
เล่าเรื่องเมืองไทยผ่าน"คลอนิเคิล ออฟ ไทยแลนด์"
ในปี พ.ศ. 2508 สาวไทยคนแรกขึ้นแท่นเป็นผู้หญิงสวยที่สุดในโลก หรือ สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกรุ่นเฟเธอร์เวท คว้าชัยในสังเวียนผ้าใบจนได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรกให้ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2539 และแม้แต่อดีตราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ เคยโด่
หากถึงวันนี้บางเหตุการณ์ถูกหลงลืมไปอย่างหน้าเสียดาย และเมื่อตระหนักถึงความสำคัญต่อข้อมูลทรงคุณค่าที่กำลังจะสูญหายตกหล่นไป สำนักพิมพ์ เอดิชั่นส์ ดิดิเอร์มิลเลต์ (Editions Didier Millet) โดย มร.ดิดิเอร์ มิลเลต์ ผนึกกำลังกับ โพสต์ พับลิชชิ่ง ภายใต้การนำของ ศุภกรณ์ เวชชาชีวะ ในการช่วยกันรวบรวมและประมวลเหตุการณ์สำคัญของประเทศไทยผ่านรายงานข่าวตั้งแต่ช่วงเวลาปี พ.ศ. 2489-2552 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 63 ปี มาจัดเก็บในรูปแบบของหนังสือโดยใช้ชื่อว่า "ครอนิเคิล ออฟ ไทยแลนด์ (Chronicle of Thailand)" ภายใต้การดูแลแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิด อาทิ ดร.วิษณุ เครืองาม และ รศ.ธงทอง จันทรางศุ เป็นต้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทย และได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือไปเมื่อวันก่อนที่ โรงแรมโฟร์ซีซั่น
ศุภกรณ์ เวชชาชีวะ เล่าถึงหนังสือเล่มดังกล่าวนี้ว่า เป็นการนำเสนอเหตุการณ์เด่นของประเทศไทยในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ด้วยภาพถ่าย ภาพประกอบ และการ์ตูนการเมือง ซึ่งได้นำทั้งข้อมูลภาพและข่าวมาจากหลายๆ สำนักด้วยกันตั้งแต่ บางกอกโพสต์ ไทม์แม็กกาซีน สยามรัฐ เดอะเนชั่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ ฯลฯ ในส่วนของเนื้อหาก็จะมีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจ การเมือง บุคคล และเหตุการณ์ต่างๆ ที่น่าสนใจ เพื่อให้เกิดความหลากหลาย
ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษากองบรรณาธิการ ดร.วิษณุ เครืองาม กล่าวถึง "ครอนิเคิล ออฟ ไทยแลนด์" ว่าหากจะให้เปรียบเทียบก็เหมือนกับ "จดหมายเหตุประเทศไทย" เนื่องจากเนื้อหาในหนังสือบอกเล่าเรื่องราวในอดีตอย่างตรงไปตรงมา ผ่านภาษาอังกฤษที่อ่านง่ายในสไตล์ภาษาข่าว ซึ่งผู้อ่านสามารถตีความเหตุการณ์ได้ด้วยตัวเอง
"หนังสือนำเสนอเรื่องราวที่เผยประเด็นพร้อมภาพที่น่าตื่นเต้นและประทับใจ อาทิ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สงครามเวียดนาม เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ชัยชนะของนักกีฬาไทย ข่าวอาภัสรา ข่าวล้อต๊อก นักร้อง ดารา จำนวน 2,300 ชิ้น และภาพถ่าย ภาพประกอบ การ์ตูนการเมือง อีกจำนวน 1,800 ภาพ ในรูปเล่มสวยงามขนาด 444 หน้า" ดร.วิษณุ กล่าว
ทางด้าน รศ.ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ และหนึ่งในคณะที่ปรึกษากองบรรณาธิการ กล่าวว่าการรวบรวมเรื่องราวของประเทศและนำเสนอในแต่ละปี ทำให้เห็นภาพเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญๆ ควบคู่ไปกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม หรือกีฬา ผู้อ่านจึงเข้าใจบรรยากาศในช่วงเวลานั้นๆ ได้ง่ายขึ้น
"เมื่ออ่านข่าวต่างๆ ในแต่ละปี ผู้อ่านจะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์และสามารถติดตามต้นต่อของประเด็นที่ยืดเยื้อได้ เช่น กรณีเขาพระวิหาร เราจะเห็นชัดเจนว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปีหนึ่งนำไปสู่ผลที่จะติดตามมาในปีต่อๆ ไป เช่น ก่อนการประท้วงของนักศึกษาในวันที่ 14 ต.ค. 2516 ก็จะพบข่าวการเคลื่อนไหวประท้วงของนักศึกษาต่อประเด็นทางการเมืองและเศรษฐกิจ" ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์กล่าว
ทั้งนี้ ดร.วิษณุ ย้ำว่าทุกประเทศควรจะมีหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของตัวเอง เพราะถือได้ว่าเป็นศักดิ์ศรีเป็นเกียรติภูมิให้ชาวต่างชาติได้เรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องราวในช่วงเวลา 63 ปีที่ผ่านมาว่าบ้านเมืองของเราดำรงมาอย่างไร ซึ่งมีทั้งความสำเร็จและล้มเหลว จึงอยากให้คนไทยได้อ่านเป็นการเตือนใจทุกคนว่า ที่ผ่านมาประเทศชาติและคนในชาติได้ฟันฝ่าปัญหามาแล้วมากมาย แต่ก็สามารถยืนหยัดมาจนเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จอย่างมากชาติหนึ่งในเอเชียมาจนถึงวันนี้ ก็เพราะความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน



