่างกายของช้างจะมีการฉีดยาบำรุงสุขภาพ หากตัวไหนที่มีอาการจะตกมันทางสัตวแพทย์จะมีการเฝ้าดูอาการเพื่อเตรียมให้ยาสลบระงับอาการ
นายสัตวแพทย์อลงกรณ์ กล่าวว่า มีการให้ยารักษาโรคที่น่าเป็นห่วงและเฝ้าระวังพิเศษอย่างโรคลำไส้เพราะเมื่อช้างเป็นโรคนี้จะติดต่อกันเร็วมากในช้าง ส่วนเหาก็เป็นโรคหนึ่งที่เกิดขึ้นกับช้างแม้จะเป็นโรคที่ไม่รุนแรงแต่ก็สร้างความหงุดหงิดให้ช้างได้ ลักษณะอาการจะคัน เหาจะอาศัยอยู่ตามรูขุมขนของช้าง โดยเฉพาะที่หางของช้าง เหาสามารถติดต่อได้กันเฉพาะช้างเท่านั้น
นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางเทศบาลจะเข้ามาช่วยเก็บมูลช้างเหล่านี้ไปทำปุ๋ย ส่วนเยี่ยวจะใช้น้ำฉีดล้างทำความสะอาด จึงไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นหรือความสกปรก อีกทั้งยังมีพื้นที่กว่า 1000 ไร่ ที่สามารถรองรับช้างกว่า 300 เชือกได้ ดังนั้นจึงสามารถการันตีเรื่องความปลอดภัยของผู้ชมซึ่งอาจจะกังวลเรื่องโรคติดต่อของช้าง เพราะจะแยกคนให้ขึ้นไปอยู่บนอัตถจรรย์เพื่อความปลอดภัยของประชาชน แม้ช้างที่แสดงจะแสนรู้และมีการดูแลควบคุมโดยควานช้างที่มาด้วยก็ตาม
เตือนปางช้างและผู้ดูแลระวังการให้อาหารช้างฤดูหนาว
นายสัตว์แพทย์ปรีชา พวงคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้าง จังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางโรงพยาบาลช้าง ได้เตรียมพร้อมในการดูแลช้างเจ็บป่วยที่อยู่ในความดูแล จำนวน 12 เชือก เนื่องจากได้เข้าสู่ช่วงฤดูหนาว เนื่องจากช้างน้อยและช้างแก่ อาจจะได้รับผลกระทบจากความหนาวเย็นและทำให้ช้างเกิดเจ็บป่วย ด้วยอาการปอดบวมได้ ซึ่งทางโรงพยาบาลช้าง จะต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ การป้องกันไม่ให้ช้าง ได้รับผลกระทบจากความหนาวเย็น ซึ่งหากมีอากาศหนาว ก็จะมีการนำผ้าใบมาล้อมรอบบริเวณโรงเรือนพยาบาลช้าง โดยเฉพาะช้างน้อยพังน้ำฝน เพศเมีย อายุกว่า 4 เดือน ที่แม่ช้างไม่ยอมรับให้กินนม และยังป่วยเป็นโรคระบบการย่อยอาหาร ซึ่งจะต้องกินนมชนิดพิเศษ เพื่อรักษา ต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ จะต้องก่อกองไฟให้ช้างเชือกอื่นอีกด้วย เพื่อคลายความหนาวเย็น ในช่วงฤดูหนาว นี้ และทางโรงพยาบาลช้างของมูลนิธิเพื่อนช้างจังหวัดลำปาง ยังประกาศเตือนไปยังปางช้าง และผู้ดูแลช้าง ให้คอยระมัดระวังการให้อาหารช้าง โดเยเฉพาะหญ้า ที่เริ่มแก่ และหากนำมาให้ช้างกินมากๆ จะทำให้ช้างเกิดอาการท้องอืด และเสี่ยงต่อช้างล้มเฉียบพลันได้



