ข่าว

ธ.ก.ส.เดินหน้าขยายฐานเงินฝาก-เร่งเปิดสาขา

ธ.ก.ส.เดินหน้าขยายฐานเงินฝาก-เร่งเปิดสาขา

12 พ.ย. 2552

ธ.ก.ส.สำนักงานเชียงใหม่ เร่งขยายฐานเงินฝากเพิ่ม เดินหน้าเปิดสาขาในเชียงใหม่เพิ่มตั้งเป้าถึงสิ้นปี 52 ทะลุ 37 สาขา เผย เอ็นพีแอลมีสัดส่วนกว่า 19% ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวสวนลำไย หลังผลผลิตล้นตลาดราคาดิ่งเหว แถมมีการปรับระบบคำนวณใหม่ แต่มั่นใจปีหน้าเอ็นพีแอล

นายศักดิ์ชัย  คำเรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า  ยอดเงินฝากของ ธ.ก.ส.สำนักงานจ.เชียงใหม่ จนถึงล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.นี้ มีทั้งสิ้น 14,200 ล้านบาท ส่วนยอดสินเชื่อที่ปล่อยกู้มี 16,000 ล้านบาท ธ.ก.ส.มีเป้าหมายขยายยอดเงินฝากเพื่อให้มีตัวเลขใกล้เคียงกับยอดสินเชื่อที่ปล่อยไป โดยจะเร่งขยายสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง คือ สาขาในอ.สะเมิง ซึ่งจะดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าวรวมถึงอ.กัลยานิวัฒนา ซึ่งเป็นอำเภอที่จัดตั้งขึ้นใหม่ของจ.เชียงใหม่

 นอกจากนี้จะเปิดสาขาย่อยเพิ่มที่บ้านแม่สูน อ.ฝาง และจะพิจารณาเปิดเพิ่มให้ครบ 37 สาขา ภายในปี 2552 นี้ จากเดิม ธ.ก.ส.มีสาขาอยู่ในจ.เชียงใหม่ทั้งหมด  33 สาขา แบ่งเป็นสาขาหลัก 19 สาขา และสาขาย่อยอีก 14 สาขา

 ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล ณ ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 19% เมื่อเทียบกับปีบัญชีที่ผานมา (1 เม.ย.2551 - 31 มี.ค.2552) มีสัดส่วนเท่ากัน  ทั้งนี้ตัวเลขเอ็นพีแอลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจาก ธ.ก.ส.มีการปรับระบบใหม่ทำให้การคำนวณเอ็นพีแอลมีการปรับเกณฑ์ หากลูกค้าค้างชำระจะทำให้ยอดสินเชื่อทั้งหมดถูกจัดอยู่ในกลุ่มเอ็นพีแอล แต่จริงๆแล้วยอดเอ็นพีแอลถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ไม่สูงมากนัก

 นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า   ลูกค้าที่มีปัญหาเอ็นพีแอลส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลำไย และไม้ผลทั่วไปซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าเงินกู้ระยะยาว เพราะฤดูกาลผลิตในปีที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาดจึงมีปัญหาเรื่องราคาให้มีรายได้ลดลงจนกระทบกับความสามารถในการชำระหนี้  แต่ทั้งนี้คาดว่าในรอบปีบัญชีนี้เอ็นพีแอลมีแนวโน้มลดลง  เพราะรัฐบาลได้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรโดยเข้ามาประกันราคาผลผลิต ซึ่งจะทำให้ผลผลิตมีราคาสูงขึ้นเกษตรกรจะได้รับอานิสงส์จากโครงการดังกล่าว