
ปธ.วิปยันประชุมร่วมดันกม.สำคัญเข้าสภา
ปธ.วิป เผย ประชุมร่วมเร่งดันกฎหมายสำคัญเข้าสภาเพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าทำข้อตกลงกับตปท.ได้ย้ำไม่ซ้ำรอยองค์ประชุมไม่ครบ เพราะใช้วิธีดับเบิ้ลเช็คยันสว.ให้ความร่วมมือดี แฉทักษิณ" ใช้เขมรเป็นฐานดิสเครดิต รัฐบาล-นายกฯและส่งท่อนำเลี้ยงให้ลิ่วล้อ หวังก
(12พ.ย.) นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ว่า การเปิดประชุมวันที่ 12 พ.ย.จะมีการเสนอกฎหมายพิจารณาใหม่ทั้งหมด 14 ฉบับ แต่มีความสำคัญอยู่ 3 ฉบับ คือ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับแผนการฉุกเฉินสินค้าเกษตร 2.เรื่องภายใต้ของพิธีศาลระหว่างประเทศเปรูและประเทศไทย และจะเลื่อนท่าทีกรอบเจรจาของประเทศไทย สำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 3. กรอบในการเจรจาต่าง ๆ ตลอดถึงร่างสัญญาเงินกู้ธนาคารโลกและธนาคารแห่งเอเชีย ซึ่งวันนี้ขอเลื่อนขึ้นมาทั้งหมด เพื่อพิจารณาตามลำดับต่อไป และหวังว่าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาจะให้ความร่วมมือในการยันทึกความเข้าใจกรอบข้อตกลงต่าง ๆ เพื่อให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าไปทำความตกลงกับต่างประเทศได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายเกรงว่าการประชุมวันนี้จะไปซ้ำรอยการประชุมร่วมที่ผ่านมา ในเรื่องขององค์ประชุม ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า วันนี้เชื่อว่าคงไม่มีปัญหา เราได้พยายามทำความเข้าใจว่า ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา แต่ละฝ่ายก็ห่วงใยว่าอย่าเอาประเด็นของเกมทางการเมืองเข้ามา และจากการประชุมของวิปรัฐบาลเมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ย้ำว่าขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ เพื่อองค์ประชุมมีความพร้อมเพรียงและใช้มาตรการเดียวกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร คือดับเบิ้ลเช็ค ในการตรวจสอบองค์ประชุมและแสดงความพร้อมเพรียงและไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลไปตอบโต้ในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ในการอภิปราย และจะทำให้การอภิปรายในครั้งนี้เป็นไปในทางที่ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมที่ผ่านมาดูเหมือนว่าส.ว.ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เกรงว่าจะมีปัญหากันหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ส.ว.ให้ความร่วมมือดี ทุกญัตติที่ผ่านมาก็ลงคะแนนให้ร้อยกว่าขึ้นไป ซึ่งอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าน่าพอใจ และอยากเรียว่าในวันที่ผ่านมาที่มีปัญหา เพราะเป็นกรณีของกรรมาธิการชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งฝ่ายค้านพยายามเอาเรื่องดังกล่าว มาเป็นประเด็นแก้ตัวทางการเมืองให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ว่า การที่ฝ่ายค้านแสดงจุดยืนเช่นนี้ โดยไม่แยกแยะในทางการเมืองให้ชัดเจนว่า ในส่วนใดที่เป็นผลประโยชน์ประเทศชาติ ส่วนใดเป็นผลประโยชน์ของพ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนั้น มีการตั้งข้อสังเกตในที่ประชุมวิปรัฐบาลว่า ทำไมพ.ต.ท.ทักษิณ จึงได้มาใช้ประเทศกัมพูชาในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
จากการตั้งข้อตั้งสังเกตคือ 1. ครอบครัวชินวัตรมีผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจกับประเทศกัมพูชาค่อนข้างมาก 2. ผู้นำประเทศกัมพูชาได้รับข้อมูลที่บิดเบือน และพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประโยชน์จากการที่ใช้เงื่อนไขทางการเมืองในกัมพูชามาดิสเครดิตต่อรัฐบาลไทยและนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นการก้าวก่ายกิจการภายใน เพราะกรณีการให้สัมภาษณ์ของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่เคารพในกระบวนการยุติธรรมของไทย
3.ที่น่าเป็นห่วงคือพรรคเพื่อไทยมีความพยายามที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ดังนั้นหากพ.ต.ท.ทักษิณ สามารถใช้กัมพูชาเป็นฐานได้ ก็จะเป็นช่องทางในการการส่งท่อนำเลี้ยงเข้ามา เพราะในประเทศกัมพูชามีบ่อนการพนัน และมีธุรกิจของครอบครัวพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ จึงอยากให้ฝ่ายรัฐบาลติดตามอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องการเห็นการอ้างสนับสนุนพรรคต่อพรรค เพื่อดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนของรัฐบาลบางส่วนไม่ต้องการให้มีการยกเลิกเอ็มโอยู นายชินวรณ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะมีความชัดเจน เนื่อจากมีมติวิปเบื้องต้นก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาที่ประเทศกัมพูชา โดยให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชึ้นมาได้ศึกษาอบ่างรอบคอบ แต่ฝ่ายค้านได้มีการเสนอไม่เห็นชอบในการตั้งคณะกรรมาธิการ เราเห็นว่าเสียงข้างมากของสภาได้แสดงท่าทีถูกต้อง โดยสนับสนุนรัฐบาล ในการส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐสภาไม่เห็นด้วย ในการทำเอ็มโอยู ส่วนกรณียกเลิกเอ็มโอยู ปี 2544 นั้น ถ้าครม.ส่งเรื่องดังกล่าวมาให้รัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่จะสนับสนุนรัฐบาลเช่นเดียวกัน



