ข่าว

สภาฯองค์ประชุมไม่ครบเริ่มได้เกือบเที่ยง

สภาฯองค์ประชุมไม่ครบเริ่มได้เกือบเที่ยง

12 พ.ย. 2552

สภาฯสะดุด 1 ชม. องค์ประชุมไม่ครบ ”ชัย”ฉุน ขู่เลื่อนกว่าจะเปิดประชุมได้เกือบเที่ยง

(12พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมร่วมของรัฐสภาวันที่สาม วันนี้ เวลา 09.30 น. เมื่อถึงเวลาเปิดประชุม แต่เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบมีเพียง 244 คน ทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ที่แม้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ เตรียมทำหน้าที่ประธานประชุมแล้ว แต่นายชัยบอกสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมว่า สมาชิกยังมาไม่ครบองค์ประชุม ดังนั้นยังไม่เปิดประชุมและของดการหารือ เนื่องจากการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน มีสมาชิกรัฐสภาบางส่วนทักท้วงเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ จึงไม่สามารถเปิดประชุมได้ ตนจึงของดการหารือ
 
 จากนั้นนายชัยได้นั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยนานประมาณ 5 นาที ขณะที่บรรยากาศในห้องประชุมสภาตกอยู่ในความเงียบมาก มีเพียงภาพวงจรปิดที่ถ่ายไปยังบัลลังก์ประธานที่นายชัยนั่งอยู่ ทำให้ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย พยายามจะลุกขึ้นขอหารือโดยอ้างว่า การที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยทักท้วงเรื่องการเปิดประชุมไม่ได้เพราะไม่ครบองค์ประชุมนั้นเป็นการพูดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกี่ยวกับการประชุมร่วมของรัฐสภา แต่นายชัยชี้แจงว่า ยังไม่เปิดประชุม ยังไม่อนุญาตให้หารือ ทำให้ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นขอให้ประธานไปนั่งพักผ่อนในห้องทำงานก่อน เมื่อองค์ประชุมครบแล้วตนจะวิ่งไปตาม แต่นายชัยได้ชี้แจงว่า "ผมแข็งแรงครับ นั่งได้" อย่างไรก็ตามกระทั่งเวลา 10.00 น. องค์ประชุมในห้องประชุมมีอยู่เพียง 245 คน ทำให้นายชัยกล่าวว่า ขอเลื่อนการประชุมไปเป็นเวลา 11.00 น. หากองค์ประชุมยังไม่ครบอีก ตนจะขอเลื่อนการประชุมไปเป็นวันที่ 13 พฤศจิกายน
 
 ต่อมาเวลา 11.05 น. นายชัยได้กลับขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ประธานทำหน้าที่ประธานการประชุมอีกครั้ง โดยได้สำรวจองค์ประชุมทันที ซึ่งมีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมจำนวน 355 คน ถือว่าครบองค์ประชุม นายชัยจึงได้ดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้น นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายทวงถามกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ที่มีนายสมศักดิ์ บุญทอง เป็นประธานคณะกรรมการ เสนอรายงานผลการดำเนินการแล้ว แต่สภายังไม่ได้นำมาพิจารณา ซึ่งนายชัยชี้แจงว่า ตนได้รับรายงานดังกล่าวและเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว รอการประสานงานกลับจากนายกรัฐมนตรี แล้วจะนัดประชุมร่วมกันของรัฐสภาอีกครั้ง

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาวาระที่ครม.เสนอ 3 เรื่อง คือ พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ภายใต้พิธีสารระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐเปรู เพื่อเร่งการเปิดเสรีทางการค้าและอำนวยความสะดวกทางการค้า และหนังสือแลกเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ , ท่าทีและกรอบการเจรจาของประเทศไทยสำหรับการเจรจาในการประชุมรัฐภาคี อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Conference of the Parties : COP ) ณ กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในกรอบอาเซียนเกี่ยวกับแผนการส่งเสริมสินค้าเกษตรและป่าไม้