
บอกเล่าท้องถิ่น-ทต.รำมะสัก ห่วงใยสุขภาพประชาชน ลดอัมพฤกษ์-อัมพาต ตรวจมะเร็งเต้านม
ภารกิจในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอีกภารกิจหนึ่ง ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องรับผิดชอบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนของตัวเอง
ประสิทธิ์ ปกป้อง นายกเทศมนตรีตำบลรำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็นหนึ่งในผู้นำท้องถิ่นที่เห็นถึงความสำคัญของภารกิจนี้ จึงจัดกิจกรรมดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดภาวะเสี่ยงอัมพฤกษ์-อัมพาต
โครงการนี้ เทศบาลตำบลรำมะสัก ร่วมกับ ศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านโพธิ์เอน ได้ให้บริการแก่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต มารับการเจาะเลือดตรวจเบาหวาน และไขมันในเส้นเลือดเพื่อลดภาวะเสี่ยงในการเป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต
สำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนหมู่ที่ 1-6 ในเขตเทศบาลตำบลรำมะสัก อายุ 35 ปีขึ้นไปที่มีเกณฑ์เสี่ยงต่อการเกิดโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต หมู่บ้านละ 50 คน จำนวน 6 หมู่บ้าน รวม 300 คน
ส่วนผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้ คือ ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต สามารถที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง และดูแลตนเองในการป้องกันโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตได้อย่างครบวงจร
ทัศนีย์ แสงอำนาจเจริญ หัวหน้าศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านโพธิ์เอน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีชาวบ้านที่เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต จำนวน 20 ราย มารับการรักษาที่ศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านโพธิ์เอน
โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ตลอดจนการดูแลตนเอง และมักจะรอให้อาการเป็นมากขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วจึงมารับการรักษา ส่งผลให้การรักษาได้ผลไม่ดี และเกิดภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นจนเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว เทศบาลตำบลรำมะสัก ยังจัดโครงการ "สร้างสตรียุคใหม่ ห่างไกลมะเร็งเต้านม" เพื่อหาทางป้องกันการเป็นโรคมะเร็งเต้านมในชุมชน
ทั้งนี้ จากข้อมูลในการสำรวจพบว่าสตรีอายุ 35 ปีขึ้นไปในชุมชน ซึ่งมีจำนวน 200 คนได้ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองในปี 2551 เพียง 73 คน ส่วนที่เหลืออีก 127 คนยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
หัวหน้าศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านโพธิ์เอน ย้ำว่า มะเร็งเต้านมสามารถรักษาหายขาดได้ ถ้าพบความผิดปกติได้เร็ว เทศบาลตำบลรำมะสักจึงร่วมกับศูนย์แพทย์ชุมชนบ้านโพธิ์เอน กลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จ.สุพรรณบุรี และแกนนำชุมชนในเขตเทศบาลเพื่อจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านมที่ถูกต้อง และสามารถตรวจเต้านมด้วยได้อย่างถูกวิธีด้วย
สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ทำแบบทดสอบความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวของสตรีอายุ 35 ปีขึ้นไปในเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองก่อนเข้าร่วมโครงการ
จากนั้นจะมีการให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง โดยมีประชาชนให้ความสนใจร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก
สุรศักดิ์ หริ่มสืบ



