
เกษตรกรคนเก่ง - สู้วิกฤติด้วยเกษตรอินทรีย์ ทางปลดหนี้ "สุริยา แก้วสาร"
ก่อนวิกฤติปี 2540 เป็นยุคที่เศรษฐกิจของประเทศไทยเฟื่องฟู ภาคธุรกิจเกือบทุกภาคส่วนมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงธุรกิจก่อสร้างของ "สุริยา แก้วสาร" ชาวบ้านไผ่ ต.ไผ่ อ.ทรายมูล จ.ยโสธร ซึ่งมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง
สุริยา บอกว่า หลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่ดินที่มีอยู่หลายสิบไร่ก็ถูกยึดไป เหลือเพียงแค่ 3 ไร่ ขณะเดียวกันก็เริ่มป่วยด้วยโรครุมเร้า ทั้งโรคเกาต์ เบาหวาน ความดัน ไมเกรน เพราะเครียดกับภาวะหนี้สินที่พอกพูน ต่อมาในปี 2545-2546 มีโอกาสพูดคุยกับพ่อวิจิตร บุญสูง ปราชญ์ชาวบ้านที่ทำทางด้านเกษตรอินทรีย์ และประธานมูลนิธิธรรมะร่วมใจ ในการทำเกษตรอินทรีย์ ด้วยการพลิกผืนนาที่มีอยู่ ทำการปลูกข้าวและพืชผัก เมื่อพออยู่พอกินก็ส่งขายที่ตลาดนัดของ ต.ไผ่ ก็ทำให้ชีวิตเริ่มดีขึ้น จนทุกวันนี้ไม่ได้ดิ้นรนออกไปขายตามตลาด เพราะมีแม่ค้าเข้ามารับซื้อถึงแปลง
ภายหลังจากที่หันมายึดอาชีพการทำเกษตรแบบอินทรีย์ ทำให้ในแต่ละวัน เขามีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันที่ดินที่เคยมีอยู่เพียงแค่ 3 ไร่ แต่ขณะนี้มีที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 14 ไร่ ส่วนหนี้สินนับล้านก็ถูกปลดเปลื้องไปหมดแล้ว
นอกจากประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์แล้ว สุริยา ยังได้ร่วมเป็นคณะกรรมการ จัดตั้ง "กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการเกษตรบ้านไผ่" ต.ไผ่ อ.ทรายมูล โดยให้สมาชิกในกลุ่มนำเงินมาออมทุกเดือน เพื่อนำเงินที่ได้ไปหมุนเวียนให้เกิดกลุ่มอาชีพต่างๆ ขณะนี้มีเงินหมุนเวียนในกลุ่มออมทรัพย์นับล้านบาท ถือเป็นกลุ่มออมทรัพย์ที่มีความเข้มแข็งมาก
แม้ สุริยา จะประสบปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ แต่ด้วยความไม่ย่อท้อ หันมายึดอาชีพเกษตรกรรมจนมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว อีกทั้งสามารถปลดเปลื้องหนี้สินได้ทั้งหมด ถือเป็นเกษตรกรที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ประชาชนในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
มยุรี อัครบาล



