ข่าว

ออมสินยืนกรานคิดดอกเบี้ย9%ต่อปีแก้หนี้นอกระบบ

ออมสินยืนกรานคิดดอกเบี้ย9%ต่อปีแก้หนี้นอกระบบ

12 พ.ย. 2552

ออมสินยืนกรานช่วยลูกหนี้นอกระบบต้องใช้เกณฑ์ของธนาคารเองคิดดอกเบี้ยสูงสุด 0.75% ต่อเดือนหรือ 9% ต่อปี สำหรับวงเงิน 3 หมื่น-2 แสนบาท หากต่ำกว่า 3 หมื่นคิดแค่ 0.50% ผ่อนนาน 3-5 ปี ระบุฐานลูกหนี้ต่างกับเกษตรกรที่ต้องให้ผ่อนนานคิดดอกเบี้ยต่ำกว่า

 นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินโครงการช่วยเหลือหนี้นอกระบบตามนโยบายรัฐบาลว่า ธนาคารยืนยันที่จะใช้เงื่อนไขดอกเบี้ยที่ 0.75% ต่อเดือน สำหรับเงินกู้ 3 หมื่น-2 แสนบาท และที่ 0.50% ต่อเดือน สำหรับเงินกู้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท โดยให้ผ่อนชำระได้ 3-5 ปี แล้วแต่วงเงินกู้ พร้อมทั้งจะขอแยกบัญชีการช่วยเหลือทางสังคม (พีเอสเอ) ออกจากบัญชีการดำเนินงานปกติของธนาคาร ที่สำคัญต้องไม่เป็นหนี้ที่เกิดจากอบายมุขทุกประเภทด้วย

 "แม้ว่าขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณากำหนดเงื่อนไขของผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการอยู่และต้องการให้เป็นหลักเกณฑ์เดียวกันทั้งหมด แต่ธนาคารออมสินยืนยันเงื่อนไขดังกล่าวไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่าลูกค้าของแต่ละธนาคารมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป โดยลูกหนี้นอกระบบที่เป็นเกษตรกรนั้น เหมาะสมที่จะให้ดอกเบี้ยต่ำและผ่อนนานตามฤดูกาลของสินค้าเกษตรนั้นๆ ซึ่งไม่เหมือนกับผู้ที่ทำธุรกิจค้าขายเช่นลูกค้าที่เป็นพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยทั่วไปของออมสินที่จะกู้เฉลี่ยรายละ 3 หมื่นบาท จึงเห็นว่าคิดดอกเบี้ยเท่ากับอัตราปกติของธนาคารประชาชน 0.50% เหมาะสมแล้ว” นายเลอศักดิ์ กล่าว

 ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่เปิดให้ลงทะเบียนนั้น ออมสินพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาร่วมเปิดรับสมัครที่สาขาของออมสินด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทั้งที่เป็นเกษตรกรและไม่ใช่เกษตรกร เพราะท้ายที่สุดต้องมีคณะกรรมการคัดแยกประเภทหนี้ แล้วนำส่งให้แต่ละธนาคารที่เกี่ยวข้องอยู่ดี

 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ธ.ก.ส.ระบุว่าจะคิดดอกเบี้ยลูกหนี้เกษตรกรที่เข้าโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพียงปีละ 6.75% ผ่อนชำระนาน 10 ปี

 นายเลอศักดิ์ยังกล่าวถึงผลการจำหน่ายสลากออมสินพิเศษ 5 ปีว่า ขณะนี้มียอดเงินซื้อเข้ามาเฉลี่ยวันละ 2,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากประชาชนสูงเกินคาด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะให้ดอกเบี้ยและผลตอบแทนสูง 5 ปี 7.5% หรือเฉลี่ยปีละ 1.5% โดยยังไม่รวมกับการแจกรถเบนซ์ ทั้งนี้คาดว่ายอดเงินฝากสลากพิเศษจะทะลุมากกว่า 1 แสนล้านบาท จากเป้าหมายที่วางไว้ 7.5 หมื่นล้านบาท

 “ดอกเบี้ยที่ให้นั้นไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ อีกทั้งมองว่าอนาคตดอกเบี้ยเงินฝากจะปรับเพิ่มขึ้นอีก จึงให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดไว้อย่างเหมาะสม โดยมองว่าในส่วนของดอกเบี้ยอาร์พีนั้นจะทยอยปรับขึ้นไตรมาสละ 0.25% ตั้งแต่ปลายไตรมาสแรกของปีหน้าและทั้งปีขึ้นสูงสุดที่ 1%”นายเลอศักดิ์ กล่าว